68
2. ระดั
บจิ
ตสํ
านึ
กกึ่
งเปลี่
ยนแปลง (Semi-Intransitivity) ในระดั
บนี้
จิ
ตสํ
านึ
กไม
เต็
มที่
รั
บ
ค
านิ
ยมผิ
ดๆ ใช
อารมณ
และรุ
นแรง
3. จิ
ตสํ
านึ
กในระดั
บที่
3คื
อการเปลี่
ยนแปลงที่
ไร
เดี
ยงสา (NaiveTransitiveness) กล
าวคื
อ
ประชาชนซึ่
งเคยสงบเงี
ยบ เกิ
ดตระหนั
กรู
มี
การประท
วงวิ
พากษ
วิ
จารณ
ถู
กปลุ
กระดมให
เป
น
เครื่
องมื
อของกลุ
มผลประโยชน
ขาดการวิ
เคราะห
สั
งเคราะห
ข
อดี
คื
อประชาชนเริ่
มตระหนั
กรู
ว
า
ตั
วเองมี
ส
วน ในการกํ
าหนดชะตาชี
วิ
ต
4. จิ
ตสํ
านึ
กในระดั
บสู
งสุ
ดคื
อ ขั้
นวิ
พากษ
วิ
จารณ
(Critical
Consciousness)
มี
การ
ไตร
ตรองมี
การคิ
ดสนทนา (Dialogue) มี
ความเชื่
อมั่
นมี
การผสมผสานระหว
างการกระทํ
าและการ
ใคร
ครวญเข
าด
วยกั
น คื
อมโนธรรมสํ
านึ
ก (Conscientization) หรื
ออาจกล
าวได
ว
ามโนธรรมสํ
านึ
ก
ของFriereอั
นเป
นจิ
ตสํ
านึ
กขั้
นที่
สามารถวิ
พากษ
วิ
จารณ
อี
กนั
ยหนึ่
งก็
คื
อ (Critical Thinking)
Tyler (1986) ได
กํ
าหนดหลั
กการพั
ฒนารู
ปแบบการจั
ดกิ
จกรรมการศึ
กษานอกระบบ
โรงเรี
ยนไว
4ขั้
นตอนคื
อ
1. การกํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค
ทางการศึ
กษา (Choose Education Ojectives) การกํ
าหนด
วั
ตถุ
ประสงค
นี้
พิ
จารณาจากความต
องการและความสนใจของผู
เรี
ยนสภาพชี
วิ
ตของผู
เรี
ยนในด
าน
ต
าง ๆ ไม
ว
าจะเป
นด
านสั
งคม การเมื
อง หรื
อเศรษฐกิ
จ และจากแนวคิ
ดทฤษฎี
หลั
กการ หรื
อ
ข
อเท็
จจริ
งด
านเนื้
อหา
2. การเลื
อกประสบการณ
การเรี
ยนรู
(Select Learning Experience) Tylerมี
ความเห็
นว
า
หลั
กในการเลื
อกประสบการณ
การเรี
ยนรู
นั้
นควรจะทํ
าให
ผู
เรี
ยนมี
โอกาศฝ
กฝนและนํ
าไปใช
จริ
งได
เกิ
ดความพึ
งพอใจทํ
าให
มี
ปฏิ
กิ
ริ
ยาโต
ตอบทํ
าให
บรรลุ
วั
ตถุ
ประสงค
ที่
ตั้
งไว
ได
และทํ
าให
เกิ
ดผล
อย
างต
อเนื่
อง
3. การจั
ดประสบการณ
การเรี
ยนรู
(Organize Learning Outcomes) Tyler เห็
นว
าการจั
ด
ประสบการณ
การเรี
ยนรู
จะต
องมี
ความต
อเนื่
อง เป
นขั้
นตอนและสามารถบู
รณาการได
โดยจั
ดทั้
งใน
รู
ปแบบของการให
ข
อมู
ลความรู
แนวคิ
ดค
านิ
ยมและทั
กษะได
4. การประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
(EvaluateLearningOutcomes) Tyler จะให
ความสํ
าคั
ญของ
การเปลี่
ยนแปลงพฤติ
กรรม โดยประเมิ
นจากการกํ
าหนดเป
นวั
ตถุ
ประสงค
เชิ
งพฤติ
กรรม ระบุ
สถานการณ
ที่
ทํ
าให
ผู
เรี
ยนสามารถแสดงพฤติ
กรรมนั้
นได
เลื
อกออกแบบวิ
ธี
สํ
าหรั
บรวบรวมข
อมู
ล
หลั
กฐานการกํ
าหนดตั
วอย
างการรวบรวมข
อมู
ลการสรุ
ปและจั
ดกระทํ
าข
อมู
ล
ผู
วิ
จั
ยได
ทํ
าการศึ
กษาแนวคิ
ดในการพั
ฒนาโปรแกรมศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนของ Friere
(1970),
Knowles
(1980), Boyle
(1981), Tyler (1986), Boone
(1992), และCaffarella
(2002)รายละเอี
ยดดั
งนี้