26
คนดื่
มเหล้
าหรื
อผู
้
หญิ
งมี
ประจํ
าเดื
อนเข้
าใกล้
หรื
อร้
องรํ
าทํ
าเพลงรอบกลองชุ
ดแต่
งกายที่
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
ของผู
้
ชายท่
ารํ
าแบบดั
้
งเดิ
มจะถู
กส่
งผ่
านไปยั
งเยาวชนด้
วยกระบวนการสร้
างสรรค์
ที่
ถู
กจั
ดขึ
้
นเพื่
อ
เปิ
ดโอกาสให้
กั
บค่
านิ
ยมดั
้
งเดิ
มด้
านวั
ตถุ
คํ
าพู
ดและการเคลื่
อนไหว เพาวาวจึ
งมี
บทบาทในการนํ
า
ชนพื
้
นเมื
องอเมริ
กั
นกลั
บไปสู
่
ความเชื่
อมั่
นและการถ่
ายทอดวิ
ถี
ชี
วิ
ตดั
้
งเดิ
มขณะเดี
ยวกั
นก็
มี
การ
ปรั
บเปลี่
ยนการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตใหม่
ให้
เข้
มข้
นขึ
้
นตามความต้
องการของสมาชิ
กในกลุ่
ม
ผู
้
วิ
จั
ยมี
ทั
ศนะสอดคล้
องกั
บแนวคิ
ดของฮิ
คค์
ส (Hicksetal.1977 :4)ที่
ว่
าอั
ตลั
กษณ์
มี
ลั
กษณะที่
สามารถเปลี่
ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้
อมสถานการณ์
และจุ
ดมุ่
งหมายได้
ในกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เดี
ยวกั
น
หรื
อปั
จเจกชนคนเดี
ยวกั
นอาจมี
มากกว่
าหนึ
่
งอั
ตลั
กษณ์
และแนวคิ
ดของนากาตะ (Nakata. 1981 : 89)
ในบทความเกี่
ยวกั
บอั
ตลั
กษณ์
ของชาวมลายู
ที่
ว่
าการที่
บุ
คคลจะเลื
อกอ้
างอิ
งถึ
งอั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
์
นั
้
น
อาจจะมาจากเหตุ
ผลทางนิ
เวศน์
หรื
อทางเศรษฐกิ
จทางการเมื
องหรื
อแม้
แต่
เหตุ
ผลด้
านชนชั
้
นทาง
สั
งคม ดั
งนั
้
นในบางครั
้
งอั
ตลั
กษณ์
จึ
งสามารถยื
ดหยุ
่
นและเลื่
อนไหลได้
ดั
งปรากฏในสั
งคมชาวเกาะลั
นตา
ซึ
่
งมี
การแบ่
งแยกตั
วเองตามสํ
านึ
กทางชาติ
พั
นธุ
์
ว่
าเป็
นชาวเลชาวจี
นชาวมุ
สลิ
มและชาวไทยโดยมี
ลั
กษณะเฉพาะตั
วที่
บ่
งบอกถึ
งความแตกต่
างระหว่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
แต่
ในบางสถานการณ์
พวกเขาจะ
แสดงอั
ตลั
กษณ์
ในฐานะเป็
นชาวเกาะลั
นตาด้
วยกั
นอั
นเป็
นความผู
กพั
นด้
วยสํ
านึ
กด้
านพื
้
นที่
ดิ
นแดน
หรื
อท้
องถิ่
น
นอกจากนั
้
น อั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
์
ของชาวเกาะลั
นตาจะมี
สองลั
กษณะ ลั
กษณะหนึ
่
ง
หมายถึ
งตั
วตนหรื
อลั
กษณะเฉพาะตั
วของแต่
ละกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ที่
ถู
กสร้
างขึ
้
นจากลั
กษณะอั
นเป็
น
เอกลั
กษณ์
ที่
สมาชิ
กในกลุ่
มเลื
อกขึ
้
นเพื่
อเป็
นเอกลั
กษณ์
เฉพาะของกลุ่
มตนเอง ซึ
่
งมี
ลั
กษณะ
บางประการแตกต่
างไปจากกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
อื่
นและมี
การสื
บทอดสู
่
สมาชิ
กที่
กํ
าเนิ
ดในกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เดี
ยวกั
น เช่
นอั
ตลั
กษณ์
ด้
านตํ
านานความเชื่
อขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ภาษาอาหาร เครื่
องแต่
งกาย
พาหนะที่
อยู
่
อาศั
ยการแสดงพื
้
นบ้
านหรื
อลั
กษณะอื่
นรวมทั
้
งลั
กษณะทางชี
วภาพที่
บ่
งบอกถึ
งชาติ
พั
นธุ
์
ของตน เช่
น สี
ผิ
วและลั
กษณะรู
ปร่
างหน้
าตา อี
กลั
กษณะหนึ
่
งหมายถึ
งอั
ตลั
กษณ์
ที่
เกิ
ดจาก
บุ
คคลภายนอกสร้
างขึ
้
นจากการนํ
าวิ
ธี
คิ
ดจากวั
ฒนธรรมของตนเองไปให้
ค่
าหรื
อกํ
าหนดวั
ฒนธรรมอื่
น
เช่
นการเรี
ยกชาวเลว่
า “ชาวนํ
้
า” เรี
ยกชาวจี
นว่
า “เจ๊
ก” เรี
ยกชาวมุ
สลิ
มว่
า “แขก” เป็
นต้
น
ทั
้
งนี
้
ในเงื่
อนไขของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ที่
อพยพเข้
ามาตั
้
งถิ่
นฐานในดิ
นแดนใหม่
ฐิ
รวุ
ฒิ
เสนาคํ
า
(2549 : 41) มองว่
า “เป็
นอั
ตลั
กษณ์
ที่
ถู
กสร้
างจากปั
จจั
ยข้
ามพรมแดน ข้
ามทวี
ป ข้
ามวั
ฒนธรรม
นอกบริ
บทของรั
ฐชาติ
จึ
งมี
ลั
กษณะที่
ตั
ดต่
อใหม่
มี
การผสมผสานไม่
เป็
นหนึ
่
งเดี
ยวมี
การเลื่
อนไหล
โยงใยข้
ามพื
้
นที่
ทางภู
มิ
ศาสตร์
หลายแห่
ง”ทั
้
งนี
้
จากการนํ
ามาตั
ดต่
อใหม่
หรื
อสร้
างซํ
้
าดั
งกล่
าวจึ
ง
อาจจะไม่
เหมื
อนเดิ
มทั
้
งหมดหรื
อเมื่
อเวลาผ่
านไปอาจจะปรั
บเปลี่
ยนจนกระทั
้
งแตกต่
างไปจาก
อั
ตลั
กษณ์
เดิ
มที่
จากมา หรื
ออาจจะผสมผสานกั
บอั
ตลั
กษณ์
ของกลุ่
มชนอื่
นที่
เข้
ามาตั
้
งถิ่
นฐาน