st121 - page 41

33
ที่
วั
ดจี
นบนเนิ
นแห
งรั
ฐป
นั
งปรากฏเจดี
ย
จี
นที่
มี
ลั
กษณะพิ
เศษจากรายการเสด็
จประพาสต
นของ
รั
ชกาลที่
5ซึ่
งจั
ดโดยที
วี
ไทยเสรี
ได
อธิ
บายว
า เป
นเจดี
ย
จี
นผสมพม
า เมื่
อครั้
งรั
ชกาลที่
5 เสด็
จป
นั
งได
บริ
จาคเงิ
นสมทบสร
างเจดี
ย
โดยมี
ข
อแม
ว
าต
องให
เจดี
ย
มี
ลั
กษณะไทยอยู
ด
วย แต
เท
าที่
ผู
วิ
จั
ยสั
งเกตใน
ป
จจุ
บั
นแทบไม
ปรากฏศิ
ลปะไทยบนเจดี
ย
มี
แต
ศิ
ลปอิ
สลามหรื
อแบบมั
วร
อย
างไรก็
ตามก็
แสดงให
เห็
ว
าการก
อสร
างเจดี
ย
ที่
มี
ลั
กษณะพหุ
ลั
กษณะทางศิ
ลปกรรมที่
รวมเอาทั้
งศิ
ลปะจี
น ไทย พม
า อิ
สลาม ไว
ด
วยกั
นคื
อการแสดงถึ
งสมานลั
กษณ
ทางศิ
ลปกรรมในพื้
นที่
ศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
ให
เห็
นว
าเป
นของคนทุ
กวั
ฒนธรรม
อั
นจํ
าเป
นสํ
าหรั
บเมื
องที่
มี
สั
งคมแบบพหุ
วั
ฒนธรรม
4. กุ
ฏิ
คื
ออาคารที่
พั
กอาศั
ยของพระสงฆ
เดิ
มเป
นเพี
ยงอาคารเล็
กๆสร
างด
วยไม
พอที่
พระสงฆ
รู
ปหนึ่
งจะลุ
กนั่
งนอนได
ต
อมาได
มี
ขนาดใหญ
ขึ้
นเพื่
อให
พระสงฆ
พั
กอาศั
ยได
หลายรู
ปลั
กษณะของกุ
ฏิ
ไม
จะเป
นไปตามสถาป
ตยกรรมของแต
ละท
องถิ่
น ธํ
ารงศั
กดิ์
อายุ
วั
ฒนะ (2547: 335) ได
กล
าวถึ
งวั
ดในรั
ป
นั
งบางแห
งว
ามี
กุ
ฏิ
ไม
สองชั้
นแบบไทยและแบบจี
น นอกจากนี้
มี
ศาลาการเปรี
ยญศิ
ลปะแบบไทยผสม
จี
น มี
หอฉั
นแบบจี
น มี
สถู
ปเจดี
ย
แบบจี
นผสมพม
5 ประติ
มากรรม: พระพุ
ทธรู
พระพุ
ทธรู
ปเป
นสั
ญลั
กษณ
แทนพระพุ
ทธเจ
า ไม
ใช
รู
ปเหมื
อนของพระพุ
ทธเจ
าดั
งนั้
นพระพุ
ทธรู
แต
ละสกุ
ลช
าง แต
ละสมั
ยจึ
งมี
รู
ปร
างแตกต
างกั
นไปตามคติ
นิ
ยม อย
างไรก็
ตามมั
กมี
ลั
กษณะสํ
าคั
ญที่
เรี
ยกว
า มหาปุ
ริ
สลั
กษณะอั
นหมายถึ
ง ลั
กษณะของมหาบุ
รุ
ษ 32ประการ ซึ่
งระบุ
ไว
ในตํ
านานว
า เป
ลั
กษณะของพระพุ
ทธเจ
า เช
นมี
ผิ
วสี
ดุ
จทองคํ
า มี
ขนอ
อนระหว
างคิ้
วที่
เรี
ยกว
าอุ
ณาโลมมี
ศรี
ษะเป
นรู
อุ
ษณี
ย
หรื
ออุ
ณหิ
ส (คื
อส
วนนู
นบนศรี
ษะที่
คล
านมุ
นมวยผมหรื
อสวมมงกุ
ฎ) มี
คางเหมื
อนราชสี
ห
มี
ความ
นู
น 7แห
งคื
อนิ้
วมื
อนิ้
วเท
ายาวที่
ฝ
าเท
ามี
ลายเป
นจั
กรฯลฯ การสร
างพระพุ
ทธยั
งแสดงอริ
ยาบถต
างๆมี
ความหมายเกี่
ยวกั
บพุ
ทธประวั
ติ
ตอนที่
สํ
าคั
ญๆ เช
นแสดงท
ายื
นท
านั่
งท
าก
าวเดิ
นท
านอนนอกจากนี้
มี
การยกพระหั
ตถ
หรื
อวางพระหั
ตถ
ในท
าต
าง ๆ พระพุ
ทธรู
ปประทั
บยื
นมี
2แบบคื
อแบบยื
นตรงและแบบ
ยื
นเอี
ยงที่
เรี
ยกว
า แบบตริ
ภั
งค
พระพุ
ทธรู
ปประทั
บนั่
งมี
2 แบบ คื
อแบบห
อยพระบาทและขั
ดสมาธิ
แบบขั
ดสมาธิ
ยั
งแยกเป
นขั
ดสมาธิ
เพชรและสมาธิ
ราบ พระพุ
ทธรู
ปท
าก
าวเดิ
นเรี
ยกว
า ปางลี
ลา แสดง
โดยพระบาทซ
ายก
าวไปข
างหน
า ส
วนส
นพระบาทขวายกขึ้
นสู
งจากพื้
น (ศั
กดิ์
ชั
ย สายสิ
งห
2550: 18-
20) พระพุ
ทธรู
ปไสยาสน
ทั่
วไปมี
2 แบบ คื
อแบบปริ
พพพาน โดยกว
พรกบามบรรทมตะแคงขวา พระ
บาทซ
ายซ
อนพระบาทขวาพระหั
ตถ
ขวางอขึ้
นหงายวางอยู
ที่
พื้
นข
างพระเขนย (หมอน) ปลายพระบาท
เสมอกั
นทั้
งสองข
าง อย
างไรก็
ตามพระไสยาสน
แบบพม
ามั
กวางพระบาทเหลื่
อมซ
อนกั
น ซึ่
งเป
นตาม
พุ
ทธประวั
ติ
ที่
ว
า พระองค
เสด็
จบรรทมลั
กษณะสี
หไสยา ตะแคงเบื้
องขวา ตั้
งพระบาทเหลื่
อมพระบาท
แบบโปรดอสุ
ริ
นทราหู
พระอริ
ยาบถตะแคงขวา พระหั
ตถ
ซ
ายทาบตามพระวรกายพระหั
ตถ
ขวาตั้
งรั
1...,31,32,33,34,35,36,37,38,39,40 42,43,44,45,46,47,48,49,50,51,...206
Powered by FlippingBook