67
ความต้
องการที่
อยู
่
ในส่
วนลึ
กของผู
้
ใหญ่
ก็
คื
อการมี
ความรู
้
สึ
กต้
องการที่
จะสามารถ
นํ
าตนเองได้
เพราะฉะนั
้
นบทบาทของครู
จึ
งควรอยู
่
ในกระบวนการสื
บหาหรื
อค้
นหาคํ
าตอบร่
วมกั
น
กั
บผู
้
เรี
ยน (Mutual Inquiry) มากกว่
าการทํ
าหน้
าที่
ส่
งผ่
านหรื
อเป็
นสื่
อสํ
าหรั
บความรู
้
แล้
วทํ
าหน้
าที่
ประเมิ
นผลว่
าเขาคล้
อยตามหรื
อไม่
เพี
ยงเท่
านั
้
น
4. ความแตกต่
างระหว่
างบุ
คคล (IndividualDifference)
ความแตกต่
างระหว่
างบุ
คคลจะเพิ่
มมากขึ
้
นเรื่
อยๆ ในแต่
ละบุ
คคลเมื่
อมี
อายุ
เพิ่
ม มาก
ขึ
้
น เพราะฉะนั
้
นการสอนผู
้
ใหญ่
จะต้
องจั
ดเตรี
ยมการในด้
านนี
้
อย่
างดี
พอ เช่
น รู
ปแบบของการเรี
ยน
การสอน (Style) เวลาที่
ทํ
าการสอนสถานที่
สอนและประการสํ
าคั
ญคื
อความสามารถในการเรี
ยนรู
้
ในแต่
ละขั
้
นของผู
้
ใหญ่
ย่
อมเป็
นไปตามความสามารถของผู
้
ใหญ่
แต่
ละคน (Pace of Learning)
อาชั
ญญา รั
ตนอุ
บล (2551) อธิ
บายถึ
งเรื่
องการเรี
ยนรู
้
ของผู
้
ใหญ่
มี
สภาพการเกิ
ดที่
แตกต่
างกั
นไปแต่
โดยสรุ
ปแล้
วการเรี
ยนรู
้
ผู
้
ใหญ่
จะเกิ
ดจากสภาพการณ์
3ประการคื
อ
1. การเรี
ยนรู
้
จากสภาพการณ์
ทางธรรมชาติ
(Natural Setting) ผู
้
ใหญ่
สามารถเรี
ยนรู
้
จากสภาพการณ์
ทางธรรมชาติ
เช่
นการอยู
่
ในร่
มสบายกว่
าการอยู
่
กลางแจ้
ง จึ
งคิ
ดค้
นการสร้
างบ้
าน
เป็
นที่
พั
กอาศั
ย
2. การเรี
ยนรู
้
ที่
เกิ
ดจากสภาพการณ์
ของสั
งคมที่
มี
อยู
่
โดยทั่
วไป (Society setting)
สภาพการณ์
ของสั
งคมที่
มี
อยู
่
ทั่
วไปในชี
วิ
ตประจํ
าวั
นของผู
้
ใหญ่
เช่
นการเรี
ยนรู
้
จากการมี
ส่
วนร่
วม
ในสั
งคมจากสภาพของสั
งคมประจํ
าวั
นการอ่
านหนั
งสื
อพิ
มพ์
ฟั
งวิ
ทยุ
ดู
โทรศั
พท์
เป็
นต้
น
3. การเรี
ยนรู
้
ที่
เกิ
ดจากสภาพการณ์
ของการจั
ดการเรี
ยนการสอน (Formal Instructional
Setting) มี
การจั
ดลํ
าดั
บการเรี
ยนรู
้
อย่
างมี
จุ
ดมุ่
งหมายและต่
อเนื่
องมี
การจั
ดสภาพการเรี
ยนการสอน
เพื่
อเกิ
ดการเรี
ยนรู
้
อย่
างตั
้
งใจ
นอกจากนี
้
ในภาพรวมขององค์
ประกอบในการจั
ดกิ
จกรรมการเรี
ยนการสอนผู
้
ใหญ่
ยั
ง
มี
ปั
จจั
ยที่
เกี่
ยวข้
องต่
อการดํ
าเนิ
นงานซึ
่
งองค์
ประกอบที่
ช่
วยสนั
บสนุ
นให้
ผู
้
ใหญ่
เกิ
ดการเรี
ยนรู
้
ได้
ง่
าย
ขึ
้
นประกอบด้
วยประเด็
นที่
สํ
าคั
ญสามารถสรุ
ปได้
ต่
อไปนี
้
คื
อ
1. ความเหมาะสมและความพร้
อมของผู
้
ใหญ่
ได้
แก่
ระดั
บพั
ฒนาการทางร่
างกาย
อารมณ์
สติ
ปั
ญญาอายุ
ความสามารถและประสบการณ์
เดิ
ม
2. แรงจู
งใจทั
้
งภายในและภายนอก
3. ทั
ศนคติ
ต่
อสิ่
งที่
เรี
ยนรู
้
ขจั
ดอุ
ปสรรคจากสิ่
งแวดล้
อม ปั
ญหาอารมณ์
ที่
จะเป็
น
อุ
ปสรรคต่
อการเรี
ยนรู
้
4. สิ่
งที่
เรี
ยนสอดคล้
องกั
บการต้
องการความสนใจและปรารถนาของผู
้
ใหญ่
5. สิ่
งที่
เรี
ยนมี
คุ
ณค่
า มี
ความหมายต่
อผู
้
ใหญ่
และทราบจุ
ดมุ่
งหมายการเรี
ยนรู
้