st121 - page 35
27
6.4 พุ
ทธศาสนา
พุ
ทธศาสนาเผยแผ
สู
แหลมมลายู
ราวต
นคริ
สต
ศตวรรษที่
5 จาก
หลั
กฐานโบราณวั
ตถุ
ในบั
นจั
งของรั
ฐเคดาห
รุ
งเรื
องมากสมั
ยศรี
วิ
ชั
ย จนเสื่
อมลงเมื่
อศาสนาอิ
สลามเข
า
มาครอบงํ
าแทน ในช
วงมลายู
ตกอยู
ในอํ
านาจของอั
งกฤษ พุ
ทธศาสนาแพร
กระจายสู
แหลมมลายู
เรื่
อยมาจากการอพยพของชาวจี
นญี่
ปุ
น พม
า ลั
งกา มี
2 นิ
กายหลั
ก คื
อหิ
นยานหรื
อเถรวาท และ
มหายาน ในช
วงแรกมหายานเผยแผ
จากอิ
นเดี
ยช
วงหลั
งจากจี
น จากการอพยพของชาวจี
นแผ
นดิ
นใหญ
ทํ
าให
มหายานมี
คติ
นิ
ยมแบบจี
นซึ่
งผสมกั
บแนวคิ
ดของลั
ทธิ
เต
าขงจื้
อ ส
วนหิ
นยานส
วนใหญ
เผยแผ
จาก
ลั
งกาภายหลั
งจึ
งเรี
ยกว
าลั
งกาวงศ
หลั
งจากพระพุ
ทธเจ
าปริ
นิ
พพานในป
พ.ศ. 57พระภิ
กษุ
ที่
เคยดํ
าเนิ
นตามคํ
าสอนของพุ
ทธองค
และขออุ
ปสมบทรวมตั
วกั
นเกิ
ดเป
นนิ
กายแรก ที่
เรี
ยกว
า นิ
กายสถวี
รวาท ซึ่
งหมายถึ
งมติ
ของสงฆ
ชั้
น
ผู
ใหญ
นิ
กายนี้
ยึ
ดหลั
กคํ
าสั่
งสอนและสื
บทอดหลั
กปฏิ
บั
ติ
ธรรมวิ
นั
ย ตั้
งแต
พุ
ทธกาลอย
างเคร
งครั
ด ไม
เปลี่
ยนแปลง ต
อมาในพ.ศ. 157 เมื่
อทํ
าการสั
งคายนาครั้
งที่
2 มี
ภิ
กษุ
กลุ
มหนึ่
งไม
เห็
นด
วยกั
บการปฏิ
บั
ติ
ธรรมวิ
นั
ยจึ
งแยกออกมาเป
นนิ
กายใหม
เรี
ยกว
ามหาสั
งฆิ
กะ หรื
อมติ
ของคณะสงฆ
ที่
ประชุ
มใหญ
ต
อมา
พั
ฒนาเป
นมหายาน ซึ่
งหมายถึ
งยานอั
นกว
างใหญ
และเรี
ยกนิ
กายเดิ
มว
าหิ
นยานอั
นหมายถึ
งยานอั
นคั
บ
แคบ มหาสั
งฆิ
กะเชื่
อว
าพระพุ
ทธเจ
ามี
สภาวะเป
นโลกุ
ตระมี
พระชนม
อนั
นกาล พระศากยมุ
นี
เกิ
ดจาก
การสร
างสรรค
ด
วยอิ
ทธิ
ปาฏิ
หารย
หรื
ออํ
านาจญาณ เพื่
อสอนมนุ
ษย
แทนพระพุ
ทธองค
ซึ่
งสถิ
ตอยู
เหนื
อ
โลก (พิ
ริ
ยะ ไกรฤกษ
, 2544: 57-58) ฝ
ายมหายานยั
งเชื่
อว
าพระโพธิ
สั
ตว
ยั
งเกิ
ดจากอํ
านาจปาฏิ
หารย
ของสิ่
งสถิ
ตเหนื
อโลก เช
นเดี
ยวกั
บพระพุ
ทธเจ
า แต
จะไม
เข
าสู
นิ
พพานก
อนจนกว
าจะช
