65
9.1 เตรี
ยมโครงการเพื่
อการส
งรายงาน (ยกตั
วอย
างเช
น ส
งรายงานให
กั
บ
นั
กหนั
งสื
อพิ
มพ
เพื่
อเผยแพร
นํ
าเสนอกั
บสื่
อสารมวลชนต
าง ๆ โปสเตอร
การจั
ดนิ
ทรรศการ) เพื่
อ
นํ
ามาปราศรั
ยถึ
งหน
าที่
ต
างๆได
เป
นอย
างดี
และคํ
านึ
งถึ
งผู
รั
บทราบเรื่
องราวต
างๆของโปรแกรม
9.2 ให
การรั
บรองรายงานที่
ทํ
าขึ้
นเป
นรู
ปแบบที่
มี
ความเหมาะสมกั
บบุ
คคล
กลุ
ม
องค
กรและหรื
อเผยแพร
สู
สาธารณอย
างกว
างขวาง
9.3 ติ
ดตามถึ
งความต
องการที่
เหมาะสมกั
บบุ
คคลกลุ
มบุ
คคลโดยมี
การตอบ คํ
าถามที่
ชั
ดเจนหรื
อเกี่
ยวข
องโดยตรงกั
บโปรแกรมนั้
นๆ
10. การเลื
อกรู
ปแบบตารางและความต
องการของที
มงาน (Selecting formats, schedules
and staff needs)
10.1 เลื
อกรู
ปแบบที่
เหมาะสมหรื
อรวบรวมรู
ปแบบกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
เช
นการเรี
ยน
เป
นส
วนตั
วการเรี
ยนเป
นกลุ
มเล็
กๆ (แบบเผชิ
ญหน
ากั
น) กลุ
มใหญ
การเรี
ยนทางไกลหรื
อ รู
ปแบบ
การเรี
ยนรู
ชุ
มชน
10.2 การจั
ดตารางที่
ลงตั
วและมี
รู
ปแบบที่
เหมาะสมและบุ
คคลที่
เข
ามามี
ส
วนร
วมและ
หรื
อข
อตกลงในเงื่
อนไขการทํ
างาน
10.3 ระบุ
เจ
าหน
าที่
ที่
จํ
าเป
น เช
น ผู
ออกแบบโปรแกรม ผู
เข
ามามี
ส
วนร
วมในการวาง
โปรแกรมผู
สอนหรื
อผู
อํ
านวยความสะดวกหรื
อนั
กประเมิ
นผลโปรแกรม
10.4 กํ
าหนดเจ
าหน
าที่
ภายใน (ทั้
งที่
จ
ายค
าจ
างแบบเต็
มเวลาและอาสาสมั
ครที่
จ
าง
ชั่
วคราว) สามารถวางแผนและควบคุ
มโปรแกรมหรื
อความจํ
าเป
นที่
ต
องได
รั
บการแนะนํ
าจาก
ภายนอกองค
กรตามที่
ตกลงกั
นไว
ในเวลาเดี
ยวกั
นหรื
อการแนะนํ
าที่
เพิ่
มเติ
มเข
าไปใหม
11. การจั
ดเตรี
ยมแผนการตลาดและงบประมาณ (Preparingbudgets andmarketingplans)
11.1 ประมาณค
าใช
จ
ายสํ
าหรั
บโปรแกรมสรุ
ปค
าใช
จ
ายสํ
าหรั
บการพั
ฒนาโครงการ
ค
าธรรมเนี
ยมในการเรี
ยกเก็
บและโปรแกรมการประเมิ
นผล เช
น เงิ
นเดื
อนเจ
าหน
าที่
ค
าใช
ของผู
มี
ส
วนร
วมการคิ
ดราคาที่
เพิ่
มขึ้
นสิ่
งอํ
านวยความสะดวกต
าง ๆ รายจ
ายอั
นเนื่
องมาจากอุ
ปกรณ
การ
สอนราคาในการถ
ายโอนการเรี
ยนรู
11.2 การกํ
าหนดเงิ
นทุ
นที่
ใช
ในโปรแกรม เช
นค
าธรรมเนี
ยม เรี
ยกเก็
บจากผู
มี
ส
วนร
วม
ในโปรแกรม เงิ
นช
วยเหลื
อจากองค
กรทุ
นจากรั
ฐบาล
11.3 การควบคุ
มสั
ดส
วนจํ
านวนคน จากการวิ
เคราะห
ที่
ช
วยกํ
าหนดภู
มิ
หลั
งและ
ประสบการณ
ของผู
เข
าร
วมโปรแกรมอั
นเป
นส
วนหนึ่
งของการวางแผนการตลาดในเบื้
องต
น