st124 - page 41

32
หมายถึ
ง เก็
บรั
กษาให้
คงไว้
(to keep in existence) ดั
งนั
น ethnicmaintenance จึ
งหมายถึ
ง การเก็
รั
กษาชาติ
พั
นธุ
ให้
คงไว้
หรื
อการอนุ
รั
กษ์
ให้
ดํ
าเนิ
นต่
อไปหรื
อชาติ
พั
นธุ
ธํ
ารงนั่
นเอง
การศึ
กษายุ
ทธวิ
ธี
ในการธํ
ารงชาติ
พั
นธุ
ของชาวเกาะลั
นตาจะดํ
าเนิ
นไปพร้
อมกั
บการ
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ที่
มี
การรวมตั
วกั
นในลั
กษณะเป็
นประชาสั
งคมที่
มี
บริ
เวณที่
อยู
อาศั
ยแบบการดํ
ารงชี
วิ
และฐานะชนชั
นทางสั
งคมร่
วมกั
นขณะเดี
ยวกั
นแต่
ละกลุ่
มจะมี
อั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
ที่
แตกต่
าง
จากชาติ
พั
นธุ
อื่
นและแสดงออกถึ
งจิ
ตสํ
านึ
กในการธํ
ารงรั
กษาอั
ตลั
กษณ์
และความแตกต่
างทางชาติ
พั
นธุ
ของตน ในท่
ามกลางการปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
อื่
นๆ ในฐานะที่
เป็
นชาวเกาะลั
นตาด้
วยกั
พรมแดนชาติ
พั
นธุ
(ethnicboundary)และการเปลี่
ยนแปลงทางชาติ
พั
นธุ
(ethnicchange)
การศึ
กษาการธํ
ารงชาติ
พั
นธุ
นอกจากสั
มพั
นธ์
กั
บอั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
แล้
วยั
งอาศั
มุ
มมองด้
านพรมแดนทางชาติ
พั
นธุ
เป็
นองค์
ประกอบในการศึ
กษาด้
วย เนื่
องจากเป็
นตั
วกํ
าหนด
ขอบเขตของความเป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
เดี
ยวกั
นหรื
อต่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
ดั
งแนวคิ
ดของบาร์
ท (Barth.
1969 :15)ที่
ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บพรมแดนชาติ
พั
นธุ
หรื
อพรมแดนทางสั
งคมที่
มี
อั
ตลั
กษณ์
ทางวั
ฒนธรรม
บางอย่
างเป็
นตั
วกํ
าหนดความเป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
เขามองว่
าหากกลุ่
มชนใดสามารถธํ
ารงอั
ตลั
กษณ์
ของตนเองไว้
ได้
ขณะที่
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บกลุ่
มอื่
นอั
ตลั
กษณ์
นั
นจะเป็
นตั
วกํ
าหนดความเป็
นสมาชิ
กใน
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
เดี
ยวกั
นและเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ที่
แสดงออกถึ
งความเป็
นสมาชิ
กที่
แตกต่
างจากกลุ่
มอื่
พรมแดนชาติ
พั
นธุ
จึ
งไม่
จํ
าเป็
นต้
องขึ
นอยู
กั
บการครอบครองดิ
นแดนและการธํ
ารงความแตกต่
าง
ทางชาติ
พั
นธุ
วิ
เคราะห์
ได้
จากการแสดงออกของอั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
อย่
างต่
อเนื่
อง
พรมแดนทางชาติ
พั
นธุ
จึ
งเป็
นเขตแดนกั
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตทางสั
งคมการที่
คนสองคนยอมรั
บว่
เป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
เดี
ยวกั
นขณะปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
นแสดงว่
าทั
งสอง “เล่
นเกมเดี
ยวกั
น”ส่
วนการแบ่
งแยก
สมาชิ
กกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
อื่
นเหมื
อนคนแปลกหน้
าจะมี
ข้
อจํ
ากั
ดในการปฏิ
สั
มพั
นธ์
ด้
านความเข้
าใจ
การตั
ดสิ
นคุ
ณค่
าและการแสดงออกร่
วมกั
นบาร์
ทยั
งมองว่
าการธํ
ารงพรมแดนทางชาติ
พั
นธุ
เป็
นผล
จากปฏิ
สั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมระหว่
างผู
คนต่
างวั
ฒนธรรม
ฮิ
คค์
ส (Hicksetal. 1977 :17)มี
ความเห็
นว่
ากระบวนการส่
งผ่
านอั
ตลั
กษณ์
ทางสั
งคมนั
นผู
คน
มี
โอกาสที่
จะเลื
อกลั
กษณะทางชาติ
พั
นธุ
ที่
เหมาะสมที่
สุ
ดจึ
งมี
ความเป็
นไปได้
ที่
สมาชิ
กแต่
ละกลุ่
ชาติ
พั
นธุ
จะมี
โอกาสแสดงอั
ตลั
กษณ์
ข้
ามพรมแดนทางชาติ
พั
นธุ
ระหว่
างกั
นได้
ด้
วยเหตุ
นี
พรมแดน
ทางชาติ
พั
นธุ
จึ
งไม่
คงที่
สามารถเปลี่
ยนแปลงยื
ดหยุ่
นได้
บาร์
ท (Barth. 1969 : 24) ยั
งเสนอแนวคิ
ดว่
บางครั
งการธํ
ารงชาติ
พั
นธุ
และการเปลี่
ยนแปลงภายในระดั
บปั
จเจกชนก็
น่
าสนใจดั
งตั
วอย่
างที่
เขา
พบเห็
นว่
าด้
วยเหตุ
ผลทางด้
านเศรษฐกิ
จและปั
ญหาทางการเมื
องในถิ่
นฐานเดิ
มที่
เคยอาศั
ยอยู
อย่
าง
กลมกลื
นปั
จเจกชนหรื
อกลุ่
มชนเล็
กๆอาจย้
ายถิ่
นฐานมาอยู
ในที่
ใหม่
ต้
องปรั
บเปลี่
ยนรู
ปแบบการยั
งชี
ระเบี
ยบแบบแผนในการดํ
ารงชี
วิ
ต การปกครองหรื
อสมาชิ
กในครั
วเรื
อน แม้
การเปลี่
ยนแปลง
1...,31,32,33,34,35,36,37,38,39,40 42,43,44,45,46,47,48,49,50,51,...308
Powered by FlippingBook