42
กลุ่
มมอแกนกั
บเถ้
าแก่
หรื
อพ่
อค้
าคนกลางในสมั
ยก่
อนนั
้
นเป็
นการพึ
่
งพากึ
่
งบั
งคั
บ เป็
นการสร้
าง
พั
นธะโดยการอุ
ปถั
มภ์
และ/หรื
อการชั
กนํ
าสู
่
สารเสพติ
ดการพึ
่
งพารั
ฐทํ
าให้
ชาวเลถู
กกระทํ
าจาก
เจ้
าหน้
าที่
อุ
ทยานของรั
ฐ ในระยะหลั
งมี
ผู
้
เข้
าไปให้
ความช่
วยเหลื
อมอแกนในรู
ปแบบต่
างๆมากขึ
้
น
ทํ
าให้
เกิ
ดการพึ
่
งพาเพี
ยงด้
านเดี
ยวมิ
ใช่
เป็
นการพึ
่
งพาอาศั
ยระหว่
างกั
น อย่
างไรก็
ตามการที่
ชุ
มชน
บนเกาะอยู
่
ค่
อนข้
างจะห่
างไกลจากสั
งคมใหญ่
ก็
มี
ส่
วนทํ
าให้
ชาวมอแกนสามารถจะรั
กษาอั
ตลั
กษณ์
และความเป็
นชุ
มชนของตนเองไว้
ได้
มากกว่
าชาวเลกลุ่
มอื่
นๆและทํ
าให้
มี
การพึ
่
งพาอาศั
ยในกลุ่
ม
มากกว่
าพึ
่
งพาผู
้
คนจากนอกกลุ่
ม
งานวิ
จั
ยชิ
้
นนี
้
จะเน้
นการพึ
่
งพาอาศั
ยระหว่
างกั
นของชาวเลทั
้
งกั
บ
ภายในกลุ่
มและภายนอกกลุ่
มซึ
่
งสั
มพั
นธ์
กั
บการทํ
ามาหากิ
นเพื่
อความอยู
่
รอดเป็
นประเด็
นหลั
กซึ
่
ง
สามารถใช้
เป็
นแนวทางหนึ
่
งในการศึ
กษาปฏิ
สั
มพั
นธ์
ของชาวเกาะลั
นตาได้
ผลงานวิ
จั
ยของสถาพร ศรี
สั
จจั
ง (2533 :175-176)พบว่
าการเล่
นหล้
อแง็
ง (รองแง็
ง) ของ
อํ
าเภอกั
นตั
ง จั
งหวั
ดตรั
งดั
ดแปลงรู
ปแบบมาจากการเล่
นรองแง็
งของกลุ่
มชวา-มลายู
นิ
ยมเล่
นกั
น
ในกลุ่
มไทยพุ
ทธและไทยมุ
สลิ
มเมื่
อประมาณ 80-100 ปี
ที่
ผ่
านมา รู
ปแบบการเล่
นเป็
นการผสม
ระหว่
างการเต้
นรํ
ากั
บการว่
าเพลงโต้
ตอบกั
นระหว่
างคู
่
รํ
าในทํ
านองเพลงด้
านการประสมประสาน
ทางสั
งคมวั
ฒนธรรมที่
ปรากฏในประวั
ติ
ความเป็
นมาและลั
กษณะการเล่
นได้
รั
บเอาพิ
ธี
กรรมความเชื่
อ
และรู
ปแบบการเล่
นจากการเล่
นพื
้
นบ้
านของชาวไทยพุ
ทธ เช่
นโนราหนั
งตะลุ
งและรํ
าวง เข้
ามา
ประสมประสานค่
อนข้
างสู
ง ส่
วนด้
านองค์
ประกอบในการเล่
นมี
การประสมประสานด้
านขนบนิ
ยม
ในการแต่
งกายการขั
บเพลง และขั
้
นตอนการเล่
นด้
านความเชื่
อเรื่
องภู
ตผี
ไสยศาสตร์
เสน่
ห์
ยาแฝด
สิ่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
และวิ
ญญาณ ความเชื่
อเรื่
องภพ-ชาติ
โลกนี
้
-โลกหน้
า และความเชื่
อเรื่
องโชคลางและ
เกณฑ์
ชะตาด้
านค่
านิ
ยมที่
ปรากฏในบทเพลง เช่
นการวางตั
ว การยกย่
องคนดี
มี
คุ
ณภาพมี
คุ
ณธรรม
ขยั
นทํ
างานผู
้
หญิ
งรั
กเดี
ยวใจเดี
ยวติ
เตี
ยนผู
้
ที่
ปฏิ
บั
ติ
ตรงกั
นข้
ามและด้
านการใช้
ภาษาในบทเพลง
เป็
นภาษาที่
ใช้
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
น ภาษาเกี่
ยวกั
บคํ
าสรรพนาม และภาษาเกี่
ยวกั
บศาสนาอิ
สลาม
การเล่
นหล้
อแง็
งของชาวกั
นตั
งแตกต่
างจากของชาวเกาะลั
นตาซึ
่
งนอกจากมี
การประสมประสาน
ทางสั
งคมระหว่
างชาวไทยมุ
สลิ
มและชาวไทยพุ
ทธแล้
วยั
งมี
ชาวจี
นและชาวเลร่
วมอยู
่
ด้
วย
ผลงานวิ
จั
ยที่
ใกล้
เคี
ยงกั
นอี
กเรื่
องจากเอกสารการประชุ
มสั
มมนาของรอส(Ross : 2008)ซึ
่
งศึ
กษา
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างการใช้
ภาษาภายในกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ผ่
านวิ
วั
ฒนาการของรองแง็
ง (ตั
นหยง)
ภาคใต้
ฝั่
งตะวั
นตกของไทยที่
ชาวมลายู
นํ
ามาเผยแพร่
ในช่
วงสงครามโลกครั
้
งที่
2โดยเลื
อกเก็
บ
ข้
อมู
ลในจั
งหวั
ดกระบี่
และประเทศมาเลเซี
ยพบว่
าศิ
ลปิ
นริ
มฝั่
งทะเลอั
นดามั
นได้
ผสมผสาน
วั
ฒนธรรมมาเลย์
และไทยโดยการเปลี่
ยนแปลงเนื
้
อหาทํ
านองและบทบาทหน้
าที่
ทางสั
งคมด้
านเนื
้
อร้
อง
เปลี่
ยนเป็
นภาษาไทยให้
เข้
ากั
บรสนิ
ยมของท้
องถิ่
นการแสดงตั
นหยงกลุ่
มผู
้
แสดงจะเดิ
นทางไป
แสดงในที่
ต่
างๆ โดยมี
เครื่
องดนตรี
ประเภทไวโอลิ
นกั
บกลองรํ
ามะนา และนั
กร้
องนางรํ
าเป็
นสื่
อ