bk129 - page 94

86
5. การจู
งใจเพื่
อส่
งเสริ
มการเรี
ยนรู
การจู
งใจหมายถึ
งการใช้
ปั
จจั
ยต่
างๆที่
เป็
นเหตุ
สํ
าคั
ญในการจู
งใจบุ
คคลทํ
าให้
บุ
คคล
แสดงพฤติ
กรรมอย่
างหนึ
งอย่
างใดออกมา เพื่
อตอบสนองความต้
องการหรื
อเพื่
อตั
ดสิ
นใจกระทํ
หรื
อไม่
กระทํ
าสิ่
งหนึ
งสิ่
งใดของบุ
คคลส่
วนความสํ
าคั
ญของแรงจู
งใจนั
นทํ
าให้
เกิ
ดความพร้
อมใน
การเรี
ยนและนํ
าไปสู
ความตั
งใจที่
จะให้
สํ
าเร็
จตามที่
คาดหวั
งไว้
(สมศรี
เพชรโชติ
, 2538)
ตามแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
สนั
น โดยธรรมชาติ
คนเราทุ
กคนต้
องการที่
จะได้
รั
บการ
ยอมรั
บ ได้
รั
บการยกย่
อง ได้
รั
บการชมเชย ได้
รั
บความสํ
าเร็
จ ได้
รั
บความสนุ
กสนานและได้
เรี
ยนรู
สิ่
งใหม่
ๆตามหลั
กการนี
โอฮิ
วแมนนิ
สการจั
ดกิ
จกรรมให้
ผู
เข้
าร่
วมกิ
จกรรมเรี
ยนรู
ได้
อย่
างรวดเร็
และมี
ความสุ
ขผู
จั
ดกิ
จกรรมจะต้
องรู
วิ
ธี
การสร้
างแรงจู
งใจให้
ผู
ร่
วมกิ
จกรรมอยากที่
จะเรี
ยนรู
ด้
วย
ตนเองผู
จั
ดกิ
จกรรมจึ
งหน้
าที่
โดยตรงในการจั
ดกิ
จกรรมให้
สนุ
กและท้
าทายความสามารถของผู
ร่
วม
กิ
จกรรม โดยถู
กกระตุ
นให้
ใช้
ความคิ
ดให้
มากขณะทํ
ากิ
จกรรม ผู
จั
ดเป็
นเพี
ยงผู
นํ
าทางเป็
นผู
ชี
ประเด็
นและมุ
มมองที่
น่
าคิ
ดผู
ร่
วมกิ
จกรรมทุ
กคนจะต้
องได้
รั
บการเอาใจใส่
ได้
รั
บคํ
าชมเชยและ
รอยยิ
มการให้
ความสํ
าคั
ญและการให้
กํ
าลั
งใจจากผู
จั
ดกิ
จกรรมถื
อว่
าเป็
นสิ่
งที่
ขาดไม่
ได้
ในการจั
กิ
จกรรม (เกี
ยรติ
วรรณอมาตยกุ
ล, 2543)
สรุ
ปได้
ว่
า แนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
ส เป็
นแนวทางคิ
ดในการพั
ฒนามนุ
ษย์
ให้
เป็
นผู
ที่
มี
คุ
ณลั
กษณะที่
ดี
ในทุ
กๆด้
าน โดยอยู
บนพื
นฐานการคิ
ดพู
ดและกระทํ
าเชิ
งบวกที่
มี
หลั
กการที่
สํ
าคั
5 ประการด้
วยกั
นคื
การสร้
างบรรยากาศที่
ผ่
อนคลายการเสริ
มสร้
างภาพพจน์
ที่
ดี
ต่
อตนเอง
การ
เรี
ยนรู
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
และการฝึ
กฝน
การเรี
ยนรู
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
เป็
นกลุ่
มและการจู
งใจเพื่
อส่
งเสริ
การเรี
ยนรู
และการพั
ฒนาจิ
ตใจในระดั
บจิ
ตสํ
านึ
ก ซึ
งสามารถนํ
ามาใช้
เป็
นแนวทางและหลั
กการใน
การจั
ดการเรี
ยนรู
เพื่
อพั
ฒนาภาวะผู
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธสํ
าหรั
บแม่
ชี
ไทยได้
เป็
นอย่
างดี
แนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
สมี
ความเหมาะสมที่
จะนํ
ามาใช้
ในกระบวนการจั
ดกิ
จกรรมการ
เรี
ยนรู
โดยผสมผสานกระบวนการเรี
ยนรู
ผู
ใหญ่
ของKnowles (1980) เนื่
องจากขั
นตอนของทั
งสอง
แนวคิ
ดเป็
นการส่
งเสริ
มผู
เรี
ยนให้
มี
ส่
วนร่
วมในการดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมทุ
กขั
นตอน เริ่
มตั
งแต่
โดยการ
สร้
างบรรยากาศที่
ผ่
อนคลาย การวางแผนการเรี
ยนรู
ร่
วมกั
น การเสริ
มสร้
างภาพจน์
ที่
ดี
ตนเองการ
เรี
ยนรู
ด้
วยการปฏิ
บั
ติ
และฝึ
กฝนด้
วยตนเองและเป็
นกลุ่
มการจู
งใจเพื่
อส่
งเสริ
มการเรี
ยนรู
และการ
ประเมิ
นผลของผู
เรี
ยนว่
ามี
สอดคล้
องกั
บความต้
องการของผู
เรี
ยนที่
จะช่
วยพั
ฒนาการเรี
ยนรู
ของ
ผู
เรี
ยนได้
อย่
างครอบคลุ
มซึ
งกระบวนการเรี
ยนรู
นี
จะส่
งเสริ
มให้
ผู
เรี
ยนมี
ความสนใจ ใฝ่
เรี
ยนรู
มี
ความมั่
นใจในสิ่
งที่
กระทํ
าอยู
เกิ
ดความคิ
ดริ่
เริ่
มสร้
างสรรค์
และต้
องการพั
ฒนาตนเองอย่
างต่
อเนื่
อง
การจั
ดกระบวนการเรี
ยนรู
ผู
ใหญ่
และหลั
กการจั
ดการเรี
ยนรู
ตามแนวคิ
ดนี
โอฮิ
แมนนิ
สมี
ขั
นตอนในการส่
งเสริ
มการเรี
ยนรู
ผู
เรี
ยนที่
เป็
นผู
ใหญ่
เพราะผู
ใหญ่
ต้
องการเรี
ยนรู
เพื่
1...,84,85,86,87,88,89,90,91,92,93 95,96,97,98,99,100,101,102,103,104,...409
Powered by FlippingBook