st124 - page 33

24
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บอั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
(ethnic identity)จึ
งเป็
นอี
กประเด็
นหนึ
งที่
ต้
องนํ
ามา
ประกอบการศึ
กษาวิ
เคราะห์
นั
กวิ
ชาการหลายท่
านได้
ให้
ความหมายของคํ
าว่
าอั
ตลั
กษณ์
(identity)ไว้
ใกล้
เคี
ยงกั
น เช่
นประสิ
ทธิ
ลี
ปรี
ชา (2547 :32-36) อธิ
บายว่
า เป็
นเรื่
องของความเข้
าใจและการรั
บรู
ว่
เราเป็
นใครและคนอื่
นเป็
นใครและเป็
นสิ่
งที่
ถู
กสร้
างขึ
นโดยกระบวนการทางสั
งคมครั
งเมื่
อตกผลึ
แล้
วอาจจะมี
ความคงที่
ปรั
บเปลี่
ยนหรื
อแม้
กระทั่
งเปลี่
ยนแปลงรู
ปแบบไปทั
งนี
ขึ
นอยู
กั
ความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมเป็
นหลั
กขณะที่
บุ
ญส่
ง ชั
ยสิ
งห์
กานานนท์
(2539-2540 : 59-60) ได้
เสนอ
แนวคิ
ดว่
าการเข้
าถึ
ง“อั
ตลั
กษณ์
” (identity)ของกลุ่
มชนใดๆได้
นั
นอาจมี
มุ
มมองให้
พิ
จารณาอย่
าง
หลากหลายตามลั
กษณะปั
จจั
ยและบริ
บทที่
แตกต่
างกั
นตามข้
อจํ
ากั
ดของกลุ่
มชนในสั
งคมนั
นๆ เรา
อาจต้
องก้
าวเข้
าสู
เขตวั
ฒนธรรม (culture area) หรื
อ “อาณาบริ
เวณทางวั
ฒนธรรม” ในปริ
มณฑล
ของกลุ่
มชนที่
เราศึ
กษาซึ
งในบางครั
งเต็
มไปด้
วยความสลั
บซั
บซ้
อนและมี
ระดั
บความตื
นลึ
กในหลายระดั
ความสั
บสนนี
เอื
อประโยชน์
ทางการวิ
เคราะห์
ในเรื่
องการก่
อรู
ปของตั
วตนอภิ
ญญา เฟื่
องฟู
สกุ
ล (2546 :25)
ได้
นํ
าเสนอแนวคิ
ดของนั
กวิ
ชาการสายปฏิ
สั
มพั
นธ์
สั
ญลั
กษณ์
(symbolic interactionism) เช่
นคู
ลี
ย์
(Cooley)มาอธิ
บายว่
าอั
ตลั
กษณ์
คื
อสิ่
งที่
เกิ
ดขึ
นในกระบวนการปฏิ
สั
มพั
นธ์
ทางสั
งคม เขาเชื่
อว่
าสั
งคม
และปั
จเจกบุ
คคลเป็
นปรากฏการณ์
ที่
ไม่
อาจแยกออกจากกั
นได้
สั
งคมเกิ
ดจากการผสมผสานของตั
วตน
เชิ
งจิ
ต (mental selves)ของคนหลายๆคนที่
มี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ต่
อกั
นความรู
สึ
กเกี่
ยวกั
บตั
วเองพั
ฒนาขึ
นมา
จากปฏิ
กิ
ริ
ยาของเราต่
อความเห็
นของผู
อื่
นเกี่
ยวกั
บตั
วเราตั
วเขาเรี
ยกว่
า“ตั
วตน”หรื
ออั
ตลั
กษณ์
ในทํ
านอง
เดี
ยวกั
นสุ
ธิ
วงศ์
พงศ์
ไพบู
ลย์
(2549 : 1)อธิ
บายคํ
าว่
าอั
ตลั
กษณ์
ตามลั
กษณะที่
สามารถเที
ยบเคี
ยงกั
สภาพจริ
งที่
ปรากฏในสั
งคมไทยได้
ว่
เป็
นสิ่
งสํ
าแดงความเป็
นตั
วตนไม่
ได้
มี
โครงสร้
างเป็
นหนึ
งเดี
ยว เพราะอย่
างน้
อยอั
ตลั
กษณ์
ที่
เป็
หน่
วยเล็
กที่
สุ
ดในพื
นที่
บุ
คคลประกอบด้
วยส่
วนที่
เป็
น“รู
ปลั
กษณ์
” (บุ
คลิ
กภาพ)และส่
วนที่
เป็
“จิ
ตลั
กษณ์
”(จิ
ตสํ
านึ
ก)ด้
วยเหตุ
นี
อั
ตลั
กษณ์
ส่
วนปั
จเจกบุ
คคล(individual identity)จึ
งไม่
ใช่
เนื
อแท้
ทางกายภาพ (สู
งตํ
าดํ
าขาว) หากบู
รณาการด้
วยจริ
ตนิ
ยมจึ
งสํ
าแดงเป็
นตั
วตนตั
วฉั
น (I)ที่
คงที่
แข็
งตั
ว เกาะแน่
น (สั
นดาน) ยื
ดหยุ่
นปรั
บเปลี่
ยนไม่
ได้
และที่
เหนื
อกว่
านี
ความเป็
นตั
วฉั
น(ปั
จเจก
ลั
กษณ์
)ยั
งผนึ
กแน่
นกั
บความเป็
นตั
วเรา (Me)ซึ
งได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากสภาพแวดล้
อมภู
มิ
ปั
ญญา
ชุ
มชนศาสตร์
ชาวบ้
านและวั
ฒนธรรมอั
นเป็
นทุ
นทางสั
งคมที่
หลอมตั
วสํ
าแดงตั
วในลั
กษณะของ
สั
ญลั
กษณ์
หรื
อจารี
ตชุ
มชนซึ
งอั
ตลั
กษณ์
ที่
เป็
นตั
วฉั
น (I)และตั
วเรา (Me)ต่
างมี
อิ
ทธิ
พลถ่
ายโอน
ซึ
งกั
นและกั
นกลายเป็
นอั
ตลั
กษณ์
เชิ
งซ้
อน (ไม่
ใช่
เชิ
งเดี่
ยว)
1...,23,24,25,26,27,28,29,30,31,32 34,35,36,37,38,39,40,41,42,43,...308
Powered by FlippingBook