st121 - page 43
35
แต
ครองจี
วรแบบจี
น ในสมั
ยรั
ชกาลที่
3ยั
งนิ
ยมดั
ดแปลงพระพุ
ทธรู
ปพม
าซึ่
งสลั
กจากหิ
นอ
อนสี
ขาวเป
น
พระพุ
ทธรู
ปประทั
บนั่
งปางมารวิ
ชั
ยขั
ดสมาธิ
เพชร ให
เป
นพระพุ
ทธรู
ปแบบไทย โดยเดิ
มขมวดพระเกศา
และรั
ศมี
เป
นเปลวทํ
าด
วยทองหรื
อโลหะชุ
บทองครอบลงไปบนพระเศี
ยร เมื่
อครั้
งรั
ชกาลที่
5 เสด็
จ
ประพาสอิ
นเดี
ยขณะนั้
นมี
นั
กปราชญ
ค
นคว
าเกี่
ยวกั
บกํ
าเนิ
ดพระพุ
ทธเจ
าและเห็
นว
าพระพุ
ทธรู
ปรุ
นแรก
ชาวกรี
ก-โรมั
นเป
นผู
คิ
ดขึ้
นก
อน และเรี
ยกตามแหล
งแรกว
าคั
นธาระ เมื่
อเสด็
จกลั
บประเทศไทยจึ
งให
หล
อพระพุ
ทธรู
ปปางขอฝนตามแบบกรี
ก-โรมั
นคื
อมี
พระเกศาเหมื
อนเส
นผมคนธรรมดามี
มวยพระเกศา
เหนื
อพระเศี
ยร พระพั
กตร
เป
นแบบชาวตะวั
นตก จมู
กโด
งปากเล็
ก ครองผ
าจี
วรเหมื
อนตามธรรมชาติ
ฐานพระมี
ลวดลายแบบกรี
ก-โรมั
นและให
เรี
ยกพระคั
นธาระตามชื่
อแคว
นที่
ทํ
าขึ้
นครั้
งแรก ตั้
งแต
นี้
จึ
งมี
พุ
ทธลั
กษณะเหมื
อนสามั
ญชนหรื
อผสมผสานตามวั
ฒนธรรมตะวั
นตก (สุ
ภั
ทรดิ
ศ ดิ
ศกุ
ล, 2523: 89-
106) การสร
างวั
ดใหม
ๆ บางครั้
งเป
นการนํ
าลั
กษณะต
างๆ ของศิ
ลปะในอดี
ตมาผสม ดั
งเช
น วั
ด
พุ
ทธาวาสในอํ
าเภอเบตง จั
งหวั
ดยะลา เป
นวั
ดที่
มี
ลั
กษณะผสมตามคติ
ท
องถิ่
นที่
ช
างนํ
าเอาศิ
ลปะศรี
วิ
ชั
ย
กั
บทรารวดี
เจดี
ย
แบ
งออกเป
น 3ส
วนคื
อชั้
นล
างเป
นลานประทั
กษิ
ณมี
กํ
าแพงแก
วเตี้
ย ๆ ล
อมรอบ ใต
เจดี
ย
ทํ
าใต
ถุ
นสู
งตรงกลางทํ
าแท
นประดิ
ษฐานพระพุ
ทธบาทจํ
าลอง ชั้
นที่
2 มี
ซุ
มประจํ
าทิ
ศสามารถเข
า
ไปภายในตรงกลางประดิ
ษฐานพระพุ
ทธรู
ปปางแสดงธรรมตามผนั
งเจดี
ย
โดยรอบเขี
ยนภาพจิ
ตรกรรม
เป
นพระบรมธาตุ
สํ
าคั
ญของประเทศไทยชั้
นที่
3 เป
นห
องบรรจุ
พระบรมสารี
ริ
กธาตุ
มี
พระพุ
ทธรู
ปหล
อ 8
องค
ตามผนั
งข
างองค
เจดี
ย
และเข็
มทิ
ศตั้
งพระพุ
ทธรู
ปสมั
ยต
าง ๆ เช
นแบบชวาแบบศรี
วิ
ชั
ยอู
ทอง เชี
ยง
แสนสุ
โขทั
ย เป
นต
นองค
ระฆั
งประดั
บกระเบื้
องโมเสกสี
ทอง (ประทุ
ม ชุ
มเพ็
งพั
นธุ
, 2544: 338-339)
นอกจากรู
ปเคารพในพุ
ทธศาสนา วั
ดบางแห
งตั้
งรู
ปเคารพในศาสนาพราหมณ
หรื
อฮิ
นดู
เช
น
พระวิ
ษณุ
พระพรหม พระศิ
วะ พระพรหมนั
บถื
อทั้
งพุ
ทธศาสนาและศาสนาพราหมณ
ในศาสนา
พราหมณ
หมายถึ
งเทพผู
สร
าง ในพุ
ทธศาสนาหมายถึ
งผู
ประกอบด
วยเมตตา กรุ
ณา มุ
ถิ
ตา อุ
เบกขา
หรื
อเรี
ยกว
าพรหมวิ
หาร 4 คื
อธรรมอั
นเป
นที่
ตั้
งแห
งพรหมมั
กสร
างเป
นสี่
พั
กตร
หรื
อพรหมสี่
หน
า ส
วน
พระนาราย
นั
บถื
อในฝ
ายไวษณพนิ
กายของศาสนาพราหมณ
หมายถึ
งผู
รั
กษา พระองค
มี
4 กร ถื
อสั
งข
จั
กร คฑา ดอกบั
ว ชาวฮิ
นดู
เชื่
อว
า เมื่
อโลกยั
งมี
ทุ
กข
พระวิ
ษณุ
จะอวตารมาปราบยุ
คเข็
ญ พระราม
พระกฤษณะก็
เป
นอวตารของพระองค
แม
พระพุ
ทธเจ
าก็
เชื่
อว
าเป
นอวตารของพระนารายณ
ด
วยพระศิ
วะ
เป
นเทพผู
ทํ
าลายเพื่
อสร
างใหม
พระศิ
วะมี
หลายแบบอาจเป
นรู
ปโยคี
ทรงมุ
นมวยเป
นชฎา นุ
งหนั
งเสื
อ
ถื
อตรี
ศู
ลมี
พระเนตรที่
สามกลางพระนลาฏ เป
นรู
ปพระศิ
วนาฎราช รู
ปศิ
วลึ
งก
บางครั้
งพระศิ
วะรวมตั
ว
กั
บพระนารายณ
เรี
ยกว
าพระหริ
หระ ซึ่
งพบมากสมั
ยสุ
โขทั
ย คื
อมี
พระเนตรกลางหน
าผากตามเทว
ลั
กษณะของพระศิ
วะแต
มี
4กร สองกรถื
อจั
กรและสั
งข
อั
นเป
นลั
กษณะของพระนารายณ
1...,33,34,35,36,37,38,39,40,41,42
44,45,46,47,48,49,50,51,52,53,...206