46
3) โปรแกรมเชิ
งสารสนเทศ (Informational Program) เน
นการแลกเปลี่
ยนข
าวสาร
ความรู
ระหว
างผู
จั
ดโปรแกรมกั
บผู
เรี
ยนผ
านระบบสารสนเทศ เน
นข
อมู
ลความรู
ที่
มาจากการวิ
จั
ย
กฎหมายมาตรการใหม
ๆ วิ
ธี
การใช
ความรู
เน
นการถ
ายโอนเนื้
อหาสาระที่
ผู
เรี
ยนสามารถนํ
าไปใช
ได
ทั
นที
การประเมิ
นเน
นที่
จํ
านวนผู
เรี
ยนและปริ
มาณของสารสนเทศที่
เผยแพร
ออกไป
สรุ
ปได
ว
าโปรแกรมทางการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนของBoyle (1981) แบ
งออกเป
น
โปรแกรมเชิ
งพั
ฒนา (Development Programs) ที่
มี
วั
ตถุ
ประสงค
มุ
งพั
ฒนาตามความต
องการกลุ
ม
บุ
คคลหรื
อชุ
มชน โปรแกรมเชิ
งสถาบั
น (Institutional Program) มี
วั
ตถุ
ประสงค
ที่
ต
องการให
ตั
ว
บุ
คคลมี
ความรู
ความสามารถตามหลั
กวิ
ชาที่
หลั
กสู
ตรกํ
าหนด โปรแกรมเชิ
งสารสนเทศ
(Informational Program) มี
วั
ตถุ
ประสงค
เพื่
อการแลกเปลี่
ยนความรู
ใหม
ผ
านทางระบบสารสนเทศ
Boyle (1981) ได
เสนอแนวคิ
ดการพั
ฒนาโปรแกรมหมายถึ
งการปฎิ
บั
ติ
การและการตั
ดสิ
นใจอย
างมี
จุ
ดมุ
งหมายร
วมกั
นระหว
างนั
กพั
ฒนาโปรแกรมกั
บประชาชน
แนวความคิ
ดเกี่
ยวกั
บองค
ประกอบในการพั
ฒนาโปรแกรม
Boyle (1981) ได
เสนอแนวคิ
ดในการพั
ฒนาโปรแกรม 15 ข
อ ที่
ควรพิ
จารณาเพื่
อเป
น
พื้
นฐานในการดํ
าเนิ
นการโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบดั
งนี้
1. การสร
างพื้
นฐานทางปรั
ชญาในการจั
ดโปรแกรม
(Philosophical
Basic
for
Programming) การวิ
เคราะห
ความเชื่
อของผู
จั
ดโปรแกรมเป
นสิ่
งที่
สํ
าคั
ญอั
นเป
นพื้
นฐานในการจั
ดทํ
า
โปรแกรมแม
จะเป
นสิ่
งที่
กระทํ
าไม
ง
ายนั
ก ความเชื่
อมี
อิ
ทธิ
พลอย
างมากในการเลื
อกวิ
ธี
ปฏิ
บั
ติ
ใน
ขั้
นตอนของการวางโปรแกรมตั้
งแต
การเลื
อกแหล
งข
อมู
ลและวิ
ธี
วิ
เคราะห
ต
างกั
นป
ญหาและสาเหตุ
ซึ่
งเป
นจุ
ดเริ่
มต
นผู
ที่
มี
ความเชื่
อและปรั
ชญาต
างกั
น จะเลื
อกแหล
งข
อมู
ลและวิ
ธี
วิ
เคราะห
ต
างกั
น
ความแตกต
างตามความเชื่
อเชิ
งปรั
ชญามี
ผลในทุ
กขั้
นตอนจนกระทั่
งขั้
นตอนสุ
ดท
ายคื
อการประเมิ
น
โปรแกรมและการรายงานความสํ
าเร็
จของโปรแกรม
2. การวิ
เคราะห
สถานการณ
ของป
ญหาและความต
องการ (Situational Analysis of
Problems and needs) การวิ
เคราะห
สถานการณ
ของป
ญหา และความต
องการเป
นกระบวนการที่
สํ
าคั
ญมากในการจั
ดทํ
าโปรแกรม
เนื่
องจากขั้
นตอนนี้
จะนํ
าไปสู
การกํ
าหนดเป
าหมายและ
วั
ตถุ
ประสงค
ของโปรแกรมวั
ตถุ
ประสงค
ของโปรแกรม การวิ
เคราะห
สถานการณ
เป
นการศึ
กษา
วิ
เคราะห
แปลความพิ
จารณาสิ
่
งที่
เกี่
ยวกั
บกลุ
มบุ
คคลเป
นหมายและชุ
มชนจุ
ดเริ่
มต
นของกระบวนการ
จั
ดทํ
าโปรแกรมมั
กเริ่
มจากสถานการณ
ที่
คลุ
มเครื
ออาจกํ
าหนดความต
องการที่
ชั
ดเจนยั
งไม
ได
หรื
อ
แม
มี
การกํ
าหนดความต
องการได
แต
ก็
อาจเป
นความต
องการที่
มิ
ใช
ความต
องการที่
แท
จริ
งจึ
ง ยั
งต
อง
นํ
ามาวิ
เคราะห
เลื
อกและจั
ดลํ
าดั
บความสํ
าคั
ญตามสภาพความสามารถและทรั
พยากรที่
มี
อยู
รวมทั้
ง
ตรวจสอบแหล
งข
อมู
ลที่
จะนํ
ามากํ
าหนดเป
นวั
ตถุ
ประสงค