49
10. การเลื
อกและดํ
าเนิ
นการกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
(Selecting and Organizing Learning
Lxperiences) ความหมายของการเรี
ยนรู
ที่
นิ
ยมกว
างขวางมั
กสรุ
ปว
าการเรี
ยนรู
คื
อการเปลี่
ยนแปลง
พฤติ
กรรม พฤติ
กรรมในความหมายนี้
หมายรวมไปถึ
งการปฏิ
บั
ติ
การคิ
ดและการรู
สึ
กกรรมวิ
ธี
ที่
จะ
อื้
ออํ
านวยให
เกิ
ดการเรี
ยนรู
ก็
จะสอดคล
องกั
บความเชื่
อทางปรั
ชญาตั
วอย
างเช
น ตามความ เชื่
อของ
ศึ
กษาผู
ใหญ
เชิ
งเสรี
นิ
ยม (Liberal Adult Education) วิ
ธี
การเอื้
อให
เกิ
ดการเรี
ยนรู
ของผู
ใหญ
คื
อ
ผู
สอนเป
นผู
นํ
าในการซั
กถามโต
ตอบ (Dialectic) โดยผู
เรี
ยนผู
ใหญ
ต
องอ
านทํ
าความเข
าใจ คิ
ด
วิ
เคราะห
จากตํ
าราที่
ผู
สอนเป
นผู
แนะนํ
า
ทั้
งผู
เรี
ยนและผู
สอนโดยใช
เหตุ
ผลและความคิ
ด
กระบวนการนี้
คาดหวั
งการเกิ
ดป
ญญา (Intellectual) ในตั
วผู
เรี
ยน ผู
สอนต
องเป
นผู
รอบรู
ในสาขาที่
แนะนํ
าผู
เรี
ยนผู
สอนต
องศึ
กษาและคิ
ดหาเหตุ
ผลอยู
ตลอดเวลาส
วนนั
กการศึ
กษาผู
ใหญ
ที่
เชื่
อในเชิ
ง
มนุ
ษยนิ
ยมที่
เชื่
อในศั
กยภาพของมนุ
ษย
แต
ละบุ
คคลมนุ
ษย
แต
ละคนจึ
งเป
นเอกลั
กษณ
(Unique) และ
มี
ความแตกต
างระหว
างบุ
คคล มนุ
ษย
มี
ธรรมชาติ
ที่
รั
กดี
ต
องการพั
ฒนา ผู
สอนจึ
งมี
บทบาทในการ
สนั
บสนุ
น สร
างสภาพเอื้
ออํ
านวยให
ผู
เรี
ยนผู
ใหญ
รั
บผิ
ดชอบในกระบวนการเรี
ยนรู
ของตนเอง การ
เรี
ยนรู
เป
นกระบวนการภายใน (Internal Process) ของแต
ละบุ
คคลจากตั
วอย
างข
างต
น ผู
จั
ด
โปรแกรมจึ
งจํ
าเป
นต
องตรวจสอบความเชื่
อเชิ
งปรั
ชญาของตนเองและองค
กรสร
าง เป
นกรอบ
ความคิ
ดเชิ
งปรั
ชญาแล
วจั
ดกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
ประสบการณ
การเรี
ยนรู
(Learning Experience) ให
สอดคล
องกั
บความเชื่
อเชิ
งปรั
ชญาในการจั
ดการศึ
กษานอกระบบและการเรี
ยนรู
ของผู
ใหญ
11. การเลื
อกรู
ปแบบของกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
(Identify Instructional Design) ผู
จั
ด
โปรแกรมยั
งต
องรั
บผิ
ดชอบในการเลื
อกรู
ปแบบของกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
รวมทั้
งเลื
อกวิ
ธี
(Method)
เทคนิ
ค (Technique) และเครื่
องมื
อหรื
ออุ
ปกรณ
(Device) ให
เหมาะสมกั
บเนื้
อหา รู
ปแบบของ
กิ
จกรรม และผู
เรี
ยนเป
นที่
ยอมรั
บกั
นทั่
วไปว
า ไม
มี
วิ
ธี
เทคนิ
ค และเครื่
องมื
อใดที่
ดี
ที่
สุ
ด การ
ตั
ดสิ
นใจเลื
อกใช
ควรใช
ข
อควรพิ
จารณาดั
งนี้
คื
อ 1) วั
ตถุ
ประสงค
ของการเรี
ยน 2) ความสนใจ และ
คุ
ณลั
กษณะอื่
นๆของผู
เรี
ยนผู
ใหญ
3) ประสบการณ
เดิ
มของผู
เรี
ยน 4) ความพร
อมของเครื่
องมื
อ
และทรั
พยากร และ 5) ความสนใจความถนั
ดของผู
จั
ดโปรแกรม ในบางกรณี
ข
อมู
ลทั้
งห
าประการนี้
อาจไม
สามารถหาได
ผู
จั
ดโปรแกรมอาจต
องตั
ดสิ
นใจบนพื้
นฐานข
อมู
ลเท
าที่
มี
ที่
สํ
าคั
ญต
องพิ
จารณา
ความเชื่
อเชิ
งปรั
ชญาในการจั
ดการศึ
กษาประกอบด
วย
12. การใช
ประโยชน
การประชาสั
มพั
นธ
(Utilizing Effective Promotional Priorities) ใน
ชุ
มชนและท
องถิ่
น มี
โปรแกรมจํ
านวนมากที่
แข
งขั
นกั
นเพื่
อรั
บการสนั
บสนุ
นในทุ
กด
าน โปรแกรม
การศึ
กษานอกระบบแม
จะเป
นประโยชน
โดยตรงต
อชุ
มชนตั้
งแต
เริ่
มต
นจนเสร็
จสิ้
นโปรแกรมแต
จํ
า
ต
องการประชาสั
มพั
นธ
ทํ
าให
บุ
คคล เป
าหมายและชุ
มชนมี
ความรู
สึ
กที่
ดี
ความเข
าใจอั
นดี
รั
บทราบ
ความก
าวหน
าป
ญหาและอุ
ปสรรครวมทั้
งช
วยสร
างความร
วมมื
อของบุ
คคลเป
าหมายและชุ
มชน