30
ภายในโบสถ
ตามปกติ
มี
พระประธานองค
หนึ่
ง นอกจากนั้
นยั
งอาจมี
พระพุ
ทธรู
ปอื่
น ๆ พระ
ประธานนิ
ยมสร
างเป
นปางมารวิ
ชั
ยหรื
อปางสมาธิ
ประดิ
ษฐานบนรั
ตนบั
ลลั
งก
ที่
มี
ลวดลายลงรั
กป
ดทอง
ประดั
บกระจกสวยงาม รั
ตนบั
ลลั
งก
นี้
อาจตั้
งอยู
บนฐานใหญ
อี
กชั้
นหนึ่
ง ซึ่
งเรี
ยกว
า ฐานชุ
กชี
ถั
ดจาก
พระประธานลงมามั
กจะมี
ส
วนที่
ยกพื้
นจากพื้
นอุ
โบสถเพื่
อเป
นที่
นั่
งของสงฆ
เรี
ยกว
า อาสนสงฆ
เพราะ
เป
นธรรมเนี
ยมว
าพระสงฆ
ต
องนั่
งสู
งกว
าบุ
คคลธรรมดา ผนั
งโบสถ
นิ
ยมเขี
ยนภาพจิ
ตรกรรมฝาผนั
ง เป
น
ภาพเกี่
ยวเรื่
องราวพระพุ
ทธศาสนา และมี
ประเพณี
ที่
ยึ
ดถื
อเป
นแบบอย
างสื
บทอดว
า ผนั
งด
านหลั
งของ
พระประธานนิ
ยมเขี
ยนภาพเกี่
ยวกั
บเรื่
องไตรภู
มิ
ผนั
งด
านหน
าพระประธานนิ
ยมเขี
ยนภาพมารผจญผนั
ง
ด
านข
างทั้
ง 2 ด
าน ส
วนมากจะเขี
ยนเรื่
องเกี่
ยวกั
บพระพุ
ทธศาสนาตามความนิ
ยมของแต
ละยุ
คสมั
ย
แตกต
างกั
นไปแต
ละโบสถ
โดยทั่
วไปจะเริ่
มเรื่
องจากมุ
มใดมุ
มหนึ่
งของโบสถ
เวี
ยนขวาตามเข็
มนาฬิ
กา
ไปตามผนั
งจนเต็
ม หรื
อจะเริ่
มต
นจากด
านหลั
งหรื
อด
านหน
าของพระประธานทั้
งสอง โดยดํ
าเนิ
นเรื่
อง
ติ
ดต
อกั
นออกมาจนสุ
ดผนั
งด
านหน
า บานประตู
และหน
าต
างส
วนใหญ
นิ
ยมตกแต
งลายรดน้ํ
า ลายป
น
แกะสลั
กลายเขี
ยนสี
ลายประดั
บมุ
ก อาจเป
นภาพทวารบาลหรื
ออื่
นๆ (ราชบั
ณฑิ
ตยสภา, 2536: 72-
79)
รอบโบสถ
มี
กํ
าแพงแก
วเป
นเครื่
องแสดงขอบเขตของโบสถ
หรื
อวิ
หาร ก
อเป
นกํ
าแพงไม
สู
งมากนั
ก
รู
ปแบบของกํ
าแพงแก
วจะแตกต
างกั
นตามแต
ละยุ
คแต
ละสมั
ยของสถาป
ตยกรรม และมี
ทั้
งกํ
าแพงโปร
ง
และกํ
าแพงทึ
บ ลั
กษณะของกํ
าแพงแก
วคื
อ สั
นกํ
าแพงทํ
าเป
นบั
วหลั
งเจี
ยดต่ํ
าลงมาเป
นหน
ากระดาน
เส
นลวดบั
วหงาย ตั
วกํ
าแพง และส
วนที่
เป
นฐานมี
เส
นลวด บั
วคว่ํ
า บั
วหงาย หน
ากระดาน มี
สี
มา
เครื่
องหมายบอกเขตโบสถ
ทั้
งแปดทิ
ศ โดยแยกออกเป
นเขตต
างหากจากเขตบ
าน เรี
ยกว
าวิ
สุ
งคามสี
มา
ใบสี
มาส
วนใหญ
เป
นแผ
นหิ
นยอดคล
ายรู
ปกลี
บบั
ว โดยทั่
วๆ ไปมั
กจะสร
างซุ
มครอบใบสี
มาไว
2. วิ
หาร
หมายถึ
งที่
ประดิ
ษฐานพระพุ
ทธรู
ปคู
กั
บโบสถ
เพี
ยงแต
ไม
มี
พั
ทธสี
มาและตามปกติ
มิ
ได
ใช
เป
นที่
ทํ
าสั
งฆกรรม บางแห
งอาจใช
เป
นที่
ประกอบพิ
ธี
กรรมทางศาสนาและแสดงธรรมโปรด
ประชาชนด
วย ลั
กษณะรู
ปแบบของวิ
หารแตกต
างกั
นไปตามยุ
คตามสมั
ยและแต
ละท
องถิ่
น
ลั
กษณะของโบสถ
และวิ
หารข
างต
นมี
แตกต
างกั
นตามรสนิ
ยมการแสดงออกซึ่
งความงามของช
าง
และบริ
บทสั
งคมที่
แวดล
อมป
จจุ
บั
นโบสถ
และวิ
หารอาจมี
ส
วนผสมของศิ
ลปะในวั
ฒนธรรมต
าง ๆ ไม
มาก
ก็
น
อยดั
งจะกล
าวต
อไปนี้
แน
งน
อย ศั
กดิ์
ศรี
(2537: 105-166) ได
เขี
ยนถึ
งมรดกสถาป
ตยกรรมกรุ
งรั
ตนโกสิ
นทร
โดย
สะท
อนให
เห็
นว
า วั
ดไทยหลายแห
งยึ
ดคติ
นิ
ยมแบบศิ
ลปะจี
น มี
ลั
กษณะผสมผสานระหว
างศิ
ลปะไทย
และจี
นหลั
งคาโบสถ
วิ
หารมี
ลั
กษณะคล
ายจี
นแต
เมื่
อมองลึ
กซึ้
งพบว
า โครงสร
างหลั
งคาส
วนใหญ
เป
น
งานไม
การซ
อนหลั
งคาทํ
าแบบประเพณี
เดิ
มแต
ไม
เกิ
น 2ชั้
นส
วนที่
เห็
นภายนอกคื
อหน
าบั
นและคอสอง