ct154 - page 43

35
ขณะเดี
ยวกั
น เมื่
อปี
พ.ศ. 2501 พื้
นที่
ป่
าเทื
อกเขาคิ
ชฌกู
ฏก็
ได้
ถู
กประกาศให้
เป็
นวนอุ
ทยาน
แห่
งชาติ
ต่
อมาในปี
พ.ศ. 2508 ได้
มี
ประกาศให้
เป็
นป่
าสงวนแห่
งชาติ
และในปี
พ.ศ.2520 จึ
งได้
มี
พระราช
กฤษฎี
กา กาหนดพื้
นที่
ดั
งกล่
าวให้
เป็
น อุ
ทยานแห่
งชาติ
ป่
าเขาคิ
ชฌกู
ฏ ในพื้
นที่
บางส่
วนของบริ
เวณตาบล
ตะเคี
ยนทอง(ในอดี
ตบ้
านคลองพลู
อยู่
ในพื้
นที่
ตาบลตะเคี
ยนทอง) ตาบลฉมั
น ตาบลพลวงและตาบล
วั
งแซ้
ม อาเภอมะขาม จั
งหวั
ดจั
นทบุ
รี
เนื้
อที่
36,687 ไร่
เป็
นอุ
ทยานแห่
งชาติ
(ราชกิ
จจานุ
เบกษา เล่
มที่
94 ตอนที่
38 วั
นที่
4พฤษภาคม 2520) (กรมแผนที่
ป่
าไม้
. 2544) สาหรั
บพื้
นที่
บ้
านคลองพลู
ถู
กจั
ดอยู่
ใน
ประเภทหมู่
บ้
านในแนวกั
นชนระหว่
าง 3-5 กิ
โลเมตร โดยแบ่
งเป็
น พื้
นที่
ที่
มี
เอกสารสิ
ทธิ์
เป็
น โฉลด
หรื
อนส.3 ร้
อยละ 48.43 พื้
นที่
ที่
มี
เอกสารสิ
ทธิ์
เป็
น สปก.หรื
อสทก. ร้
อยละ 22.91 และพื้
นที่
ที่
ไม่
มี
เอกสารสิ
ทธิ์
ร้
อยละ 28.66 (กรมป่
าไม้
. 2545: 157)
กระบวนการครอบครองสิ
ทธิ
การจั
ดการทรั
พยากรป่
าของรั
ฐ ทาให้
รั
ฐมี
อานาจเบ็
ดเสร็
จในการ
จั
ดการ โดยอ้
างความรู้
แบบวิ
ทยาศาสตร์
และรั
ฐยั
งได้
ใช้
วิ
ธี
การจั
ดการป่
าโดยการจาแนกชนิ
ดและ
ประเภทของทรั
พยากร (Scientific forest) โดยเฉพาะชนิ
ดของไม้
ที่
มี
คุ
ณค่
าทางเศรษฐกิ
จ พร้
อมกั
บการ
ออกกฎคุ้
มครอง และกี
ดกั
นสิ
ทธิ
การจั
ดการที่
นอกเหนื
อไปจากการจั
ดการของรั
ฐออกไป ท้
ายที่
สุ
ชาวบ้
านจึ
งถู
กกี
ดกั
นออกจากป่
า พร้
อมๆ กั
บทรั
พยากรชนิ
ดอื่
นที่
มี
อยู่
ในป่
าด้
วย ทั้
งที่
ในบางครั้
งชาวบ้
าน
ได้
ใช้
ทรั
พยากรชนิ
ดอื่
นในป่
า มากกว่
าการตั
ดไม้
ซึ่
งเป็
นทรั
พยากรหลั
กที่
รั
ฐกี
ดกั
น (อุ
ดมลั
กษณ์
ฮุ่
ตระกู
ล. 2550) เช่
น กระวาน และน้
ามั
นยาง และกรณี
การประกาศเป็
นเขตอุ
ทยานแห่
งชาติ
รั
ฐก็
อ้
าง
ความชอบธรรม โดยชู
