st124 - page 47

38
และการแลกเปลี่
ยนโดยไม่
หวั
งผลตอบแทนซึ
งมั
กเกิ
ดขึ
นระหว่
างญาติ
พี่
น้
องหรื
อภายในกลุ่
มเดี
ยวกั
หรื
อที่
สั
ญญา สั
ญญาวิ
วั
ฒน์
(2547:96)นํ
าทฤษฎี
บู
รณาการและความเป็
นอั
นหนึ
งอั
นเดี
ยวกั
นทางสั
งคม
ของ เลวี่
สเตร๊
าส์
(Levi-Strauss) มาอธิ
บายว่
า มี
การสร้
างหลั
กการแลกเปลี่
ยนที่
สํ
าคั
ญหลายอย่
าง
ดั
งเช่
นหลั
กการแลกเปลี่
ยนที่
ไม่
ใช้
เงิ
นตรา แต่
จะต้
องเสี
ยค่
าใช้
จ่
ายในเชิ
งประเพณี
กฎเกณฑ์
กฎหมายค่
านิ
ยมและสิ่
งที่
มี
ค่
าและหายากที่
สุ
ดในสั
งคม เช่
นภรรยาหรื
อทรั
พยากรธรรมชาติ
ที่
เป็
สั
ญลั
กษณ์
ซึ
งผู
รั
บจะต้
องมี
ข้
อผู
กพั
นในการให้
ตอบตามกฎหรื
อบรรทั
ดฐานของการให้
และการรั
หรื
อที่
อานั
นท์
กาญจนพั
นธุ
(2549 : 6) ได้
นํ
าเสนอแนวคิ
ดของสํ
านั
กสถาบั
นนิ
ยมซึ
งมี
หน้
าที่
จั
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างมนุ
ษย์
กั
บสิ่
งแวดล้
อม เพื่
อควบคุ
มวั
ตถุ
ดิ
บที่
จํ
าเป็
นในการยั
งชี
พอย่
างต่
อเนื่
อง
เกี่
ยวกั
บการจั
ดการแลกเปลี่
ยน 3ประเภทได้
แก่
ประเภทการแลกเปลี่
ยนต่
างตอบแทน (reciprocity)
ระหว่
างผู
คนที่
มี
สถานะภาพทางสั
งคมในระดั
บใกล้
เคี
ยงกั
นอาจจะให้
โดยไม่
หวั
งสิ่
งตอบแทนมี
การแลกเปลี่
ยนอย่
างสมดุ
ลหรื
อหวั
งแต่
จะได้
ฝ่
ายเดี
ยวประเภทการกระจายกลั
บ (redistribution)
ในระหว่
างกลุ่
มคนที่
มี
สถานภาพทางสั
งคมและเศรษฐกิ
จไม่
เท่
าเที
ยมกั
นโดยผู
ที่
มี
สถานะภาพตํ
ากว่
ลงแรงไปเพื่
อผลประโยชน์
สํ
าหรั
บผู
ที่
มี
สถานะภาพสู
งกว่
าในฐานะผู
ปกครองมี
การตอบแทนด้
วย
ความเมตตาหรื
อเป็
นบุ
ญคุ
ณของผู
ที่
มี
สถานภาพสู
งกว่
า จึ
งเป็
นการสร้
างความชอบธรรมให้
ฝ่
าย
ผู
ปกครอง ขณะเดี
ยวกั
นได้
สร้
างความมั
นคงให้
อี
กฝ่
ายด้
วย ส่
วนอี
กประเภทเป็
นระบบการ
แลกเปลี่
ยนเชิ
งการค้
าในระบบตลาด (market exchange) เป็
นการแลกเปลี่
ยนบนพื
นฐานของสั
ญญา
ที่
เป็
นกฎเกณฑ์
เชิ
งนามธรรม เช่
นการใช้
เงิ
นตรา เพื่
อสื่
อสารในการปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บคู
ค้
าโดยไม่
ต้
อง
สั
มพั
นธ์
แบบตั
วต่
อตั
แนวคิ
ดทฤษฎี
ไร้
ระเบี
ยบ (chaos theory)
สภาพความไร้
ระเบี
ยบที่
เกิ
ดขึ
นท่
ามกลางการปฏิ
สั
มพั
นธ์
ระหว่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
ที่
หลากหลายของชาวเกาะลั
นตาสามารถอธิ
บายได้
ด้
วย ทฤษฎี
ไร้
ระเบี
ยบหรื
อทฤษฏี
โกลาหล
(chaos theory)ซึ
งเป็
นทฤษฏี
ทางวิ
ทยาศาสตร์
ที่
ชั
ยวั
ฒน์
ถิ
ระพั
นธุ
(2542 : 115-143) นํ
ามาใช้
ในการ
อธิ
บายสั
งคมไทยเป็
นคนแรกจากงานเขี
ยนชื่
อ “ทฤษฎี
ไร้
ระเบี
ยบ (chaos theory) กั
บทางแพร่
งของ
สั
งคมสยาม”ดั
งสาระสํ
าคั
ญโดยสั
งเขปว่
าความไร้
ระเบี
ยบในความหมายทางวิ
ทยาศาสตร์
คื
อสภาพ
และกระบวนการที่
ไร้
เสถี
ยรภาพ (unstable) มี
ความอ่
อนไหวสู
งมากและเปราะบางเมื่
อมี
การกระทบ
เพี
ยงเล็
กน้
อยในสาเหตุ
เบื
องต้
น (initial condition) แต่
เมื่
อเกิ
ดซํ
าบ่
อย ๆทํ
าให้
ระบบที่
ดํ
าเนิ
นอยู
พั
ฒนาการไปอย่
างไม่
เป็
นเส้
นตรง โยงใยซั
บซ้
อนอ่
อนไหวและผั
นผวนบางครั
งถึ
งก้
าวกระโดด
ฉั
บพลั
นทํ
าให้
เกิ
ดภาวะที่
อยู
ห่
างไกลจากสมดุ
ลและก้
าวเข้
าสู
ภาวะเปลี่
ยนผ่
าน (phase transition)
ในช่
วงเวลาที่
ไม่
แน่
นอนและช่
วงเวลานี
จะมี
ความไร้
ระเบี
ยบดํ
ารงอยู
ระดั
บหนึ
ง ขณะที่
สภาพเก่
1...,37,38,39,40,41,42,43,44,45,46 48,49,50,51,52,53,54,55,56,57,...308
Powered by FlippingBook