30
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ชอง เป็
นกลุ่
มคนส่
วนหนึ่
งที่
อาศั
ยกระจั
ดกระจายทางภาคตะวั
นออกตั้
งแต่
จั
งหวั
ดระยอง จั
นทบุ
รี
ตราด (ม ศรี
บุ
ษรา. 2521) แต่
จะพบกลุ่
มคนชองอาศั
ยรวมกั
นเป็
นหมู่
บ้
านท้
องถิ่
น
(Village) แถบจั
งหวั
ดจั
นทบุ
รี
บริ
เวณสายน้
าเล็
กๆของแม่
น้
าจั
นทบุ
รี
เช่
น บริ
เวณคลองตารอง คลอง
จั
นทบุ
รี
คลองตะเคี
ยนทอง และคลองน้
าเป็
น ฯลฯ การสารวจคนชอง โดยวั
ดจากผู้
ที่
พู
ดภาษาชองใน
ภาคตะวั
นออกพบว่
า จั
งหวั
ดจั
นทบุ
รี
ในพื้
นที่
ตาบลตะเคี
ยนทอง มี
ผู้
พู
ดภาษาชองประมาณ 500 หลั
งคา
เรื
อน จานวนประชากรประมาณ 4,000 คน ตาบลพลวง ประมาณ 800 หลั
งคาเรื
อน จานวนประชากร
ประมาณ 4,000 คน นอกจากนี้
ยั
งพบคนชองอาศั
ยอยู่
ในท้
องที่
ตาบลวั
งแซ้
ม ตาบลมะขาม ตาบลปั
ถวี
ตาบลท่
าหลวง (กรรณิ
การ์
เกนิ
กานนท์
และคณะ. 2522:43) และเขตตาบลทั
บไทร อาเภอโป่
งน้
าร้
อน
ซึ่
งในการจั
ดแบ่
งกลุ่
มคนชองตามการกระจายทางภู
มิ
ศาสตร์
ภาษาชอง แบ่
งคนชองออกเป็
น 3 ถิ่
น คื
อ
(1) ถิ่
นตะเคี
ยนทอง ในตาบลตะเคี
ยนทอง-คลองพลู
เรี
ยกว่
า “ชองถิ่
นเหนื
อ” (2) ถิ่
นกระทิ
ง ในตาบล
พลวง เรี
ยกว่
า “ชองถิ่
นใต้
” ทั้
งสองถิ่
นอยู่
ในอาเภอเขาคิ
ชฌกู
ฎ และ(3) ถิ่
นบ้
านวั
งกระแพร ในตาบลทั
บ
ไทร อาเภอโป่
งน้
าร้
อน เรี
ยกว่
า “ชองถิ่
นตะวั
นออก”
(ศิ
ริ
เพ็
ญ อึ้
งสิ
ทธิ
พู
นพร. 2547)
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ชอง (Chong) จั
ดอยู่
ในกลุ่
มภาษาศาสตร์
ออสโตรเอเชี
ยติ
ด (Austro Asiatic)
กลุ่
มภาษาย่
อย มอญ-เขมร(Mon-Khmer) มี
ภาษาพู
ดชอง แต่
ไม่
มี
ภาษาเขี
ยน (สุ
เรขา สุ
พรรณไพบู
รณ์
.
2524:341) จากหลั
กฐานเชื่
อกั
นว่
าในอดี
ต คนชองเป็
นชนเผ่
าที่
อพยพเร่
ร่
อนอยู่
ในป่
า โดยมี
หั
วหน้
า
ปกครอง ต่
อมาได้
ปรั
บเปลี่
ยนแบบแผนการดาเนิ
นชี
วิ
ต โดยตั้
งถิ่
นฐานอยู่
ในดิ
นแดนภาคตะวั
นออก
ดารงชี
วิ
ตด้
วยการเก็
บของป่
า ล่
าสั
ตว์
ตั
ดหวาย ทาน้
ามั
นยาง หาน้
าผึ้
ง และปลู
กข้
าวไร่
อยู่
ในป่
า เมื่
อ
เวลาว่
างจะจั
บสั
ตว์
น้
า เช่
น ปลา ปู
หอย ตามแหล่
งน้
าต่
างๆ และมั
กมี
การรวมกลุ่
มดื่
มเหล้
าเป็
นประจา
คนชองจะปลู
กบ้
านเรื
อนกั
นอย่
างง่
ายๆ เช่
น ใช้
โครงไม้
ไผ่
ทาโครงบ้
าน ใช้
เถาวั
ลย์
ผู
กโครงบ้
าน มุ
งหลั
งคา
และตั
วบ้
านด้
วยใบไม้
เช่
น ไม้
ระกา หญ้
าคา เป็
นต้
น (บุ
ญเดิ
ม พั
นรอบและภารดี
มหาขั
นธ์
. 2522) โดย
คนชองจะอาศั
ยพื้
นที่
ราบเชิ
งเขาปลู
กบ้
านเรื
อน ซึ่
งพบอาศั
ยรวมกลุ่
มกั
นเป็
นหมู่
บ้
านท้
องถิ่
น ในแถบลุ่
ม
น้
าจั
นทบุ
รี
บริ
เวณเขตตาบลตะเคี
ยนทอง และตาบลคลองพลู
อาเภอเขาคิ
ชฌกู
ฎ จั
งหวั
ดจั
นทบุ
รี
ซึ่
งได้
สารวจคนชองที่
ตาบลตะเคี
ยนทอง เมื่
อ ปี
พ.ศ.2501 พบว่
า คนที่
ตาบลตะเคี
ยนทองราว 80 เปอร์
เซ็
นต์
พู
ดภาษาชอง อี
ก 20 เปอร์
เซ็
นต์
พู
ดภาษาไทย (สมศั
กดิ์
รั
ตนกุ
ลและคณะ. 2529)
คนชองจะอยู่
รวมกั
นเป็
นกลุ่
ม ประมาณ 20 –30 ครอบครั
ว ตั้
งถิ่
นฐานอยู่
ในละแวกใกล้
เคี
ยงกั
น
คนชองในหมู่
บ้
านจะเป็
นญาติ
พี่
น้
องกั
น หากจะมี
คนอื่
นที่
ไม่
ใช่
ญาติ
เข้
ามาอาศั
ยอยู่
ก็
มั
กเกิ
ดจากการ
แต่
งงาน เช่
น ฝ่
ายชายเป็
นคนต่
างบ้
านเข้
ามาแต่
งงานกั
บสาวบ้
านชอง หรื
ออพยพโยกย้
ายครอบครั
วมา
จากหมู่
บ้
านอื่
น ซึ่
งสั
งคมในหมู่
บ้
านชองจะมี
ลั
กษณะเด่
น คื
อ เป็
นลั
กษณะสั
งคมไมตรี
สั
มพั
นธ์
(สุ
เรขา
สุ
พรรณไพบู
รณ์
.2524) คื
อมี
ความสั
มพั
นธ์
กั
นเป็
นอย่
างดี
กิ
จกรรมการงานจะช่
วยเหลื
อกั
น เช่
น การทา
นา ตั้
งแต่
การไถนา การดานา การเกี่
ยวข้
าว การนวดข้
าว เป็
นต้
น นอกจากนี้
กิ
จกรรมเกี่
ยวกั
บประเพณี