st121 - page 33

25
ศาสนาอิ
สลามศาสนาพุ
ทธศาสนาคริ
สต
ศาสนาฮิ
นดู
ศาสนาเหล
านี้
แสดงออกถึ
งรู
ปแบบศาสนสถาน รุ
สิ่
งเคารพ ตลอดถึ
งศิ
ลปกรรมแตกต
างกั
นตามความเชื่
อ ความศรั
ทธาและแนวปฏิ
บั
ติ
ดั
งนี้
6.1 ศาสนาอิ
สลาม
ในสารานุ
กรมมาเลเซี
ย ฉบั
บศาสนาและความเชื่
อได
กล
าวว
า (The
Encyclopedia of Malaysia: Religions and Beliefs, 2005: 22-23) ชาวมุ
สลิ
มต
องศรั
ทธาใน 6
ประการ 1) ศรั
ทธาต
อพระอั
ลลอฮ
ให
นั
บถื
อพระอั
ลลอฮ
องค
เดี
ยวเท
านั้
น 2)ศรั
ทธาในฑู
ตสวรรค
3)
ศรั
ทธาในคั
มภี
ร
อั
ลกุ
รอาน เคารพคํ
าสอนที่
ปรากฎในคั
มภี
ร
เท
านั้
น 4)ศรั
ทธาในศาสดาพยากรณ
ศาสดา
มี
มาแล
วหลายองค
ให
ถื
อนบี
มู
ฮั
มมั
ดเป
นคนสุ
ดท
าย 5) ศรั
ทธาต
อวั
นพิ
พากษา ในวั
นพิ
พากษาจะมี
การ
พิ
จารณาการกระทํ
าของมนุ
ษย
คนที่
ทํ
าความดี
มี
โอกาสขึ้
นสวรรค
6) ความศรั
ทธาในการกํ
าหนด
ล
วงหน
าที่
ว
าพระเจ
าสามารถควบคุ
มทุ
กสิ่
ง ยอมรั
บการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตตามคุ
ณธรรมที่
พระอั
ลลอฮ
ตั
ดสิ
นไว
มี
หลั
กปฏิ
บั
ติ
5ประการคื
อ 1) การประกาศว
าไม
มี
พระเจ
าอื่
นใดนอกจากพระอั
ลลอฮ
มี
นบี
มู
ฮั
มมั
เป
นศาสนฑู
ต 2) การละหมาดวั
นละ5ครั้
ง 3) การบริ
จาคเงิ
นของตนที่
เรี
ยกกว
าซากาต เพื่
อการกุ
ศล
อย
างน
อย 2.5 เปอร
เซนต
4)การถื
อศี
ลอดในเดื
อนรอมฎอน 5)การแสวงบุ
ญหรื
อทํ
าพิ
ธี
ฮั
จญ
ที่
นคร
เมกกะ ศาสนาอิ
สลามเข
าสู
แหลมมลายู
ตั้
งแต
คริ
สต
ศตวรรษที่
13 – 16 จากพ
อค
าอาหรั
บหลั
งจากนั้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากอิ
นเดี
ยในสมั
ยโมกุ
ลนั
บแต
คริ
สต
ศตวรรษที่
16ภายใต
การแผ
อํ
านาจของชาติ
มหาอํ
านาจ
หลั
กศรั
ทธาและหลั
กปฏิ
บั
ติ
ดั
งกล
าวส
งผลให
ศาสนศิ
ลป
ของศาสนาอิ
สลามมี
ลั
กษณะพิ
เศษคื
ไม
มี
รู
ปสมมุ
ติ
ของพระอั
ลลอฮ
พระนบี
มู
ฮั
มมั
ดหรื
อศาสดาคนอื่
น ๆ รวมทั้
งคนและสั
ตว
ทั้
งนี้
เพราะรู
จํ
