33
เหล่
านี
้
ไม่
สามารถนํ
ามาอธิ
บายการเปลี่
ยนแปลงอั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
์
ได้
ทั
้
งหมดแต่
การเข้
าไปอยู
่
ในถิ่
นฐานใหม่
จะต้
องปฏิ
บั
ติ
ตามแบบแผนความสั
มพั
นธ์
และความคาดหวั
งของกลุ่
ม อี
กทั
้
งต้
องปรั
บตั
ว
ให้
เข้
ากั
บสภาพแวดล้
อมในการยั
งชี
พ เศรษฐกิ
จ และการสร้
างสายสั
มพั
นธ์
ทางเครื
อญาติ
การศึ
กษาพรมแดนทางชาติ
พั
นธุ
์
จึ
งเน้
นการมององค์
ประกอบของความแตกต่
างด้
าน
สั
ญลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
์
ที่
แต่
ละกลุ่
มสร้
างขึ
้
นในระหว่
างการปฏิ
สั
มพั
นธ์
การยอมรั
บการปฏิ
เสธ
และวิ
เคราะห์
ถึ
งประเพณี
ที่
เป็
นมรดกตกทอดจากบรรพบุ
รุ
ษของแต่
ละกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ในลั
กษณะที่
มี
การเปลี่
ยนแปลงอย่
างเป็
นพลวั
ตท่
ามกลางการปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บต่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
และสั
มพั
นธ์
กั
บการ
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมวั
ฒนธรรมด้
วยดั
งที่
พรชั
ย ตระกู
ลวรานนท์
(2545 :20)ได้
แสดงทั
ศนะเกี่
ยวกั
บ
ความเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมว่
าเป็
นสิ่
งที่
มี
มาในทุ
กกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
นั
บแต่
แรกเริ่
ม
การกํ
าเนิ
ดชุ
มชนมนุ
ษย์
และจะดํ
าเนิ
นไปพร้
อมกั
บสํ
านึ
กในการธํ
ารงชาติ
พั
นธุ
์
ทั
้
งนี
้
แม้
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ใดจะเปลี่
ยนแปลงไปจากบรรพบุ
รุ
ษความเป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
นั
้
นก็
ไม่
ได้
สู
ญสลายไป สิ่
งซึ
่
ง
ยึ
ดเหนี่
ยวให้
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ต่
าง ๆ ดํ
ารงอยู
่
ได้
นั
้
นมิ
ใช่
ความเคร่
งครั
ดในการธํ
ารงรั
กษารู
ปแบบ
วั
ฒนธรรมประเพณี
ของบรรพบุ
รุ
ษแต่
หั
วใจหลั
กอยู
่
ที่
การถ่
ายทอดสํ
านึ
กของการเป็
นสมาชิ
กกลุ่
ม
ผู
้
ร่
วมประสบการณ์
ในการพั
ฒนาและผลั
กดั
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ของตนให้
ก้
าวไปสู
่
อนาคตสิ่
งเหล่
านี
้
คื
ออั
ตลั
กษณ์
ของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ที่
ถ่
ายทอดจากชั่
วอายุ
หนึ
่
งไปสู
่
อี
กชั่
วอายุ
หนึ
่
งหรื
อที่
ฉวี
วรรณ
ประจวบเหมาะ (2547 : 38-40) อธิ
บายถึ
งการเปลี่
ยนแปลงชาติ
พั
นธุ
์
ตามแนวคิ
ดของโฮโรวิ
ทซ์
(Horowitz) ว่
ากลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ต่
าง ๆมี
การเปลี่
ยนแปลงได้
อาจจะขยายใหญ่
ขึ
้
นหรื
อหดตั
วเล็
กลง
เพราะความเป็
นสมาชิ
กของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เป็
นเรื่
องของการกํ
าหนดความหมายทางสั
งคมของปั
จเจก
บุ
คคลที่
ได้
กํ
าหนดอั
ตลั
กษณ์
ชาติ
พั
นธุ
์
ของตนเอง และเป็
นที่
ยอมรั
บของกลุ่
มอื่
น ในระยะยาวกลุ่
ม
ชาติ
พั
นธุ
์
ต่
างๆอาจเปลี่
ยนพรมแดนชาติ
พั
นธุ
์
ซึ
่
งมั
กจะเป็
นไปอย่
างช้
า ๆแต่
บางกลุ่
มอาจเจตนาที่
จะเปลี่
ยนแปลงอย่
างรวดเร็
ว
แนวคิ
ดทฤษฎี
ประกอบการศึ
กษาวิ
เคราะห์
แนวคิ
ดทฤษฎี
ด้
านนิ
เวศวิ
ทยาวั
ฒนธรรม
(cultural ecology)
นิ
เวศวิ
ทยา (ecology) ตามความหมายในดิ
กชั
นนารี
ของลองแมนหมายถึ
งการศึ
กษาถึ
ง
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างพื
ชสั
ตว์
มนุ
ษย์
กั
บสิ่
งแวดล้
อมของสิ่
งมี
ชี
วิ
ตนั
้
นๆ (LongmanDictionary.
1978 : 348)ส่
วนระบบนิ
เวศวิ
ทยาตามความหมายของบุ
ญเดิ
ม พั
นรอบ (2528 : 154-155) หมายถึ
ง
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างสิ่
งมี
ชี
วิ
ตทั
้
งหลายรวมทั
้
งความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างมนุ
ษย์
กั
บวั
ฒนธรรมที่
มนุ
ษย์
สร้
างขึ
้
นนอกเหนื
อจากที่
ธรรมชาติ
สร้
างไว้
ซึ
่
งนั
กสั
งคมวิ
ทยาได้
แบ่
งเป็
น2ระบบคื
อนิ
เวศวิ
ทยาชี
วภาพ
(biological ecology) ศึ
กษาระบบสิ่
งมี
ชี
วิ
ตทั
้
งหมดรวมทั
้
งมนุ
ษย์
ด้
วย และนิ
เวศวิ
ทยาวั
ฒนธรรม