28
แก่
งหางแมวก็
คื
อ แก่
งหางปลา, ตาบลหนองโพรง มาจาก “โปร้
ง” ภาษาชองแปลว่
า “ขาว” หนองโพรง
ก็
คื
อ หนองน้
าขาว….” (ม.ศรี
บุ
ษรา. 2533:153)
พระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู่
หั
ว รั
ชกาลที่
5 ได้
ทรงนิ
พนธ์
เล่
าถึ
งเรื่
องราวเกี่
ยวกั
บพวก
ชองไว้
ในเรื่
อง "เสด็
จประพาส จั
นทบุ
รี
" เมื่
อปี
ชวด จุ
ลศั
กราช 1238 (พ.ศ. 2419) มี
ความตอนหนึ่
งว่
า
“......เร่
ว กระวานนั้
น มี
แถบป่
าสี
เซ็
นต่
อเขตแดนกั
บเมื
องพระตะบอง มี
ชนชาติ
หนึ่
ง เรี
ยกว่
า ชอง อยู่
แถบ
ป่
าสี
เซ็
น พู
ดภาษาหนึ่
งต่
างหาก คล้
ายๆ กั
บภาษาเขมร ชอบลู
กปั
ดและของทองเหลื
อง เหมื
อนอย่
าง
กะเหรี่
ยงเมื
องกาญจนบุ
รี
เป็
นกองส่
วย เร่
ว ส่
วยกระวาน ขึ้
นเมื
องจั
นทบุ
รี
กั
บไทยบ้
าง กั
บญวนบ้
าง ไป
เที่
ยวเก็
บตามเขา และเนิ
นที่
ติ
ดต่
อเขตแดนและป่
าอื่
นๆ อี
กก็
มี
คื
อ ป่
าน้
าเขี
ยว ป่
าตะเคี
ยนทอง และป่
า
ไพรขาว แต่
เร่
ว กระวานนี้
พวกส่
วยไปเก็
บมาส่
งจนครบจานวนแล้
วจึ
งได้
ซื้
อขาย มี
น้
อยไม่
มาก..” (ชิ
น อยู่
ดี
. 2524)
ข้
อสั
นนิ
ษฐานว่
า คนชอง ดารงอยู่
ในสถานะไพร่
ส่
วย ก็
คื
อไพร่
สมหรื
อไพร่
หลวงที่
มิ
ได้
มาข้
า
เดื
อน ทามาหากิ
นอยู่
ในภู
มิ
ลาเนาของตน แต่
ส่
งส่
วยเป็
นสิ่
งของซึ่
งมั
กจะเป็
นของป่
า หรื
อแร่
ธาตุ
ต่
างๆ
ได้
แก่
ไม้
เสา ฝาง น้
ารั
ก กระวาน ครั่
ง นอแรด มู
ลค้
าวคาว ดี
บุ
ก และทองคา เป็
นต้
น ซึ่
งไพร่
ส่
วยนี้
พบ
กั
บกลุ่
มพวกเขมรป่
าดง มั
กเรี
ยกว่
า “ข่
าส่
วย” หรื
อ “ข่
าไพร่
” ภายหลั
งคาว่
า“ส่
วย” กลายเป็
นชื่
อชน
ชาติ
ของพวกนี้
(จิ
ตร ภู
มิ
ศั
กดิ์
. 2524:443-445) โดย คนชองในป่
าแถบภู
มิ
ภาคตะวั
นออกจะเก็
บกระวาน
มาส่
งรั
ฐสยามในรู
ปแบบของส่
วย ซึ่
งกระวานคื
อสิ
นค้
าที่
สาคั
ญมาก จากข้
อมู
ลที่
ว่
า “หั
วเมื
องที่
เรี
ยกเก็
บ
เงิ
นจากไพร่
ส่
วยกระวานแล้
วนามาซื้
อกระวานได้
คื
อ เมื
องโพธิ
สั
ตว์
พระตะบอง เพราะมี
พวกชาวป่
าที่
มิ
ได้
สั
กเป็
นไพร่
ส่
วยอยู่
มาก (หอสมุ
ดแห่
งชาติ
. 1205)
จิ
ตร ภู
มิ
ศั
กดิ์
กล่
าวถึ
ง คาว่
า “สาแร” สั
มพั
นธ์
กั
บ “คนชอง” กล่
าวคื
อ คาว่
า “สาแร”เพี้
ยนมา
จากคาว่
า “ซแร” อั
นเป็
นคาที่
ชาวเขมรที่
ใช้
เรี
ยกชาวกวยที่
อาศั
ยอยู่
ในประเทศกั
มพู
ชา คาว่
า ซแร หรื
อ
สาแร (ในภาษาไทย) ในภาษาเขมรมี
ความหมายว่
า นา หรื
อ ที่
นา บางที
ก็
อาจจะเรี
ยกว่
าสาเหร่
ก็
มี
ซึ่
งจิ
ตร
ภู
มิ
ศั
กดิ์
ได้
สั
นนิ
ษฐานถึ
งที่
มาของชื่
อชนกลุ่
มนี้
ว่
า ในสมั
ยโบราณ คาว่
า “สาแร” คงจะแปลความหมายว่
า
ไพร่
นาของเจ้
าขุ
นมู
ลนาย(ปั
จจุ
บั
นคาว่
า สาแร ที่
แปลเกี่
ยวกั
บนา ได้
หายไปจากภาษาเขมรปั
จจุ
บั
นแล้
ว)
ทั้
งนี้
โดยหลั
กการสร้
างคาของภาษาเขมรคื
อ แทรก “ม” หรื
อ “ม” หรื
อ “อา” ลงกลางตาแปลว่
า คน
เช่
น เปรอ(ใช้
) บาเร อ(คนใช้
) และคาว่
า สาแร ในภาษาเขมรโบราณที่
แปลว่
า ไพร่
นา นั้
นคงจะเลื
อน
ความหมายไปแล้
วในปั
จจุ
บั
น เพราะเลิ
กระบบประเพณี
(ระบบไพร่
) นี้
มานาน เช่
นเดี
ยวกั
บที่
คนไทย
ปั
จจุ
บั
นลื
มความหมายของคาว่
า ส่
วย ที่
เรี
ยกชนชาติ
นี้
เหมื
อนกั
น ทั้
งนี้
พวกสาแรนี้
ตั้
งถิ่
นฐานอยู่
หลายแห่
ง
ในประเทศกั
มพู
ชา แต่
กลุ่
มที่
ถู
กเรี
ยกว่
า “สาแร” นั้
น คื
อพวกที่
อยู่
บริ
เวณเมื
องเสี
ยมเรี
ยบตลอดมาทาง
ตะวั
นตก ผ่
านลาแม่
น้
าสตึ
งสั
งแก จั
งหวั
ดพระตระบอง ประเทศกั
มพู
ชาจนติ
ดพรมแดนไทย พวกสาแรใน
เขตเสี
ยมเรี
ยบนี้
ยั
งมี
ชื่
ออี
กอย่
างหนึ่
งว่
า “เปื
อร์
”(Pear) อั
นเป็
นเผ่
าเดี
ยวกั
บพวก “ชอง” ในจั
งหวั
ด