59
2. ในการพั
ฒนาโปรแกรมนั
กพั
ฒนาโปรแกรมจะต
องทํ
าหน
าที่
นํ
าเสนอความต
องการ
ของผู
เรี
ยนหรื
อผู
เข
าร
วมโปรแกรมหรื
อป
ญหาที่
ชุ
มชนต
องการแก
ให
เจ
าหน
าที่
ฝ
ายต
าง ๆ ของ
องค
กรได
ทราบ เพราะทุ
กขั้
นตอนของการพั
ฒนาโปรแกรมจะต
องอาศั
ยความร
วมมื
อ จากคณะ
เจ
าหน
าที่
ขององค
กรทุ
กฝ
าย
3. คุ
ณสมบั
ติ
และนิ
สั
ยของนั
กพั
ฒนาโปรแกรมจะทํ
าให
นั
กพั
ฒนาโปรแกรมปฏิ
บั
ติ
งาน
และวางโปรแกรมแตกต
างกั
นตามปรั
ชญาความเชื่
อเจตคติ
ทั
กษะและประสบการณ
ที่
แตกต
างกั
น
4. นั
กพั
ฒนาโปรแกรมควรเป
นผู
ที่
มี
ความสามารถในการสร
างกรอบแนวความคิ
ด
(Conceptual Framework) จากแนวความคิ
ดที่
หลากหลายและสั
งเคราะห
ให
สอดคล
องกั
บภารกิ
จและ
ปรั
ชญาขององค
กรได
5. หน
าที่
ของนั
กพั
ฒนาโปรแกรมคื
อการตั
ดสิ
นใจในการเลื
อกวิ
ธี
ปฏิ
บั
ติ
งานที่
ดี
ที่
สุ
ดใน
ทุ
กขั้
นตอนของโปรแกรมและการตั
ดสิ
นใจจะต
องตั้
งอยู
บนพื้
นฐานของข
อมู
ลที่
ถู
กต
องน
าเชื่
อถื
อ
6. นั
กพั
ฒนาโปรแกรมจะต
องมี
หน
าที่
ในการวางแผน การสร
างและนํ
าโปรแกรมไป
ปฏิ
บั
ติ
การประเมิ
นผลโปรแกรมและความรั
บผิ
ดชอบในการรายงานวั
ตถุ
ประสงค
ในการพั
ฒนา
โปรแกรม (Program’sObjective)
วั
ตถุ
ประสงค
ในการพั
ฒนาโปรแกรม (Program’sObjective)
1. วั
ตถุ
ประสงค
ในการสร
างกรอบความคิ
ดเชิ
งเหตุ
และผล (Rational
Conceptual
Framework) เพื่
อเปลี่
ยนแปลงพฤติ
กรรมทางการศึ
กษาของผู
เรี
ยน
2. วั
ตถุ
ประสงค
ในการประสานงานกั
บฝ
ายประชาชนเพื่
อร
วมมื
อกั
นในการวิ
เคราะห
และ
กํ
าหนดความต
องการและป
ญหาในการพั
ฒนาโปรแกรม
3. วั
ตถุ
ประสงค
ในการส
งเสริ
มการปฏิ
บั
ติ
งานของนั
กการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนใน
การเป
นผู
นํ
าและผู
มี
วิ
สั
ยทั
ศน
ในการพั
ฒนาชุ
มชนให
มี
คุ
ณภาพชี
วิ
ตที่
ดี
ขึ้
น
4. วั
ตถุ
ประสงค
ในการให
โอกาสองค
กรทางการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน ได
แสดง
บทบาทในการใช
การศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนเป
นเครื่
องมื
อที่
สํ
าคั
ญ ในการพั
ฒนาป
จจั
ยภายในแต
ละชุ
มชนให
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพส
งผลต
อคุ
ณภาพชี
วิ
ตของประชาชน
สรุ
ปได
ว
าการพั
ฒนาโปรแกรมของBooneนั้
นเป
นการจั
ดให
บุ
คคลหรื
อตั
วแทนของบุ
คคล
เข
ามามี
ส
วนร
วมในการพั
ฒนาโปรแกรมซึ่
งอาจจะเป
นการเข
ามามี
ส
วนร
วมในทุ
กขั้
นตอนหรื
อบาง
ขั้
นตอนของโปรแกรม ตั้
งแต
การวิ
เคราะห
และกํ
าหนดความต
องการของบุ
คคลและป
ญหาของ
ชุ
มชน ตลอดจนขั้
นตอนการประเมิ
นผลและเสนอรายงาน เป
าหมายคื
อการร
วมกั
นแก
ไขป
ญหา
ระหว
างองค
กรบุ
คคลและชุ
มชน