ประเด็
นว่
า ป่
าไม้
คื
อสมบั
ติ
ของชาติ
เพื่
อเอื้
อให้
รั
ฐสามารถเข้
าไปอ้
างสิ
ทธิ
ต่
อพื้
นที่
ได้
อย่
างหนั
กแน่
นมากกว่
าชุ
มชนโดยรอบที่
ต้
องยอมรั
บต่
อความเป็
นชาติ
มากกว่
าความเป็
นชุ
มชน
การเปิ
ดสั
มปทานป่
าไม้
ของภาครั
ฐ สะท้
อนให้
เห็
นถึ
งอานาจรั
ฐในการเข้
าถึ
งทรั
พยากรเหนื
อคน
กลุ่
มอื่
นๆ เพื่
อเอื้
อประโยชน์
ให้
แก่
นายทุ
น ส่
งผลให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงในการเข้
าถึ
งทรั
พยากร ช่
วงนี้
เองพบว่
าเส้
นทางชั
กลากไม้
ถู
กพั
ฒนากลายเป็
นถนนทางหลวงที่
ตั
ดผ่
านท้
องถิ่
นที่
เป็
นถิ่
นอาศั
ยของกลุ่
มคน
ชอง มี
การสร้
างถนนตามนโยบายโครงการสร้
างงานในชนบท (กสช.) คื
“ถนนบาราศนราดู
ร” ที่
สร้
าง
เสร็
จเมื่
อปี
พ.ศ. 2515 กล่
าวได้
ว่
าอานาจรั
ฐเข้
ามาควบคุ
มจั
ดการกั
บท้
องถิ่
นชองด้
วยกระบวนการทาง
“วาทกรรมการพั
ฒนา” จากเดิ
มที่
คนชองนิ
ยมปลู
กกระวานบนเทื
อกเขาภู
เขาสอยดาว จึ
งกลายมาเป็
ภาพของ “ผู้
ทาลายป่
า” ในรู
ปแบบของการทาไร่
เลื่
อยลอย และการเก็
บของป่
าก็
ทาให้
คนชองกลายเป็
“คนป่
า” ที่
มี
นั
ยความหมายถึ
งผู้
ไม่
พั
ฒนา และรั
ฐได้
อาศั
ยความชอบธรรมเข้
ามาส่
งเสริ
มการปลู
กพื
ชไร่
แก่
ชุ
มชนชอง ผนวกกั
บการเข้
ามาจั
บจองพื้
นที่
ของคนภายนอก เพื่
อปลู
กพื
ชไร่
ตามกระแสที่
เกิ
ดขึ้
นในภาค
ตะวั
นออก นอกจากนี้
การที่
คนชองหั
นมาปลู
กพื
ชไร่
ในเชิ
งพาณิ
ชย์
นั้
นยั
งมี
นั
ยของความต้
องการลบภาพ
ความเป็
นคนป่
ามาสู่
ความเป็
นพลเมื
องไทยที่
ได้
รั
บการพั
ฒนา ในรู
ปแบบของ “คนบ้
านนอก”ด้
วยเช่
นกั
การปลู
กพื
ชไร่
มั
นสาปะหลั
ง เริ่
มประมาณปี
พ.ศ. 2506 ซึ่
งทาให้
คนชองได้
เงิ
นเป็
นกอบเป็
นกา จึ
มี
การบุ
กรุ
กพื้
นที่
ป่
าเรื่
อยมา และเมื่
อที่
ดิ
นสามารถแลกเปลี่
ยนเป็
นเงิ
นได้
มากกว่
าทรั
พยากรอื่
นๆ
1...,33,34,35,36,37,38,39,40,41,42 44,45,46,47,48,49,50,51,52,53,...145
Powered by FlippingBook