69
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบของBoyle (1981) มี
รู
ปแบบการพั
ฒนาโปรแกรม 3ด
าน
ประกอบด
วย 1) โปรแกรมเชิ
งพั
ฒนา 2) โปรแกรมเชิ
งสถาบั
นและ 3) โปรแกรมเชิ
งสารสนเทศ
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบของBoone (1992) มี
รู
ปแบบการพั
ฒนาเป
น 3 ระบบที่
ประกอบด
วย 1) ระบบการวางแผน 2) ระบบการสร
างและนํ
าโปรแกรมไปปฎิ
บั
ติ
และ 3) ระบบการ
ประเมิ
นผลและความรั
บผิ
ดชอบในการรายงานผล
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบของCaffarella (2002) มี
รู
ปแบบในการพั
ฒนาโปรแกรม
(Interactive Model) 12 ขั้
นตอนประกอบด
วย 1) ทํ
าความเข
าใจในบริ
บท 2) การสร
างฐาน
สนั
บสนุ
นที่
น
าเชื่
อถื
อและเข
มแข็
ง 3) จํ
าแนกหรื
อระบุ
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บโปรแกรม 4) การจั
ดประเภท
และการจั
ดลํ
าดั
บความสํ
าคั
ญของแนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บโปรแกรม
4) การพั
ฒนาวั
ตถุ
ประสงค
ของ
โปรแกรม 5) การออกแบบแผนการสอน 6) การออกแบบแผนการถ
ายโอนความรู
7) การกํ
าหนด
แผนการประเมิ
น8) การจั
ดทํ
าผลสํ
าหรั
บการสื่
อสารและการให
ข
อเสนอแนะ 9) เตรี
ยมโครงการเพื่
อ
การส
งรายงาน 10) การเลื
อกรู
ปแบบตารางและความต
องการของที
ม 11) การจั
ดเตรี
ยมแผนการ
ตลาดและงบประมาณและ 12) การประสานงานด
านสิ่
งอํ
านวยความสะดวกและบริ
เวณงาน
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบของ Friere (1970) รู
ปแบบการพั
ฒนาโปรแกรม
ประกอบด
วย 13ขั้
นได
แก
1) ศึ
กษาและวิ
จั
ยชุ
มชนอย
างสมบู
รณ
2) เข
าพบกลุ
มอิ
ทธิ
พลและสนทนา
เกี่
ยวกั
บวั
ตถุ
ประสงค
ของโปรแกรม 3) แสวงหาอาสาสมั
ครเพื่
อช
วยในการรวบรวมข
อมู
ลเกี่
ยวกั
บ
ชี
วิ
ตในชุ
มชน 4) เจ
าหน
าที่
และคนในชุ
มชนร
วมกั
นเสนอรหั
สหรื
อสถานการณ
ที่
เป
นป
ญหาตาม
ความขั
ดแย
งและร
วมกั
นกํ
าหนดวิ
ธี
การปฎิ
บั
ติ
5) สั
งเกตวิ
ถี
ชี
วิ
ตชมชนในช
วงเวลาที่
ต
างกั
นและ
รวบรวมข
อมู
ลประกอบรายงาน 7) คณะเจ
าหน
าที่
ประเมิ
นข
อมู
ลที่
ได
มา 8) นํ
าสถานการณ
ที่
ได
คั
ดเลื
อกไปสร
างสื่
อการเรี
ยนการสอน 9) เริ่
มการถอดรหั
สหรื
อให
ประชาชนพิ
จารณาที่
ขั
ดแย
งและ
วิ
พากษ
วิ
จารณ
โดยการสนทนาแลกเปลี่
ยนความคิ
ดเห็
น 10) คณะทํ
างานศึ
กษาผลการสนทนาเพื่
อ
กํ
าหนดประเด็
น 11) จํ
าแนกประเด็
นย
อยและเข
ารหั
สอี
กครั้
ง 12) เตรี
ยมเอกสารการถอดรหั
ส และ
13) เสนอรายงานให
กั
บประชาชนในชุ
มชน
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบของ
Tyler (1986) การพั
ฒนาโปรแกรมมี
รู
ปแบบ
ประกอบด
วย 4ขั้
นตอนประกอบด
วย 1) กํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค
ทางการศึ
กษา 2) เลื
อกประสบการณ
การจั
ดการเรี
ยนรู
เน
นใช
ได
จริ
ง 3) การจั
ดประสบการณ
การเรี
ยนรู
ต
องมี
ความต
อเนื่
อง และ 4) การ
ประเมิ
นผล เน
นการเปลี่
ยนแปลงพฤติ
กรรม
ผู
วิ
จั
ยเลื
อกโปรแกรมเชิ
งพั
ฒนาของBoyle (1981) มาพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบ
โรงเรี
ยนเพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม สํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
เนื่
องจากต
องการให
เกิ
ดการพั
ฒนาในตั
วผู
เรี
ยนเกิ
ดความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม ให
มี
องค
ความรู
มี