bk129 - page 92

84
1. เกม (Games) ให้
ผู
เรี
ยนลงเล่
นด้
วยตนเองภายใต้
ข้
อตกลงหรื
อกติ
กาตามที่
กํ
าหนดไว้
ซึ
งผู
เรี
ยนจะต้
องตั
ดสิ
นใจทํ
าอย่
างใดอย่
างหนึ
ง วิ
ธี
การนี
จะช่
วยให้
ผู
เรี
ยนได้
วิ
เคราะห์
ความรู
สึ
กนึ
กคิ
ดและพฤติ
กรรมต่
าง ๆที่
มี
อิ
ทธิ
พลต่
อการตั
ดสิ
นใจและยั
งช่
วยให้
ผู
เรี
ยนเกิ
ดความ
สนุ
กสนานในการเรี
ยนด้
วย
2. บทบาทสมมุ
ติ
(Role – playing) วิ
ธี
การนี
ยั
งมี
ลั
กษณะเป็
นสถานการณ์
สมมุ
ติ
เช่
นเดี
ยวกั
บเกมส์
แต่
มี
การกํ
าหนดบทบาทของผู
เล่
นในสถานการณ์
ที่
สมมุ
ติ
ขึ
นแล้
วให้
ผู
เรี
ยนเข้
สวมบทบาทนั
นแสดงออกตามธรรมชาติ
โดยอาศั
ยบุ
คลิ
กภาพประสบการณ์
และให้
ผู
รู
สึ
กคิ
ดของ
ตนเป็
นหลั
กวิ
ธี
การนี
จึ
งมี
ส่
วนช่
วยทํ
าให้
ผู
เรี
ยนได้
มี
โอกาสศึ
กษาวิ
เคราะห์
ความรู
สึ
กและพฤติ
กรรม
ของตนอย่
างลึ
กซึ
งและยั
งช่
วยเสริ
มสร้
างบรรยากาศการเรี
ยนรู
ให้
น่
าสนใจและน่
าติ
ดตามอี
กด้
วย
3. สถานการณ์
จํ
าลอง (Simulation) คื
อ การจํ
าลองสถานการณ์
จริ
ง หรื
อสร้
าง
สถานการณ์
ให้
ใกล้
เคี
ยงกั
บความเป็
นจริ
ง แล้
วให้
ผู
เรี
ยนลงไปอยู
ในสถานการณ์
นั
นและมี
ปฏิ
กิ
ริ
ยา
โต้
ตอบกั
น วิ
ธี
การนี
จะช่
วยให้
ผู
เรี
ยนได้
มี
โอกาสทดลองพฤติ
กรรมต่
าง ๆซึ
งในสถานการณ์
จริ
ผู
เรี
ยนอาจจะไม่
กล้
าแสดง เพราะอาจจะเป็
นการเสี่
ยงต่
อผลที่
จะได้
รั
4. กรณี
ตั
วอย่
าง (Case) เป็
นวิ
ธี
การสอนอี
กวิ
ธี
หนึ
งซึ
งใช้
กรณี
หรื
อเรื่
องราวต่
างๆที่
เกิ
ดขึ
นจริ
งนํ
ามาดั
ดแปลงและให้
เป็
นตั
วอย่
างในการให้
ผู
เรี
ยนได้
ศึ
กษา วิ
เคราะห์
และอภิ
ปรายกั
เพื่
อสร้
างความเข้
าใจและฝึ
กฝนหาทางแก้
ไขปั
ญหานั
น การอภิ
รายจะช่
วยให้
ผู
เรี
ยนได้
มี
โอกาส
แลกเปลี่
ยนข้
อมู
ลซึ
งกั
นและกั
น รวมทั
งนํ
าเอากรณี
ต่
างๆซึ
งคล้
ายกั
บชี
วิ
ตจริ
งมาใช้
จะช่
วยให้
การ
เรี
ยนรู
มี
ลั
กษณะใกล้
เคี
ยงกั
บความเป็
นจริ
งซึ
งมี
ส่
วนทํ
าให้
การเรี
ยนรู
มี
ความหมายต่
อผู
เรี
ยน
5. ละคร (Acting or Dramatization) คื
อ วิ
ธี
การที่
ให้
ผู
เรี
ยนได้
ทดลองแสดง
บทบาทตามบทที่
เรี
ยนหรื
อกํ
าหนดไว้
ให้
โดยผู
แสดงจะต้
องพยายามแสดงให้
สมตามที่
กํ
าหนดไว้
โดยไม่
นํ
าเอาบุ
คลิ
กภาพและความรู
สึ
กนึ
กคิ
ดของตนเข้
าไปมี
ส่
วนเกี่
ยวข้
อง อั
นจะมี
ส่
วนทํ
าให้
เกิ
ดผลเสี
ยต่
อการแสดงบทบาทนั
นๆวิ
ธี
การนี
เป็
นวิ
ธี
ที่
ช่
วยทํ
าให้
ผู
เรี
ยนได้
รั
บประสบการณ์
ในกรณี
จะเข้
าใจในความรู
สึ
กเหตุ
ผลและพฤติ
กรรมของผู
อื่
นซึ
งความเข้
าใจนี
มี
ส่
วนเสริ
มสร้
างความเห็
อกเห็
นใจกั
นและการที่
ผู
เรี
ยนได้
มี
โอกาสแสดงละครร่
วมกั
นจะช่
วยฝึ
กให้
ผู
เรี
ยนเกิ
ดความ
รั
บผิ
ดชอบในการเรี
ยนร่
วมกั
นและได้
ฝึ
กการทํ
างานร่
วมกั
นด้
วย
6. กลุ่
มย่
อย (Small Group) คื
อแบ่
งกลุ่
มแยกเป็
นกลุ่
มขนาดเล็
กลง เพื่
อเปิ
ดโอกาส
ให้
ผู
เรี
ยนทุ
กคนได้
มี
ส่
วนร่
วมในการแสดงออก
4.4 ลํ
าดั
บขั
นตอนของกระบวนการกลุ่
ขั
นตอนการเรี
ยนรู
ตามทฤษฎี
กระบวนการกลุ่
มสั
มพั
นธ์
แบ่
งออกเป็
น 4 ระยะดั
งนี
(ทิ
ศนาแขมมณี
, 2545)
1...,82,83,84,85,86,87,88,89,90,91 93,94,95,96,97,98,99,100,101,102,...409
Powered by FlippingBook