62
2.2 การบ
มเพาะการสนั
บสนุ
นองค
กรอย
างต
อเนื่
อง โดยผ
านการสร
างกลไกอย
างมี
โครงสร
างที่
เหมาะสม เช
นการกล
าวถึ
งพั
นธกิ
จและเป
าหมายมาตรฐานการจั
ดการกระบวนการและ
นโยบายอะไรคื
ออํ
านาจอย
างเป
นทางการที่
หน
วยมี
เหนื
อโปรแกรม
2.3 ส
งเสริ
มวั
ฒนธรรมองค
กร ในกิ
จกรรมที่
เป
นทางการ เกี่
ยวกั
บงานและการเรี
ยนรู
ด
วยการนํ
าตนเองและการให
คุ
ณค
าแก
การเรี
ยนรู
อย
างต
อเนื่
อง
2.4 การได
มาและการรั
กษาไว
ซึ่
งการสนั
บสนุ
นจากชุ
มชนที่
กว
างขึ้
น ผ
านทาง
คณะกรรมการและกลุ
มที่
เป
นทางการและที่
สร
างขึ้
นเฉพาะกิ
จ ด
วยสมมติ
ฐานที่
สํ
าคั
ญซึ่
งความคิ
ด
และการสั
งเกตจากสมาชิ
กถู
กได
ยิ
นและถู
กใช
การวางแผนอย
างเป
นประชาธิ
ปไตยจะได
รั
บการ
ส
งเสริ
มและปฏิ
สั
มพั
นธ
อย
างร
วมมื
อกั
นเป
นมาตรฐานในการจั
ดการ
2.5 การสร
างและรั
กษาไว
ซึ่
งความเป
นหุ
นส
วนอย
างร
วมมื
อกั
นกั
บองค
กรและกลุ
มอื่
น
ๆจะทํ
าให
ตั
วนํ
าส
งที่
แตกต
างกั
นสํ
าหรั
บการวางแผนโปรแกรมและการส
งที่
อยู
ในผลประโยชน
ที่
ดี
ที่
สุ
ดของคณะผู
ที่
เกี่
ยวข
องทั้
งหมด
3. การจํ
าแนกหรื
อระบุ
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บโปรแกรม (Identifying program ideas) การระบุ
แนวคิ
ดที่
ตรงประเด็
นสํ
าหรั
บโปรแกรมประเภทการศึ
กษาและการฝ
กอบรมจากการสนทนาที่
ครอบคลุ
มเนื้
อหาอย
างไม
เป
นทางการ โครงสร
างการประเมิ
นความต
องการ แนวคิ
ดเหล
านี้
นํ
ามา
จากความต
องการทางการศึ
กษา ป
ญหาจากการทํ
างาน โอกาสใหม
ความต
องการของลู
กค
า
ภาพพจน
ของการปฏิ
บั
ติ
ที่
ยอดเยี่
ยมและอื่
นๆแนวคิ
ดโปรแกรมจากรู
ปแบบของแหล
งดั
งนี้
บุ
คคล
ความรั
บผิ
ดชอบ และภาระหน
าที่
ของช
วงชี
วิ
ตผู
ใหญ
องค
กร ชุ
มชน และสั
งคมทั่
วไป ก
อให
เกิ
ด
วิ
ธี
การมากมายสิ่
งสํ
าคั
ญที่
สุ
ดในภาระหน
าที่
แนวคิ
ดการระบุ
โปรแกรมดั
งนี้
3.1 ตั
ดสิ
นใจว
าใช
อะไรเป
นแหล
งที่
มาของแนวคิ
ดการระบุ
สํ
าหรั
บโปรแกรมการศึ
กษา
และการฝ
กอบรม (เช
นการเข
าร
วมโปรแกรมในป
จจุ
บั
นหรื
อที่
คาดหมายนายจ
าง องค
กรและผู
นํ
า
ชุ
มชนประเด็
นส
วนตั
วข
อบั
งคั
บของรั
ฐบาลและคํ
าสั่
งของสภานิ
ติ
บั
ญญั
ติ
ป
ญหาชุ
มชนและสั
งคม
3.2 การก
อให
เกิ
ดแนวคิ
ดผ
านประเภทของเทคนิ
คตั
วอย
างที่
ใช
บ
อยมากที่
สุ
ดคื
อการ
ตอบคํ
าถามการสั
มภาษณ
การสั
งเกตการประชุ
มกลุ
มการวิ
เคราะห
งานการทบทวนการพิ
มพ
และ
การใช
เครื่
องมื
อคอมพิ
วเตอร
เครื่
องชี้
นํ
าสั
งคมและการสนทนากั
บเพื่
อนร
วมงานการเป
ดประชุ
มที่
มี
อยู
กั
บแนวคิ
ดโปรแกรมในการใช
แต
ละเทคนิ
คอาจจะไม
ได
กํ
าหนดไว
ล
วงหน
าหรื
อแม
แต
ที่
ไตร
ตรองแล
ว
3.3 ให
ทราบว
าโครงสร
างการประเมิ
นความต
องการอย
างชั
ดเจนไม
ใช
เฉพาะวิ
ธี
ระบุ
แนวคิ
ดสํ
าหรั
บโปรแกรมการศึ
กษาและการฝ
กอบรมเท
านั้
น ตามความเป
นจริ
ง การก
อให
เกิ
ด