30
เกิ
ดการกลื
นกลายทางวั
ฒนธรรมที่
เรี
ยกว่
า การผสมกลมกลื
นทางวั
ฒนธรรม (acculturation) ซึ
่
ง
หากมี
การปรั
บเปลี่
ยนจนกระทั่
งไม่
เหลื
อร่
องรอยวั
ฒนธรรมดั
้
งเดิ
มก็
จะส่
งผลให้
เกิ
ดการสู
ญเสี
ย
วั
ฒนธรรมได้
(cultural loss) ขณะเดี
ยวกั
นหากคนในสั
งคมขั
ดแย้
งกั
นด้
วยปั
ญหาพื
้
นฐานจากความ
แตกต่
างทางวั
ฒนธรรมทํ
าให้
เกิ
ดความขั
ดแย้
งทางวั
ฒนธรรม (cultural confict)
สํ
าหรั
บบริ
บทของเกาะลั
นตานั
้
น ผู
้
วิ
จั
ยยั
งสนใจประเด็
นเกี่
ยวกั
บการเปลี่
ยนแปลงทาง
สั
งคมและวั
ฒนธรรมที่
ไม่
เท่
ากั
นซึ
่
งอาจจะเกิ
ดความล้
าทางวั
ฒนธรรม(cultural lag)หรื
อการเปลี่
ยนแปลง
อย่
างกะทั
นหั
นหลั
งจากเกิ
ดภั
ยพิ
บั
ติ
ต่
าง ๆซึ
่
งจะส่
งผลต่
อจิ
ตใจและอารมณ์
ของชาวเกาะลั
นตา
ที่
เรี
ยกว่
า เกิ
ดการช็
อกทางวั
ฒนธรรมหรื
อการชะงั
กงั
นของวั
ฒนธรรม (cultural shock)
โดยสรุ
ปการปฏิ
สั
มพั
นธ์
ของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ในงานวิ
จั
ยนี
้
เป็
นการศึ
กษาถึ
งกระบวนการ
กระทํ
าร่
วมกั
นทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
บนเกาะลั
นตาทั
้
งภายในกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ที่
มี
วั
ฒนธรรมเดี
ยวกั
น และระหว่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ต่
างวั
ฒนธรรมในด้
านต่
างๆ เพื่
อความอยู
่
รอด
เป็
นระยะเวลายาวนานต่
อเนื่
องกั
นมี
การสื่
อความหมายกั
นด้
วยระบบสั
ญลั
กษณ์
อย่
างใดอย่
างหนึ
่
ง
เพื่
อถ่
ายทอดความคิ
ดความเข้
าใจกั
น เช่
น การใช้
ภาษาสื
่
อสารกั
น การร่
วมมื
อกั
นทางเศรษฐกิ
จ
การเมื
องการปกครอง การร่
วมมื
อกั
นด้
านวั
ฒนธรรมประเพณี
พิ
ธี
กรรม การผู
กพั
นด้
วยระบบ
ครอบครั
ว เครื
อญาติ
การเป็
นพ่
อแม่
ลู
กบุ
ญธรรมการผู
กเกลอและการศึ
กษาร่
วมกั
นฯลฯ
แนวคิ
ดทฤษฎี
ด้
านการธํ
ารงชาติ
พั
นธุ
์
(ethnicmaintenance)
นั
กวิ
ชาการบางท่
านนิ
ยามคํ
า“ชาติ
พั
นธุ
์
ธํ
ารง”ตามความหมายของ“ethnicity”ในภาษาอั
งกฤษว่
า
เป็
นจิ
ตสํ
านึ
กทางชาติ
พั
นธุ
์
ความเป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
หรื
อความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
(ฉวี
วรรณ ประจวบเหมาะ. 2547 : 4) ด้
วยเหตุ
นี
้
บางท่
านจึ
งใช้
คํ
าว่
า “ethnicity” ในความหมายของ
“ชาติ
พั
นธุ
์
สั
มพั
นธ์
” เพื
่
อขยายความหมายของคํ
าว่
า “กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
” จากที
่
เคยหมายถึ
ง
“ชนกลุ่
มน้
อยและกลุ่
มย่
อยที่
อยู
่
ในบริ
เวณชายขอบของสั
งคมซึ
่
งอาจจะมี
การผสมกลมกลื
น
จนสู
ญสลายไปหรื
อยั
งคงหลงเหลื
ออยู
่
ในลั
กษณะที่
ผิ
ดแผกและมี
ปั
ญหา กลายมาเป็
นส่
วนหนึ
่
ง
ของสั
งคมที่
มี
ถิ่
นที่
อยู
่
อาศั
ย รู
ปแบบการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต และฐานะในชั
้
นสั
งคมร่
วมกั
น”
(สุ
เทพ สุ
นทรเภสั
ช.2548ข :28-29)ส่
วนโคเฮน (Cohen.1974 : ix-x)อธิ
บายความหมายของethnicity
ว่
ามี
คํ
าจํ
ากั
ดความที
่
กว้
างมากครอบคลุ
มถึ
งการรวมกลุ
่
มที
่
ไม่
ใช่
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ด้
วย ขึ
้
นอยู
่
กั
บ
ระดั
บของการยอมรั
บของสมาชิ
กในกลุ
่
มที
่
มี
บรรทั
ดฐานร่
วมกั
นที
่
จะเก็
บรั
กษาความเป็
นดั
้
งเดิ
ม
ในขณะที่
มี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมกั
บกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
อื่
น
ปั
จจุ
บั
นนั
กมานุ
ษยวิ
ทยาสั
งคมสนใจศึ
กษาสั
งคมชนเผ่
าและชุ
มชนโดดเดี่
ยวที่
ได้
กลายมาเป็
น
ส่
วนหนึ
่
งของโครงสร้
างรั
ฐสมั
ยใหม่
และมี
การรวมตั
วทางชาติ
พั
นธุ
์
ที่
มี
ลั
กษณะพิ
เศษซึ
่
งกระบวนการ