32
หมายถึ
ง เก็
บรั
กษาให้
คงไว้
(to keep in existence) ดั
งนั
้
น ethnicmaintenance จึ
งหมายถึ
ง การเก็
บ
รั
กษาชาติ
พั
นธุ
์
ให้
คงไว้
หรื
อการอนุ
รั
กษ์
ให้
ดํ
าเนิ
นต่
อไปหรื
อชาติ
พั
นธุ
์
ธํ
ารงนั่
นเอง
การศึ
กษายุ
ทธวิ
ธี
ในการธํ
ารงชาติ
พั
นธุ
์
ของชาวเกาะลั
นตาจะดํ
าเนิ
นไปพร้
อมกั
บการ
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ที่
มี
การรวมตั
วกั
นในลั
กษณะเป็
นประชาสั
งคมที่
มี
บริ
เวณที่
อยู
่
อาศั
ยแบบการดํ
ารงชี
วิ
ต
และฐานะชนชั
้
นทางสั
งคมร่
วมกั
นขณะเดี
ยวกั
นแต่
ละกลุ่
มจะมี
อั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
์
ที่
แตกต่
าง
จากชาติ
พั
นธุ
์
อื่
นและแสดงออกถึ
งจิ
ตสํ
านึ
กในการธํ
ารงรั
กษาอั
ตลั
กษณ์
และความแตกต่
างทางชาติ
พั
นธุ
์
ของตน ในท่
ามกลางการปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
อื่
นๆ ในฐานะที่
เป็
นชาวเกาะลั
นตาด้
วยกั
น
พรมแดนชาติ
พั
นธุ
์
(ethnicboundary)และการเปลี่
ยนแปลงทางชาติ
พั
นธุ
์
(ethnicchange)
การศึ
กษาการธํ
ารงชาติ
พั
นธุ
์
นอกจากสั
มพั
นธ์
กั
บอั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
์
แล้
วยั
งอาศั
ย
มุ
มมองด้
านพรมแดนทางชาติ
พั
นธุ
์
เป็
นองค์
ประกอบในการศึ
กษาด้
วย เนื่
องจากเป็
นตั
วกํ
าหนด
ขอบเขตของความเป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เดี
ยวกั
นหรื
อต่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ดั
งแนวคิ
ดของบาร์
ท (Barth.
1969 :15)ที่
ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บพรมแดนชาติ
พั
นธุ
์
หรื
อพรมแดนทางสั
งคมที่
มี
อั
ตลั
กษณ์
ทางวั
ฒนธรรม
บางอย่
างเป็
นตั
วกํ
าหนดความเป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เขามองว่
าหากกลุ่
มชนใดสามารถธํ
ารงอั
ตลั
กษณ์
ของตนเองไว้
ได้
ขณะที่
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บกลุ่
มอื่
นอั
ตลั
กษณ์
นั
้
นจะเป็
นตั
วกํ
าหนดความเป็
นสมาชิ
กใน
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เดี
ยวกั
นและเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ที่
แสดงออกถึ
งความเป็
นสมาชิ
กที่
แตกต่
างจากกลุ่
มอื่
น
พรมแดนชาติ
พั
นธุ
์
จึ
งไม่
จํ
าเป็
นต้
องขึ
้
นอยู
่
กั
บการครอบครองดิ
นแดนและการธํ
ารงความแตกต่
าง
ทางชาติ
พั
นธุ
์
วิ
เคราะห์
ได้
จากการแสดงออกของอั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
์
อย่
างต่
อเนื่
อง
พรมแดนทางชาติ
พั
นธุ
์
จึ
งเป็
นเขตแดนกั
้
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตทางสั
งคมการที่
คนสองคนยอมรั
บว่
า
เป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เดี
ยวกั
นขณะปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
นแสดงว่
าทั
้
งสอง “เล่
นเกมเดี
ยวกั
น”ส่
วนการแบ่
งแยก
สมาชิ
กกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
อื่
นเหมื
อนคนแปลกหน้
าจะมี
ข้
อจํ
ากั
ดในการปฏิ
สั
มพั
นธ์
ด้
านความเข้
าใจ
การตั
ดสิ
นคุ
ณค่
าและการแสดงออกร่
วมกั
นบาร์
ทยั
งมองว่
าการธํ
ารงพรมแดนทางชาติ
พั
นธุ
์
เป็
นผล
จากปฏิ
สั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมระหว่
างผู
้
คนต่
างวั
ฒนธรรม
ฮิ
คค์
ส (Hicksetal. 1977 :17)มี
ความเห็
นว่
ากระบวนการส่
งผ่
านอั
ตลั
กษณ์
ทางสั
งคมนั
้
นผู
้
คน
มี
โอกาสที่
จะเลื
อกลั
กษณะทางชาติ
พั
นธุ
์
ที่
เหมาะสมที่
สุ
ดจึ
งมี
ความเป็
นไปได้
ที่
สมาชิ
กแต่
ละกลุ่
ม
ชาติ
พั
นธุ
์
จะมี
โอกาสแสดงอั
ตลั
กษณ์
ข้
ามพรมแดนทางชาติ
พั
นธุ
์
ระหว่
างกั
นได้
ด้
วยเหตุ
นี
้
พรมแดน
ทางชาติ
พั
นธุ
์
จึ
งไม่
คงที่
สามารถเปลี่
ยนแปลงยื
ดหยุ่
นได้
บาร์
ท (Barth. 1969 : 24) ยั
งเสนอแนวคิ
ดว่
า
บางครั
้
งการธํ
ารงชาติ
พั
นธุ
์
และการเปลี่
ยนแปลงภายในระดั
บปั
จเจกชนก็
น่
าสนใจดั
งตั
วอย่
างที่
เขา
พบเห็
นว่
าด้
วยเหตุ
ผลทางด้
านเศรษฐกิ
จและปั
ญหาทางการเมื
องในถิ่
นฐานเดิ
มที่
เคยอาศั
ยอยู
่
อย่
าง
กลมกลื
นปั
จเจกชนหรื
อกลุ่
มชนเล็
กๆอาจย้
ายถิ่
นฐานมาอยู
่
ในที่
ใหม่
ต้
องปรั
บเปลี่
ยนรู
ปแบบการยั
งชี
พ
ระเบี
ยบแบบแผนในการดํ
ารงชี
วิ
ต การปกครองหรื
อสมาชิ
กในครั
วเรื
อน แม้
การเปลี่
ยนแปลง