าลองเหล
านี้
ไม
มี
คุ
ณค
าเพี
ยงพอที่
จะสะท
อนความยิ่
งใหญ
ของพระเจ
าได
กลายเป
นสิ่
งต
องห
าม ดั
ปรากฎในหลั
กหะดิ
ษ (Hadith) ว
า หากรู
ปภาพหรื
องานศิ
ลปะใดๆกลายเป
นสิ่
งเคารพ เช
นเดี
ยวกั
บรู
วั
วของคนฮิ
นดู
ใครก็
ตามที่
วาดขึ้
นเพื่
อวั
ตถุ
ประสงค
นี้
นอกเหนื
อจากความศรั
ทธาต
อพระเจ
า จะต
อง
ลงโทษอย
างรุ
นแรง (ยู
ซุ
ฟ ก็
อรฎอรี
2547: 47) ด
วยเหตุ
นี้
ชาวมุ
สลิ
มจึ
งเน
นการสร
างสรรค
ศิ
ลปะอื่
นๆ เช
ศิ
ลปะที่
เกิ
ดจากการถั
กทอลายพั
นธุ
พื
ช ลายงเรขาคณิ
ต รวมถึ
งการประดิ
ษฐ
อั
กษร โดยเฉพาะการเขี
ยน
อั
กษรถื
อเป
นข
อพิ
สู
จน
ในความสรั
ทธาต
อต
อคั
มภี
ร
อั
ลกุ
รอาน
รุ
ปแบบมั
สยิ
ดส
วนใหญ
ได
รั
บอิ
ทธิ
พลจากศิ
ลปะอิ
สลามในอิ
นเดี
ย อาหรั
บ และรู
ปแบบที่
สร
างสรรค
ในท
องถิ่
น ในแหลมมลายู
รู
ปแบบมั
สยิ
ดมี
ความหลากหลายบางแห
งผสมแบบจี
นบางแห
ผสมแบบมลายู
ท
องถิ่
น ในหนั
งสื
อศิ
ลปกรรม: มั
สยิ
ดในโลกมลายู
-นู
ซั
นตารา เขี
ยนโดยอั
บดุ
ลฮาลี
มนาซิ
ระบุ
ว
า มั
สยิ
ดแบบท
องถิ่
นส
วนใหญ
เป
นอาคารไม
หลั
งคาซ
อนที่
เรี
ยกว
ามั
สยิ
ดมาลายู
-นู
ซั
นตารา ในมะ
ละกาอาจเรี
ยกว
ามั
สยิ
ดซ็
อมแตกสี่
(SomPecahEmpat) ซ็
อมแปลว
ายอดหลั
งคาหรื
อจั่
วยอดหลั
งคา
จึ
งอาจเรี
ยกอี
กอย
างว
ามั
สยิ
ดยอดหลั
งคาแตกสี่
หลั
งคาเป
นชั้
นๆ ซ
อนด
วยรู
ปปลายยอดแหลมเหมื
อน
ทรงเมรู
ของบาหลี
อาจเป
นสถาป
ตยกรรมดั้
งเดิ
มก
อนเข
ามาของศาสนาอิ
สลาม มั
สยิ
ดหลั
งๆ มั
กได
รั
อิ
ทธิ
พลศิ
ลปะโมกุ
ลของอิ
นเดี
ย โดยสั
งเกตจากกลี
บใบตี
แฉกเหนื
อโดมและการทํ
าสั
นโค
งแบบมั
ลติ
ฟอยล
(Multi foil Arch)
6.2 ศาสนาฮิ
นดู
ศาสนาฮิ
นดู
เผยแพร
จากอิ
นเดี
ย ระยะแรกผ
านพม
า ผ
านภาคใต
ของไทย
จนถึ
งมาเลเซี
ยราวคริ
สต
ศตวรรษที่
6-9 ระยะหลั
งผ
านเข
าสู
มาเลเซี
ยโดยตรงจากรั
ฐตอนใต
ของอิ
นเดี
1...,23,24,25,26,27,28,29,30,31,32 34,35,36,37,38,39,40,41,42,43,...206
Powered by FlippingBook