45
4.5 การตั
ดสิ
นใจแนวคิ
ดแรกคิ
ดว
าผู
พั
ฒนาโปรแกรมควรผลั
กดั
นความเชื่
อสู
ผู
เรี
ยนจึ
ง
เสนอแนวคิ
ดให
ผู
เรี
ยนพั
ฒนาความเชื่
อค
านิ
ยม เจตคติ
ของตนโดยอาศั
ยกระบวนการทางการศึ
กษา
สามารถทํ
าให
ผู
เรี
ยนนํ
าตนเองในการจั
ดการเรี
ยนรู
ได
4.6 การสนั
บสนุ
น แนวคิ
ดหนึ่
งคื
อไม
เก็
บค
าใช
จ
ายจากผู
เรี
ยนอี
กมุ
มมองหนึ่
งเห็
นว
า
ควรเก็
บค
าเรี
ยนเพื่
อสนั
บสนุ
นค
าใช
จ
ายจากผู
เรี
ยน เพื่
อสร
างค
าแก
ตนเองให
กั
บผู
เรี
ยน
4.7 จุ
ดเน
นกลุ
มเป
าหมาย อาจเป
นรายบุ
คคล เน
นศั
กยภาพการจั
ดการเรี
ยนรู
หรื
อใน
สภาวะกลุ
มด
วยเหตุ
ที่
กลุ
มเป
นหน
วยหนึ่
งของสั
งคม การจั
ดการเชิ
งชุ
มชน สามารถครอบคลุ
ม
ประเด็
นทางเศรษฐกิ
จการเมื
องและสั
งคมอย
างกว
างขวางการเชื่
อมโยงการแก
ป
ญหาต
องครอบคลุ
ม
4.8 ภาพทางการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนมี
ความสํ
าคั
ญแบ
งออกเป
น 2 ส
วนคื
อ เชิ
ง
ปริ
มาณและเชิ
งภาพ
สรุ
ปได
ว
า กระบวนการพั
ฒนาโปรแกรมทางการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน ประกอบด
วย
หลั
กการใหญ
ๆ คื
อ การมี
ส
วนร
วม ของการพั
ฒนาโปรแกรมหรื
อการให
ความร
วมมื
อ ระหว
าง
ผู
เรี
ยนและวิ
ทยากรและผู
ช
วยวิ
จั
ยประจํ
ากลุ
ม เน
นความต
องการของผู
เรี
ยนเป
นหลั
ก โดยต
อง
สามารถตอบสนองกลุ
มเป
าหมายภาพทางการศึ
กษาเน
นทั้
งด
านปริ
มาณและภาพ
5.
ประเภทของโปรแกรมการจั
ดการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน
จากการศึ
กษา ค
นคว
า พบว
า มี
การแบ
งประเภทโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน
ดั
งนี้
Boyle (1981) ได
จํ
าแนกออกเป
น 3ประเภทคื
อ
1) โปรแกรมเชิ
งพั
ฒนา (Development Programs) เน
นระบุ
ป
ญหาของกลุ
มคนชุ
มชน
ที่
ปรั
บตั
วต
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม จุ
ดเริ่
มต
นของโปรแกรมเกิ
ดในสถานการณ
ที่
คลุ
มเครื
อมั
ก
ไม
ทราบสาเหตุ
ป
ญหาที่
แท
จริ
ง แต
ทุ
กคนเห็
นพร
องว
าควรมี
การเปลี่
ยนแปลงที่
ดี
ขึ้
น ใช
ความรู
เป
น
เครื่
องมื
อนํ
าไปสู
การแก
ป
ญหา เป
าหมายของโปรแกรมเน
นเรื่
อง องค
ความรู
เจตคติ
ทั
กษะความ
ชํ
านาญ ในการประเมิ
นถื
อว
ากลุ
มคนหรื
อชุ
มชนพั
ฒนาข
นในทางใดทางหนึ่
งถื
อเป
นผลคุ
มค
าของ
การพั
ฒนาเชิ
งโปรแกรม ในการกํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค
เชิ
งพั
ฒนาเน
นวั
ตถุ
ประสงค
ตามความต
องการ
ของกลุ
มเป
าหมายเป
นหลั
ก
2) โปรแกรมเชิ
งสถาบั
น (Institutional Program) เน
นการพั
ฒนาปรั
บปรุ
งตั
วบุ
คคลให
ก
าวหน
า เน
นการสอนเนื้
อหาพื้
นฐานทางด
านวิ
ทยาการ (Discipline) การกํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค
เน
น
วั
ตถุ
ประสงค
จากความรู
ในวิ
ทยาการ เป
นโปรแกรมที่
มี
โครงสร
างและรู
ปแบบที่
ชั
ดเจนมี
การลํ
าดั
บ
จั
ดวางเนื้
อหาเป
นไปตามหลั
กวิ
ชา การประเมิ
นผลมุ
งวั
ดที่
ความรู
ความเข
าใจในเนื้
อหา มี
วั
ตถุ
ประสงค
เพื่
อวั
ดการพั
ฒนาส
วนบุ
คคลกิ
จกรรมในการถ
ายทอดความรู
ด
วยวิ
ธี
การเรี
ยนการสอน