bk128 - page 78

68
2. ระดั
บจิ
ตสํ
านึ
กกึ่
งเปลี่
ยนแปลง (Semi-Intransitivity) ในระดั
บนี้
จิ
ตสํ
านึ
กไม
เต็
มที่
รั
ค
านิ
ยมผิ
ดๆ ใช
อารมณ
และรุ
นแรง
3. จิ
ตสํ
านึ
กในระดั
บที่
3คื
อการเปลี่
ยนแปลงที่
ไร
เดี
ยงสา (NaiveTransitiveness) กล
าวคื
ประชาชนซึ่
งเคยสงบเงี
ยบ เกิ
ดตระหนั
กรู
มี
การประท
วงวิ
พากษ
วิ
จารณ
ถู
กปลุ
กระดมให
เป
เครื่
องมื
อของกลุ
มผลประโยชน
ขาดการวิ
เคราะห
สั
งเคราะห
ข
อดี
คื
อประชาชนเริ่
มตระหนั
กรู
ว
ตั
วเองมี
ส
วน ในการกํ
าหนดชะตาชี
วิ
4. จิ
ตสํ
านึ
กในระดั
บสู
งสุ
ดคื
อ ขั้
นวิ
พากษ
วิ
จารณ
(Critical
Consciousness)
มี
การ
ไตร
ตรองมี
การคิ
ดสนทนา (Dialogue) มี
ความเชื่
อมั่
นมี
การผสมผสานระหว
างการกระทํ
าและการ
ใคร
ครวญเข
าด
วยกั
น คื
อมโนธรรมสํ
านึ
ก (Conscientization) หรื
ออาจกล
าวได
ว
ามโนธรรมสํ
านึ
ของFriereอั
นเป
นจิ
ตสํ
านึ
กขั้
นที่
สามารถวิ
พากษ
วิ
จารณ
อี
กนั
ยหนึ่
งก็
คื
อ (Critical Thinking)
Tyler (1986) ได
กํ
าหนดหลั
กการพั
ฒนารู
ปแบบการจั
ดกิ
จกรรมการศึ
กษานอกระบบ
โรงเรี
ยนไว
4ขั้
นตอนคื
1. การกํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค
ทางการศึ
กษา (Choose Education Ojectives) การกํ
าหนด
วั
ตถุ
ประสงค
นี้
พิ
จารณาจากความต
องการและความสนใจของผู
เรี
ยนสภาพชี
วิ
ตของผู
เรี
ยนในด
าน
ต
าง ๆ ไม
ว
าจะเป
นด
านสั
งคม การเมื
อง หรื
อเศรษฐกิ
จ และจากแนวคิ
ดทฤษฎี
หลั
กการ หรื
ข
อเท็
จจริ
งด
านเนื้
อหา
2. การเลื
อกประสบการณ
การเรี
ยนรู
(Select Learning Experience) Tylerมี
ความเห็
นว
หลั
กในการเลื
อกประสบการณ
การเรี
ยนรู
นั้
นควรจะทํ
าให
ผู
เรี
ยนมี
โอกาศฝ
กฝนและนํ
าไปใช
จริ
งได
เกิ
ดความพึ
งพอใจทํ
าให
มี
ปฏิ
กิ
ริ
ยาโต
ตอบทํ
าให
บรรลุ
วั
ตถุ
ประสงค
ที่
ตั้
งไว
ได
และทํ
าให
เกิ
ดผล
อย
างต
อเนื่
อง
3. การจั
ดประสบการณ
การเรี
ยนรู
(Organize Learning Outcomes) Tyler เห็
นว
าการจั
ประสบการณ
การเรี
ยนรู
จะต
องมี
ความต
อเนื่
อง เป
นขั้
นตอนและสามารถบู
รณาการได
โดยจั
ดทั้
งใน
รู
ปแบบของการให
ข
อมู
ลความรู
แนวคิ
ดค
านิ
ยมและทั
กษะได
4. การประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
(EvaluateLearningOutcomes) Tyler จะให
ความสํ
าคั
ญของ
การเปลี่
ยนแปลงพฤติ
กรรม โดยประเมิ
นจากการกํ
าหนดเป
นวั
ตถุ
ประสงค
เชิ
งพฤติ
กรรม ระบุ
สถานการณ
ที่
ทํ
าให
ผู
เรี
ยนสามารถแสดงพฤติ
กรรมนั้
นได
เลื
อกออกแบบวิ
ธี
สํ
าหรั
บรวบรวมข
อมู
หลั
กฐานการกํ
าหนดตั
วอย
างการรวบรวมข
อมู
ลการสรุ
ปและจั
ดกระทํ
าข
อมู
ผู
วิ
จั
ยได
ทํ
าการศึ
กษาแนวคิ
ดในการพั
ฒนาโปรแกรมศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนของ Friere
(1970),
Knowles
(1980), Boyle
(1981), Tyler (1986), Boone
(1992), และCaffarella
(2002)รายละเอี
ยดดั
งนี้
1...,68,69,70,71,72,73,74,75,76,77 79,80,81,82,83,84,85,86,87,88,...374
Powered by FlippingBook