ct154 - page 52
44
จากการสั
มภาษณ์
พบว่
า ในอดี
ตคนคลองพลู
มี
การสื่
อสาร 2 ภาษา คื
อ ไทยและชอง
ภาษาไทยใช้
ในการสื่
อสารกั
บคนภายนอก ส่
วนภาษาชองใช้
สื่
อสารกั
นเองในกลุ่
ม แต่
เมื่
อเริ่
มมี
ระบบ
การศึ
กษาของรั
ฐเข้
ามาบั
งคั
บให้
เด็
กทุ
กคนต้
องพู
ดภาษาไทย และภาษาชองเองก็
ไม่
มี
ตั
วอั
กษรสะกดเสี
ยง
จึ
งไม่
สามารถถ่
ายทอดความรู้
จากระบบการศึ
กษาของรั
ฐมาสู่
คนท้
องถิ่
นได้
ทาให้
ภาษาชองไม่
มี
ประโยชน์
กั
บเด็
กในการเรี
ยนรู้
โลกของคนรุ่
นใหม่
หรื
อแม้
แต่
ประสบการณ์
ชี
วิ
ตของคนรุ่
นเก่
าก็
ไม่
สามารถ
ถ่
ายทอดเขี
ยนผ่
านตั
วอั
กษรได้
ดั
งนั้
นการถ่
ายทอดความรู้
จากรุ่
นสู่
รุ่
น จึ
งต้
องกระทาผ่
านการบอกเล่
า
เรื่
องราว และเขี
ยนออกมาเป็
นอั
กษรภาษาไทยเท่
านั้
น จึ
งทาให้
ภาษาพู
ดชองลดความสาคั
ญลง จะเห็
น
ได้
ว่
า คนในช่
วงอายุ
ไม่
เกิ
น 50 ปี
(เกิ
ดหลั
งปี
พ.ศ.2500) ไม่
สามารถพู
ดภาษาชองในชี
วิ
ตประจาวั
น ซึ่
ง
หากมองว่
า ภาษาชอง เป็
นอั
ตลั
กษณ์
และตั
วตนคนชอง จากปรากฏการณ์
บ้
านคลองพลู
ก็
อาจจะกล่
าว
อย่
างหยาบๆ ได้
ว่
า “คนชอง” คื
อ ผู้
คนที่
ตั้
งรากฐานอยู่
ในท้
องถิ่
นที่
มี
ช่
วงอายุ
ไม่
ต่
ากว่
า 50 ปี
เกิ
ดก่
อนปี
พ.ศ.2500 แต่
ทั้
งนี้
สั
ญลั
กษณ์
ที่
บ่
งชี้
ถึ
งความเป็
นชอง คงต้
องมองอย่
างรอบด้
าน ไม่
เฉพาะเพี
ยงด้
าน
ภาษาเท่
านั้
น
เมื่
อการสื่
อสารด้
วยภาษาชองถู
กจากั
ดวงเฉพาะผู้
มี
อายุ
50 ปี
ขึ้
นไป ซึ่
งเป็
นคนในแถบ
ตะเคี
ยนทอง คลองพลู
และน้
าขุ่
น เท่
านั้
น จึ
งทาให้
ภาษาชองมี
ความลึ
กลั
บ เนื่
องจากเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ใน
การสื่
อสารที่
คนท้
องถิ่
น ซึ่
งคนอื่
นไม่
สามารถเข้
าถึ
งได้
ดั
งนั้
นการสื่
อสารด้
วยภาษาชองจึ
งเป็
นเสมื
อน
อานาจลึ
กลั
บที่
คนภายนอกและความทั
นสมั
ยเข้
าถึ
งไม่
ได้
และความลึ
กลั
บนี้
ก็
เป็
นที่
สนใจต่
อนั
กวิ
ชาการ
ให้
เข้
ามาศึ
กษาภาษาชอง ทาให้
ภาษาชองมี
ความโดดเด่
นมากกว่
าสั
ญลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ์
อื่
นๆ
นอกจากนี้
ภาษาชองยั
งถู
กใช้
ในการประกอบพิ
ธี
กรรมการเซ่
นผี
และเมื่
อมี
ผู้
สนใจศึ
กษาวั
ฒนธรรมชอง
พวกเขาก็
จะสนทนาภาษาชอง เพื่
อแสดงให้
คนอื่
นเห็
นถึ
งวั
ฒนธรรมทางด้
านภาษา
ประเด็
นที่
สาคั
ญ
ประการที่
สอง คื
อ ภาษาชอง เป็
นสิ่
งบ่
งบอกถึ
งสถานภาพของบุ
คคลที่
แสดงถึ
งความเป็
นคนชองที่
แท้
จริ
ง เนื่
องจากผู้
คนที่
ตั้
งฐานถิ่
นในบ้
านคลองพลู
มี
ความหลากหลาย ทั้
งคนภายนอกที่
ย้
ายครอบครั
วเข้
า
มาตั้
งถิ่
นฐาน คนภายนอกที่
เข้
ามาสมรสกั
บผู้
คนสายตระกู
ลของท้
องถิ่
น คนท้
องถิ่
นที่
พู
ดภาษาชองได้
และพู
ดภาษาชองไม่
ได้
ความหลากหลายเหล่
านี้
ทาให้
ต้
องมี
การจั
ดลาดั
บความเข้
มข้
นของความเป็
น
ชอง โดยความเข้
มข้
นจะมี
2 ระดั
บ คื
อ มากไปสู่
น้
อย กล่
าวคื
อ ผู้
ที่
สามารถพู
ดภาษาชองได้
จั
ดว่
าเป็
น
“ชองแท้
จริ
ง” และ ผู้
ที่
พู
ดภาษาชองไม่
ได้
แต่
อยู่
ในระบบเครื
อญาติ
แต่
ก็
ถื
อได้
ว่
าเป็
น “ชอง” ดั
งที่
เฉิ
น
ผั
นผาย (2550) กล่
าวว่
า “คนที่
พู
ดภาษาชองก็
เป็
นคนชอง ส่
วนลู
กหลานที่
พู
ดชองไม่
ได้
ก็
เป็
นคนชอง
เหมื
อนกั
น แต่
ไม่
เหมื
อนคนรุ่
นก่
อนที่
ยั
งพู
ดชองกั
นได้
ชองแท้
จริ
งต้
องพู
ดภาษาชองได้
”
วิ
ธี
การจั
ดลาดั
บชั้
น (Hierarchy) ความเป็
นชอง มั
กถู
กนาเสนอโดยผู้
ใหญ่
ในท้
องถิ่
น เพื่
อสร้
าง
ความชอบธรรมในจั
ดลาดั
บชั้
นระหว่
างผู้
ใหญ่
กั
บเด็
ก ซึ่
งผู้
วิ
จั
ยคิ
ดว่
า คู่
ตรงกั
นข้
ามระหว่
าง “ชองแท้
จริ
ง”
กั
บ “ชอง” คื
อการเปรี
ยบเที
ยบระหว่
าง “ผู้
ใหญ่
” กั
บ“เด็
ก”(ชองแท้
จริ
ง=ผู้
ใหญ่
, ชอง=เด็
ก) ซึ่
งเป็
น
การจั
ดสถานภาพทางสั
งคมอย่
างมี
นั
ยสาคั
ญยิ่
ง ต่
อบริ
บทการเปลี่
ยนแปลงสู่
ความทั
นสมั
ยและความ
1...,42,43,44,45,46,47,48,49,50,51
53,54,55,56,57,58,59,60,61,62,...145