bk128 - page 79

69
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบของBoyle (1981) มี
รู
ปแบบการพั
ฒนาโปรแกรม 3ด
าน
ประกอบด
วย 1) โปรแกรมเชิ
งพั
ฒนา 2) โปรแกรมเชิ
งสถาบั
นและ 3) โปรแกรมเชิ
งสารสนเทศ
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบของBoone (1992) มี
รู
ปแบบการพั
ฒนาเป
น 3 ระบบที่
ประกอบด
วย 1) ระบบการวางแผน 2) ระบบการสร
างและนํ
าโปรแกรมไปปฎิ
บั
ติ
และ 3) ระบบการ
ประเมิ
นผลและความรั
บผิ
ดชอบในการรายงานผล
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบของCaffarella (2002) มี
รู
ปแบบในการพั
ฒนาโปรแกรม
(Interactive Model) 12 ขั้
นตอนประกอบด
วย 1) ทํ
าความเข
าใจในบริ
บท 2) การสร
างฐาน
สนั
บสนุ
นที่
น
าเชื่
อถื
อและเข
มแข็
ง 3) จํ
าแนกหรื
อระบุ
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บโปรแกรม 4) การจั
ดประเภท
และการจั
ดลํ
าดั
บความสํ
าคั
ญของแนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บโปรแกรม
4) การพั
ฒนาวั
ตถุ
ประสงค
ของ
โปรแกรม 5) การออกแบบแผนการสอน 6) การออกแบบแผนการถ
ายโอนความรู
7) การกํ
าหนด
แผนการประเมิ
น8) การจั
ดทํ
าผลสํ
าหรั
บการสื่
อสารและการให
ข
อเสนอแนะ 9) เตรี
ยมโครงการเพื่
การส
งรายงาน 10) การเลื
อกรู
ปแบบตารางและความต
องการของที
ม 11) การจั
ดเตรี
ยมแผนการ
ตลาดและงบประมาณและ 12) การประสานงานด
านสิ่
งอํ
านวยความสะดวกและบริ
เวณงาน
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบของ Friere (1970) รู
ปแบบการพั
ฒนาโปรแกรม
ประกอบด
วย 13ขั้
นได
แก
1) ศึ
กษาและวิ
จั
ยชุ
มชนอย
างสมบู
รณ
2) เข
าพบกลุ
มอิ
ทธิ
พลและสนทนา
เกี่
ยวกั
บวั
ตถุ
ประสงค
ของโปรแกรม 3) แสวงหาอาสาสมั
ครเพื่
อช
วยในการรวบรวมข
อมู
ลเกี่
ยวกั
ชี
วิ
ตในชุ
มชน 4) เจ
าหน
าที่
และคนในชุ
มชนร
วมกั
นเสนอรหั
สหรื
อสถานการณ
ที่
เป
นป
ญหาตาม
ความขั
ดแย
งและร
วมกั
นกํ
าหนดวิ
ธี
การปฎิ
บั
ติ
5) สั
งเกตวิ
ถี
ชี
วิ
ตชมชนในช
วงเวลาที่
ต
างกั
นและ
รวบรวมข
อมู
ลประกอบรายงาน 7) คณะเจ
าหน
าที่
ประเมิ
นข
อมู
ลที่
ได
มา 8) นํ
าสถานการณ
ที่
ได
คั
ดเลื
อกไปสร
างสื่
อการเรี
ยนการสอน 9) เริ่
มการถอดรหั
สหรื
อให
ประชาชนพิ
จารณาที่
ขั
ดแย
งและ
วิ
พากษ
วิ
จารณ
โดยการสนทนาแลกเปลี่
ยนความคิ
ดเห็
น 10) คณะทํ
างานศึ
กษาผลการสนทนาเพื่
กํ
าหนดประเด็
น 11) จํ
าแนกประเด็
นย
อยและเข
ารหั
สอี
กครั้
ง 12) เตรี
ยมเอกสารการถอดรหั
ส และ
13) เสนอรายงานให
กั
บประชาชนในชุ
มชน
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบของ
Tyler (1986) การพั
ฒนาโปรแกรมมี
รู
ปแบบ
ประกอบด
วย 4ขั้
นตอนประกอบด
วย 1) กํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค
ทางการศึ
กษา 2) เลื
อกประสบการณ
การจั
ดการเรี
ยนรู
เน
นใช
ได
จริ
ง 3) การจั
ดประสบการณ
การเรี
ยนรู
ต
องมี
ความต
อเนื่
อง และ 4) การ
ประเมิ
นผล เน
นการเปลี่
ยนแปลงพฤติ
กรรม
ผู
วิ
จั
ยเลื
อกโปรแกรมเชิ
งพั
ฒนาของBoyle (1981) มาพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบ
โรงเรี
ยนเพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม สํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
เนื่
องจากต
องการให
เกิ
ดการพั
ฒนาในตั
วผู
เรี
ยนเกิ
ดความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม ให
มี
องค
ความรู
มี
1...,69,70,71,72,73,74,75,76,77,78 80,81,82,83,84,85,86,87,88,89,...374
Powered by FlippingBook