17
การศึ
กษาถึ
งปั
จจั
ยที่
ส่
งผลให้
ชาวเกาะลั
นตาอยู
่
ร่
วมกั
นอย่
างสั
นติ
ท่
ามกลางความ
หลากหลายทางชาติ
พั
นธุ
์
ในครั
้
งนี
้
ผู
้
วิ
จั
ยจึ
งไม่
ได้
คาดหวั
งว่
าการปฏิ
สั
มพั
นธ์
จะดํ
าเนิ
นไปอย่
างสงบ
ราบรื่
นแต่
จะมองว่
า ในความไร้
ระเบี
ยบความโกลาหลความขั
ดแย้
ง และความกดดั
นที่
เกิ
ดขึ
้
น
พวกเขามี
วิ
ธี
การแก้
ปั
ญหาอย่
างไร เพื่
อให้
หลุ
ดพ้
นจากสถานการณ์
เช่
นนั
้
น
วิ
ธี
การสื
บค้
นประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นจะเริ
่
มขึ
้
นหลั
งจากที
่
เข้
าไปอาศั
ยในชุ
มชนระยะหนึ
่
ง
จนเป็
นที
่
รู
้
จั
กคุ
้
นเคยกั
บชาวบ้
านแล้
วจึ
งจั
บกลุ
่
มพู
ดคุ
ยกั
บสมาชิ
กในชุ
มชนแต่
ละกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
โดยเจาะจงเลื
อกสมาชิ
กวั
ยกลางคนและผู
้
สู
งอายุ
ที่
มี
ความทรงจํ
าดี
สามารถบอกเล่
าเรื่
องราวในอดี
ต
ที่
ประสบกั
บตั
วเองหรื
อถ่
ายทอดจากบรรพบุ
รุ
ษได้
ในรู
ปแบบที่
เรี
ยบง่
ายและบรรยากาศเป็
นกั
นเอง
เพื่
อระดมความคิ
ดฟื
้
นความทรงจํ
าเกี่
ยวกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ต และย้
อนลํ
าดั
บเหตุ
การณ์
สํ
าคั
ญที่
เกิ
ดขึ
้
นบน
เกาะลั
นตาในอดี
ต
สํ
าหรั
บข้
อมู
ลเกี่
ยวกั
บเครื
อญาติ
สายตระกู
ลต่
างๆการปฏิ
สั
มพั
นธ์
อั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
์
และการธํ
ารงอั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
์
ของชาวเกาะลั
นตาจะพู
ดคุ
ยซั
กถามและประมวลจากทั
้
งกลุ่
ม
ผู
้
ให้
ข้
อมู
ลด้
านประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นกลุ่
มชาวบ้
านทั่
วไปที่
พบปะในช่
วงที่
อาศั
ยในชุ
มชนและจาก
ผู
้
ให้
ข้
อมู
ลนอกชุ
มชนที่
เคยอาศั
ยบนเกาะลั
นตา รวมทั
้
งการสั
งเกตขณะมี
ส่
วนร่
วมในเหตุ
การณ์
โดย
อาศั
ยแนวคิ
ดทฤษฎี
ต่
างๆและเอกสารงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องซึ
่
งประมวลไว้
ในบทที่
2 เป็
นข้
อมู
ลประกอบ
การศึ
กษาวิ
เคราะห์
ในช่
วงที่
เก็
บข้
อมู
ลภาคสนามผู
้
วิ
จั
ยไม่
ได้
อยู
่
ในชุ
มชนตลอดเวลา แต่
จะเดิ
นทางเข้
า-ออก
เพื่
อกลั
บออกมาทบทวน และเว้
นระยะห่
างของการพู
ดคุ
ยเพื่
อลดภาวะความจํ
าเจที่
อาจจะสร้
าง
ความเบื่
อหน่
ายให้
กั
บทั
้
งผู
้
สั
มภาษณ์
และผู
้
ถู
กสั
มภาษณ์
ซึ
่
งจะส่
งผลต่
อความเที่
ยงตรงของการให้
ข้
อมู
ลด้
วย โอกาสนี
้
ผู
้
วิ
จั
ยจะใช้
เวลาค้
นคว้
าข้
อมู
ลเอกสารเพิ่
มเติ
มในส่
วนที่
ต้
องการและเก็
บ
รวบรวมข้
อมู
ลภาคสนามที่
ได้
เพื่
อนํ
ามาแยกแยะ จั
ดระเบี
ยบและเรี
ยบเรี
ยงสํ
าหรั
บใช้
เป็
นข้
อมู
ล
พื
้
นฐานที่
จะนํ
าไปสู
่
การวิ
เคราะห์
ต่
อไป
นอกจากนั
้
นผู
้
วิ
จั
ยได้
เดิ
นทางข้
ามพรมแดนไปสํ
ารวจและสั
มภาษณ์
ชาวปี
นั
งที่
เคยเข้
ามาติ
ดต่
อ
ค้
าขายกั
บชาวเกาะลั
นตา และลู
กหลานชาวเกาะลั
นตาที่
พ่
อหรื
อแม่
แต่
งงานแล้
วย้
ายถิ่
นไปอาศั
ย
ในรั
ฐปี
นั
งประเทศสหพั
นธรั
ฐมาเลเซี
ย 3ครั
้
ง ในช่
วงเดื
อนเมษายนปี
พ.ศ. 2549,2550 และ2552
เพื่
อศึ
กษาถึ
งเส้
นทางการอพยพโยกย้
ายและการตั
้
งถิ่
นฐานตลอดจนการปฏิ
สั
มพั
นธ์
เชื่
อมโยงกั
บกลุ่
ม
ชาติ
พั
นธุ
์
บนเกาะลั
นตาตั
้
งแต่
อดี
ตจนถึ
งปั
จจุ
บั
นและสั
มภาษณ์
ชาวไทยที่
อาศั
ยในรั
ฐเกดะห์
ซึ
่
งเคยเป็
น
ถิ่
นฐานเดิ
มของชาวเลอู
รั
กลาโว้
ยก่
อนอพยพเข้
ามาในเขตประเทศไทย
ผู
้
วิ
จั
ยยั
งได้
เดิ
นทางไปยั
งเมื
องมากั
สซาร์
ทางตอนใต้
ของเกาะสุ
ลาเวสี
(Sulawasi) ประเทศ
สหพั
นธรั
ฐอิ
นโดนี
เซี
ยซึ
่
งเดิ
มมี
ชื่
อเป็
นภาษาโปตุ
เกสว่
า เซเลเบส (Celebes) และเคยเป็
นนิ
คมของ