bk129 - page 82

74
(Mental) และจิ
ตวิ
ญญาณ (Spirit)ทั
ง 3ด้
านควบคู
กั
นไปอย่
างเหมาะสมจึ
งขอนํ
าเสนอแนวคิ
ดนี
โอ
ฮิ
วแมนนิ
สในตอนต่
อไป
ตอนที่
5 แนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
นี
โอฮิ
วแมนนิ
สหรื
อเรี
ยกอี
กอย่
างว่
ามนุ
ษยนิ
ยมแนวใหม่
ที่
ได้
รั
บแนวความคิ
ดจากปรั
ชญา
กลุ่
มมนุ
ษยนิ
ยมที่
ให้
ความสํ
าคั
ญแก่
มนุ
ษย์
มี
ความเชื่
อว่
ามนุ
ษย์
เท่
านั
นที่
มี
จุ
ดเริ่
มต้
นมาจากสิ่
เดี
ยวกั
น และมี
ลั
กษณะจิ
ตใจที่
กว้
างขวางและงดงามมี
ความรู
สึ
กรั
กเมตตา ผู
กพั
นต่
อมนุ
ษยชาติ
ทั่
วไป (Humanist sentiment) โดยไม่
แบ่
งแยกชนชั
นวรรณะสี
ผิ
วชาติ
ศาสนา เป็
นต้
น (เกี
ยรติ
วรรณ
อมาตยกุ
ล, 2531) นี
โอฮิ
วแมนนิ
ส เป็
นแนวคิ
ดของศรี
พระบาทเรนจั
น สั
กการ (Shrii Prabhat
RainjanSarkar)นั
กคิ
ดชาวอิ
นเดี
ย เป็
นแนวคิ
ดหนึ
งที่
เน้
นให้
ผู
เรี
ยนเกิ
ดปั
ญญาอั
นบริ
สุ
ทธิ
ที่
เรี
ยกว่
Intuitionขึ
น โดยจะสอนให้
ผู
เรี
ยนมี
การฝึ
กภาวนาแบบโยคะ และใช้
หลั
กจิ
ตวิ
ทยาตะวั
นตกมา
อธิ
บายกลไกของจิ
ตว่
าจะเข้
าสู
ความสงบจนเกิ
ดปั
ญญาอั
นบริ
สุ
ทธิ
นี
ได้
อย่
างไรนี
โอฮิ
วแมนนิ
สามารถนํ
าหลั
กโยคะที่
ลึ
กซึ
งมาอธิ
บายธรรมชาติ
ของมนุ
ษย์
และกระบวนการต่
าง ๆที่
จะทํ
าให้
มนุ
ษย์
รู
จั
กตนเองดี
ขึ
น เป้
าหมายของแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
สไม่
ใช่
เป็
นการวิ
เคราะห์
ปั
ญหาของโลกที่
เกิ
ดขึ
นเท่
านั
นแต่
มี
เป้
าหมายคื
อการแก้
ปั
ญหาต่
างๆที่
เกิ
ดขึ
นให้
หมดไปอย่
างรวดเร็
วทางแก้
ไขตาม
แนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
สดั
งนี
(เกี
ยรติ
วรรณอมาตยกุ
ล, 2535)
กิ
จกรรมการพั
ฒนาบุ
คคลตามแนวนี
โอฮิ
วแมนนิ
กิ
จกรรมการพั
ฒนาบุ
คคลตามแนวนี
โอฮิ
วแมนนิ
ส เป็
นกระบวนการหรื
อแนวทางที่
ทํ
าให้
บุ
คคลเกิ
ดการพั
ฒนาทั
งด้
านร่
างกาย (Physical) จิ
ตใจ (Mental) จิ
ตวิ
ญญาณ (Spirit) โดยเชื่
อว่
าคนที่
สมบู
รณ์
จะต้
องได้
รั
บการพั
ฒนาทั
ง 3ด้
านควบคู
กั
นไปอย่
างเหมาะสมกิ
จกรรมการพั
ฒนาบุ
คคลตาม
แนวนี
โอฮิ
วแมนนิ
สประกอบด้
วยกิ
จกรรมที่
พั
ฒนาในทุ
กด้
านของชี
วิ
ตดั
งนี
1. การสร้
างความรู
สึ
กที่
ดี
โดยการสร้
างความรู
สึ
กด้
วยการ Empowerment หรื
อการให้
ความรั
กการให้
พลั
งด้
านบวกคื
อความคิ
ดคํ
าพู
ดการกระทํ
าที่
ทํ
าให้
ตั
วเรา และคนรอบข้
างมี
พลั
ด้
านบวกมากยิ่
งขึ
น ผู
ที่
ได้
พลั
งด้
านบวกมากก็
จะกลายเป็
นคนที่
คิ
ดด้
านบวกทํ
าด้
านบวกมากขึ
ในทางตรงกั
นข้
ามบุ
คคลที่
ได้
รั
บความรั
กหรื
อได้
รั
บพลั
งด้
านบวกน้
อยก็
จะกลายเป็
นคนที่
มี
ความคิ
ด้
านบวกทํ
าด้
านบวกน้
อยความสั
มพั
นธ์
ที่
ไม่
ดี
นี
เราอาจเรี
ยกได้
ว่
า การให้
พลั
งด้
านลบหรื
อการดู
พลั
ง คื
อการใช้
ความคิ
ดคํ
าพู
ดและการกระทํ
าที่
ทํ
าให้
คนรอบข้
างของเรามี
พลั
งด้
านบวกในตั
วลด
น้
อยลง โดยกิ
จกรรมการให้
ความรั
กการให้
พลั
งด้
านบวกด้
วยการแสดงพฤติ
กรรมทั
งต่
อตั
วเองและ
คนรอบข้
าง (เกี
ยรติ
วรรณอมาตยกุ
ล, 2545) ดั
งนี
1...,72,73,74,75,76,77,78,79,80,81 83,84,85,86,87,88,89,90,91,92,...409
Powered by FlippingBook