วยสรรพสั
ตว
ได
ทั้
งหมด ฝ
ายหิ
นยานและมหายานต
างเชื่
อว
าพระโพธิ
สั
ตว
คื
ออดี
ตชาติ
ของพระพุ
ทธเจ
าที่
บํ
าเพ็
ญเพี
ยร
สร
างบารมี
แต
อดี
ต (ฉั
ตรสุ
มาลย
กบิ
ลสิ
งห
, 2536: 99) ลั
กษณะนี้
ฝ
ายมหายานจึ
งเห็
นว
า ในเมื่
อ
พระพุ
ทธเจ
าทรงมี
อดี
ตเป
นพระโพธิ
สั
ตว
มาหลายชาติ
จึ
งควรถื
อแบบอย
างวิ
ถี
ดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต ที่
ตนเองจะ
ดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตเป
นโพธิ
สั
ตว
เช
นเดี
ยวกั
น เพื่
อให
เข
าถึ
งพุ
ทธภู
มิ
ในที่
สุ
ด ฝ
ายมหายานจึ
งให
ความเคารพพระ
โพธิ
สั
ตว
มากว
าหิ
นยาน โดยเฉพาะพระโพธิ
สั
ตว
อวโลกิ
เตศวรที่
ต
อมาก็
คื
อกวนอิ
ม
วั
ดฝ
ายหิ
นยานแบบไทยและมหายานแบบจี
น โดยผั
งภู
มิ
ของวั
ดไม
แตกต
างกั
นมาก
ประกอบด
วยอาคารหลายหลั
ง มี
โบสถ
วิ
หาร เจดี
ย
เป
นหลั
กแต
มี
รู
ปทรงศิ
ลปกรรมแตกต
างกั
นตามคติ
ความเชื่
อประเพณี
แต
ละท
องถิ่
นและวั
ฒนธรรม โบสถ
ฝ
ายหิ
นยานมั
กมี
รู
ปเคารพประธานองค
เดี
ยวส
วน
มหายานมี
สามองค
ซึ่
งมี
นั
ยความหมายถึ
งรั
ตนตรั
ยของมหายาน หรื
อตรี
กาย อั
นได
แก
นิ
รมานกาย
ธรรมกาย และสั
มโภคกาย (เสฐี
ยร พั
นธรั
งษี
, 2543: 70) เจดี
ย
ของวั
ดไทยรู
ปทรงเพรี
ยวยอดแหลม
เจดี
ย
ของวั
ดจี
นเป
นทรงหอสู
งซ
อนชั้
นยอดแหลมที่
เรี
ยกว
าถะ มหายานยั
งนิ
ยมตั้
งกวนอิ
มรู
ปหรื
อพระ
โพธิ
สั
ตว
ในวั
ดสร
างพระยู
ไลหรื
อพระศากยมุ
นี
จตุ
โลกบาล พระอรหั
นต
จากความหลากหลายความเชื่
อและศาสนา ส
งผลต
อความแตกต
างในการสร
างสรรค
งาน
ศิ
ลปกรรม ขณะเดี
ยวกั
นการอยู
ร
วมกั
นของคนหลายวั
ฒนธรรมส
งผลวั
ดไทยในแหลมมลายู
มี
พหุ
ลั
กษณ
ทางศิ
ลปกรรม กล
าวคื
อวั
ดไทยอาจมี
รู
ปแบบผสมศิ
ลปกรรมของวั
ฒนธรรมอื่
นส
วนผสมมี
มากน
อยตาม
ป
จจั
ย เงื่
อนไขหรื
อบริ
บทสั
งคมที่
ห
อมล
อม
1...,25,26,27,28,29,30,31,32,33,34
36,37,38,39,40,41,42,43,44,45,...206