ct154 - page 35

27
ได้
เขาจะสั
กหน้
าด้
วยสี
น้
าเงิ
น บางที
ก็
เอาห่
วงเหล็
กรั
ดคอ รั
ดแขนหรื
อขา คนป่
านี้
มี
อยู่
2 พวก พวกหนึ่
เข้
าใจภาษาที่
ใช้
กั
นอยู่
อี
กพวกหนึ่
งไม่
ยอมรั
บอารยธรรมและไม่
เข้
าใจภาษา ไม่
อาศั
ยอยู่
ในบ้
าน จะ
ท่
องเที่
ยวไปตามป่
าเขามี
ลู
กเมี
ยติ
ดตามไปด้
วย ธรรมชาติ
ของพวกนี้
ยั
งป่
าเถื่
อน แต่
ต่
อมาเมื่
อไม่
นานมานี้
พวกนี้
บางคนเพาะปลู
กกระวาน ฝ้
ายและทอผ้
า ผ้
าของพวกนี้
เนื้
อหยาบ ลวดลายก็
ไม่
เป็
นระเบี
ยบ” ข้
อที่
น่
าสั
งเกต คื
อ จู
ตากวนจดไว้
เมื่
อพุ
ทธศตรรรษที่
18 ว่
า พวกชองแบ่
งเป็
น 2 พวก แต่
นายอาร์
บาราคาร์
(R. Baracar) ผู้
เขี
ยนเรื่
อง สอมแร หรื
อปอร์
(Les Samre ou Pear) พิ
มพ์
ใน Bulletin de I’ecole
Francaise d’Extreme-orient เล่
ม XLI ค.ศ.1941 (พ.ศ.2484) แบ่
งพวกชองในเขมรเป็
น 3 พวก คื
พวก สอมแร พวกปอร์
และพวกโสจ สาหรั
บในประเทศไทยมี
แต่
พวกปอร์
และพวกโสจ
นอกจากนี้
ยั
งที่
เอกสารที่
สั
นนิ
ษฐานว่
า กลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ชอง อาศั
ยอยู่
ในเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
มา
ก่
อนการเกิ
ดขึ้
นของรั
ฐชาติ
ไทย ซึ่
งพบว่
าสั
งฆราช ปาเลอกั
วซ์
ได้
บั
นทึ
กถึ
งคนชองที่
จั
งหวั
ดจั
นทบุ
รี
ซึ่
คาดว่
าเขี
ยนขึ้
นราว พ.ศ.2397 มี
ไว้
ความส่
วนหนึ่
งว่
า “.....พวกคนจี
นที่
ทาไร่
พริ
กไทยอยู่
รอบๆ เขาสระ
บาป ยั
งเก็
บพลอยได้
เป็
นอั
นมาก ภู
เขาสู
งที่
ล้
อมรอบถิ่
นที่
อยู่
ของชนเผ่
าชอง และที่
เนิ
นหกเนิ
นทางทิ
ตะวั
นตกของตั
วเมื
อง ก็
มี
พลอยอยู่
มากเหมื
อนกั
น....” และ สั
งฆราช ปาเลอกั
วซ์
ได้
กล่
าวถึ
งจานวน
ประชากรในประเทศไทยไว้
ว่
า “......สยามหรื
อไทย 1,900,000 คน จี
น 1,500,000 คน มลายา
1,000,000 คน ลาว 1,000,000 คน เขมร 500,000 คน มอญ 50,000 คน กะเหรี่
ยง ชอง ละว้
า 50,000
คน รวมเป็
น 6,000,000 คน” (ปาเลอกั
วซ์
ฌองแบบติ
สต์
. 2506) นอกจากนี้
ยั
งมี
มองสิ
เออร์
เอยโมเบอรี
ชาวฝรั่
งเศส กล่
าวไว้
ในหนั
งสื
อแคมโบซ เมื่
อปี
ค.ศ.1901 (พ.ศ.2444) ว่
า “มี
บาทหลวงองค์
หนึ่
งพบศิ
ลา
จารึ
กภาษาสั
นสกฤตที่
ตาบลสระบาป ในศิ
ลาจารึ
กมี
ข้
อความว่
า เมื่
อ 1000 ปี
ล่
วงมาแล้
ว มี
เมื
องหนึ่
งชื่
ควนคราบุ
รี
เป็
นเมื
องที่
มี
อาณาเขตกว้
างขวางมาก ตั้
งอยู่
เชิ
งเขาสระบาป ชาวเมื
องควนคราบุ
รี
เป็
นเชื้
ชาติ
ชอง.....” (ชุ
มชนเรื่
องจั
นทบุ
รี
.2514:16)
สาหรั
บตานานที่
อ้
างอิ
งถึ
งกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ชองในภู
มิ
ภาคตะวั
นออกโดยมี
ศู
นย์
กลางอยู่
ที่
จั
งหวั
จั
นทบุ
รี
คื
อ ตานานเจ้
าแม่
กาไว ซึ่
งเชื่
อว่
า เมื่
อประมาณปี
พ.ศ. 1800-1900 เจ้
าแม่
กาไวเป็
นคนพื้
นเมื
อง
ชาวชอง และเป็
นผู้
ปกครองเมื
องกาไว ตั้
งอยู่
หน้
าเขาสระบาป จั
นทบุ
รี
และเจ้
าแม่
กาไวแพ้
สงครามจึ
งนา
ทองไปหว่
านทั่
วป่
าและก่
อไผ่
คื
อบริ
เวณ วั
ดทองทั่
ว ตาบลคลองนารายณ์
อาเภอเมื
อง จั
งหวั
ดจั
นทบุ
รี
(ศู
นย์
ประสานงานวิ
จั
ยเพื่
อท้
องถิ่
นภาคตะวั
นออก.2546:9) ในปั
จจุ
บั
น ตานานดั
งกล่
าวนี้
สอดคล้
อง
ใกล้
เคี
ยงกั
บเวบเบอร์
(Karl Webber) ที่
กล่
าวว่
า “ชองเป็
นชนกลุ่
มหนึ่
งที่
แยกตั
วมาจากชาวป่
า ออกมา
ตั้
งถิ่
นฐานเป็
นหลั
กแหล่
งของตนเอง โดยมี
เมื
องหลวงอยู่
ใกล้
ๆ กั
บวั
ดทองทั่
ว และต่
อมาได้
ย้
ายถิ่
นฐานเข้
ไปอยู่
ในป่
าอี
กครั้
งหนึ่
งในสมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยาตอนปลาย…”(Karl Webber.1976 :24) นอกจากนี้
ประเด็
นที่
กล่
าวว่
า คนชองเป็
นบรรพบุ
รุ
ษของคนในภู
มิ
ภาคตะวั
นออก ยั
งสั
นนิ
ษฐานได้
จาก (ชื่
อภาษา
ชองที่
ปรากฏเป็
นชื่
อของสถานที่
ต่
างๆ ในภู
มิ
ภาคตะวั
นออก เช่
น ม.ศรี
บุ
ษรา ที่
กล่
าวว่
า “มี
ชื่
อตาบล
บ้
านเป็
นภาษาชองอยู่
ทั่
วไป เช่
น ตาบลแก่
งหางแมว “แมว” มาจาก “เม่
ว”ภาษาชองแปลว่
า “ปลา”
1...,25,26,27,28,29,30,31,32,33,34 36,37,38,39,40,41,42,43,44,45,...145
Powered by FlippingBook