67
7. คั
ดเลื
อกสถานการณ
ความขั
ดแย
งในชุ
มชน
8. นํ
าสถานการณ
ที่
ได
คั
ดเลื
อกไปสร
างสื่
อการเรี
ยนการสอนที่
แสดงถึ
งสถานการณ
นั้
นๆ
9. เริ่
มการถอดรหั
ส (Decoding) หรื
อการให
ประชาชนพิ
จารณาสถานการณ
ที่
ขั
ดแย
งและ
แสดงความคิ
ดเห็
นวิ
พากษ
วิ
จารณ
โดยการสนทนาแลกเปลี่
ยนความคิ
ดเห็
น
10. คณะทํ
างานศึ
กษาผลจากการสนทนาเพื่
อกํ
าหนดประเด็
น
11. จํ
าแนกเป
นประเด็
นย
อยและเข
ารหั
สอี
กครั้
ง
12. เตรี
ยมเอกสารจากการถอดรหั
ส
13. เสนอรายงานให
กั
บประชาชนในชุ
มชน
สรุ
ปได
ว
า ขั้
นตอนการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนทั้
ง 13 ขั้
นตอนนี้
มี
เป
าหมายเพื่
อการพั
ฒนาผู
เข
าร
วมโปรแกรมให
เกิ
ดการเรี
ยนรู
ทั้
งด
านความรู
ทั
ศนคติ
และการปฏิ
บั
ติ
ที่
ถู
กต
องหรื
อเรี
ยกว
าการเกิ
ดมโนธรรมสํ
านึ
กที่
จะแสดงออกด
วยการวิ
พากษ
วิ
จารณ
หรื
อการปฏิ
บั
ติ
ในระหว
างการเรี
ยนรู
หรื
อหลั
งจากนั้
น
Friere (1970) ได
เสนอการจั
ดโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนมี
ขั
้
นตอนดั
งนี้
ขั้
นตอนที่
1 การเสนอรหั
ส (Codification) เสนอสถานการณ
ที่
เป
นจริ
งแก
ผู
เรี
ยนและควร
เป
นสถานการณ
ที่
มี
ลั
กษณะขั
ดแย
ง (Contradiction) ซึ่
งวิ
ธี
การนํ
าเสนออาจทํ
าด
วยวาจา รู
ปวาด รู
ป
ถ
าย เทปอั
ดเสี
ยงภาพฉายแต
ต
องหลี
กเลี่
ยงการจู
งใจให
คล
อยตามเพราะเป
นวิ
ธี
การของผู
กดขี่
ขั้
นตอนที่
2 การถอดรหั
ส (Decoding) เป
นการถอดความหมายด
วยวิ
ธี
การสนทนาพาที
แลกเปลี่
ยนความคิ
ดเห็
นระหว
างครู
กั
บผู
เรี
ยนและระหว
างผู
เรี
ยนด
วยกั
น
ขั้
นตอนที่
3ขั้
นการวิ
พากษ
วิ
จารณ
ผู
เรี
ยนต
องเริ่
มตระหนั
กและมองเห็
นป
ญหา ใคร
ครวญ
วิ
พากษ
วิ
จารณ
เป
นการสร
างCritical Consciousness และสิ่
งนี้
เองที่
จะเป
นการปฏิ
วั
ติ
วั
ฒนธรรม
เงี
ยบ (Culture of Silence) หั
วใจสํ
าคั
ญของวิ
ธี
การสอนคื
อการใช
ความคิ
ดวิ
พากษ
วิ
จารณ
และการ
เสวนา (Dialogue) โดยใช
ภาษาง
ายๆ
เป
าหมายการสอนของFriere (1970) คื
อการให
เกิ
ดจิ
ตสํ
านึ
ก (Consciousness) ขึ้
นในผู
เรี
ยน
ซึ่
งFriereหมายถึ
งกิ
จกรรมทางสั
งคม (SocialActivity) การที่
มนุ
ษย
จะมี
ความรู
เกี่
ยวกั
บสิ่
งใดได
นั้
น
ก็
ด
วยการสื่
อความหมายและการสนทนาระหว
างมนุ
ษย
ด
วยกั
น Friereได
แบ
งจิ
ตสํ
านึ
กของมนุ
ษย
ออกเป
น 4ระดั
บคื
อ
1. ระดั
บต่ํ
าสุ
ดของจิ
ตสํ
านึ
ก คื
อ จิ
ตสํ
านึ
กที่
ยั
งไม
เปลี่
ยนแปลง (Intransitive
Consciousness) สภาพของประชาชนที่
มี
จิ
ตสํ
านึ
กเช
นนี้
มี
มากในประเทศโลกที่
สามยากจนดิ้
นรน
ระดั
บพื้
นฐานต่ํ
าสุ
ด เชื่
อถื
อโชคลาง