bk128 - page 86

76
ต
องแสดงบทบาทความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมได
ในทุ
กเรื่
องสื่
อมวลชนจึ
งต
องดํ
ารงบทบาทของการ
ชี้
นํ
าให
เกิ
ดการปฏิ
บั
ติ
สร
างการตอบรั
บของสั
งคมต
อธุ
รกิ
จที่
มี
ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมหรื
อสร
าง
กระแสกดดั
นให
ธุ
รกิ
จจํ
าต
องปฏิ
บั
ติ
เพื่
อมิ
ให
สร
างความเสี
ยหายหรื
อความเดื
อดร
อนแก
สั
งคม
3)
เป
นผู
นํ
าเสนอตั
วอย
างที่
ดี
แก
สั
งคม เนื่
องจากสื่
อมวลชนมี
อิ
ทธิ
พลในการโน
น
าวคนกลุ
มใหญ
ให
คล
อยตามหรื
อเห็
นดี
งามการหยิ
บยกธุ
รกิ
จที่
มี
ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมซึ่
งได
ดํ
าเนิ
นการอย
างจริ
งจั
งและต
อเนื่
องมาเป
นตั
วอย
างให
แก
สั
งคมในด
านบวก เพื่
อให
สั
งคมได
ชมเชย
และธุ
รกิ
จอื่
นๆที่
เห็
นดี
ด
วยสามารถที่
จะนํ
าไปปฏิ
บั
ติ
ตามถื
อเป
นบทบาทที่
สื่
อมวลชนพึ
งกระทํ
4)
เป
นผู
คั
ดค
านพฤติ
กรรมที่
ไม
ถู
กต
อง หากสื่
อมวลชนไม
เป
นผู
ริ
เริ่
มคั
ดค
าน
ความไม
ถู
กต
องหรื
อความไม
รั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมขององค
กรธุ
รกิ
จที่
แทรกซึ
มเข
ามาในสั
งคมไทย
หรื
อเพี
ยงแต
วางเฉยก็
เที
ยบได
กั
บการสนั
บสนุ
นโดยพฤติ
นั
ย ฉะนั้
นการหยิ
บยกธุ
รกิ
จที่
ขาดความ
รั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสร
างความเสี
ยหายหรื
อความเดื
อดร
อนให
แก
สั
งคมมาเป
นตั
วอย
างในด
านลบ
เพื่
อธุ
รกิ
จอื่
นๆ จะได
ไม
ปฏิ
บั
ติ
ตาม และให
ได
รั
บการตํ
าหนิ
จากสั
งคมเพื่
อการแก
ไขปรั
บปรุ
งก็
ถื
เป
นอี
กบทบาทหนึ่
งที่
พึ
งกระทํ
าเช
นกั
5)
เป
นผู
ที่
ต
องไม
ให
อิ
ทธิ
พลของธุ
รกิ
จอยู
เหนื
อสํ
านึ
กรั
บผิ
ดชอบการนํ
าเสนอข
าว
ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมของสื่
อมวลชนต
องไม
ถู
กชี้
นํ
าโดยองค
กรธุ
รกิ
จแต
เพี
ยงฝ
ายเดี
ยวสื่
อต
อง
ทํ
าหน
าที่
ในการตรวจสอบข
อเท็
จจริ
งมี
การสํ
ารวจเชิ
งวิ
เคราะห
ต
อกิ
จกรรมที่
องค
กรธุ
รกิ
จดํ
าเนิ
นการ
เพื่
อสั
งคมว
าส
งผลกระทบต
อสั
งคมมากน
อยเพี
ยงใด ประโยชน
ที่
สั
งคมได
รั
บเป
นไปตาม
วั
ตถุ
ประสงค
หรื
อไม
ชุ
มชนที่
เกี่
ยวข
องมี
ความคิ
ดเห็
นอย
างไรต
อกิ
จกรรมที่
องค
กรธุ
รกิ
จเข
ามา
ดํ
าเนิ
นการ
6)
เป
นผู
จํ
าแนกรู
ปแบบการสื่
อสารในการส
งเสริ
มธุ
รกิ
จเพื่
อสั
งคม ด
วยการที่
สื่
อมวลชนเป
นเสมื
อนหน
าด
านของการเชื่
อมสั
มพั
นธ
ระหว
างธุ
รกิ
จ และสั
งคม ประกอบกั
บมี
ทรั
พยากรและเครื่
องมื
อต
างๆ ในการสร
างสรรค
และนํ
าเสนอเรื่
องราวที่
เป
นประโยชน
ให
แก
สั
งคม
การแยกแยะระหว
างกิ
จกรรมเพื่
อสั
งคมกั
บกิ
จกรรมเพื่
อการประชาสั
มพั
นธ
เป
นป
จจั
ยสํ
าคั
ญต
อการ
กํ
าหนดรู
ปแบบการสื่
อสารที่
จะเผยแพร
สู
สาธารณชนบทบาทของสื่
อมวลชนจึ
งต
องสามารถจํ
าแนก
ข
อมู
ลข
าวสารที่
ได
รั
บจากองค
กรธุ
รกิ
จและทํ
าหน
าที่
นํ
าเสนอสู
ประชาชนเพื่
อให
เกิ
ดประโยชน
แก
สั
งคมโดยรวม
7)
เป
นผู
ผลั
กดั
นให
เกิ
ดการเคลื่
อนไหวทางสั
งคมด
วยการกระตุ
นความสนในเรื่
อง
ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมขององค
กรธุ
รกิ
จส
งเสริ
มให
เกิ
ดการเข
ามี
ส
วนร
วมของภาคประชาชนทั้
งการ
สนั
บสนุ
นการดํ
าเนิ
นงานขององค
กรที่
มี
ความรั
บผิ
ดชอบและคั
ดค
านการดํ
าเนิ
นงานขององค
กรที่
ขาด
1...,76,77,78,79,80,81,82,83,84,85 87,88,89,90,91,92,93,94,95,96,...374
Powered by FlippingBook