st124 - page 215

200
บนตั
กลู
กคนกลาง เท้
าวางบนตั
กลู
กคนเล็
กทางทิ
ศเหนื
อหากไม่
มี
ลู
กจะเป็
นหน้
าที่
ของญาติ
สนิ
โต๊
ะหมอจะทํ
าพิ
ธี
อาบนํ
าศพเป็
นคนแรกต่
อด้
วยญาติ
พี่
น้
อง เพื่
อนบ้
าน เมื่
อเสร็
จพิ
ธี
ลู
กๆหรื
อญาติ
ที่
ประคองศพจะต้
องล้
างตั
วด้
วยนํ
ามะนาวผสมใบสะบ้
า เพื่
อไม่
ให้
วิ
ญญาณผู
ตายติ
ดตั
วศพจะถู
กทาแป้
แต่
งตั
วและทานํ
ามั
นหอมก่
อนบรรจุ
ในโลงศพที่
ปู
ด้
วยเสื่
อ และใช้
ผ้
าขาวยาว 9ศอกคลุ
มบนศพ
นํ
าข้
าวของเครื่
องใช้
ของผู
ตายบรรจุ
ลงไปในโลงด้
วยสํ
าหรั
บเด็
กๆที่
เป็
นลู
กหลานจะใช้
ผ้
าขาวยาว
1ศอกที่
เหลื
อฉี
กเป็
นชิ
นเล็
กๆผู
กคอขณะยกโลงศพไปป่
าช้
าให้
ลอดโลงศพคนละ 3 รอบขบวน
แห่
ศพไปฝั
งที่
ชายทะเล เมื่
อหย่
อนโลงศพลงในหลุ
มผ่
ามะพร้
าวที่
เตรี
ยมไว้
เป็
น2ซี
กราดนํ
ามะพร้
าว
ลงบนศพมะพร้
าวซี
กที่
มี
ตา ควํ
าลงบนตํ
าแหน่
งสะดื
อของศพอี
กซี
กให้
ลู
กหลานไปกิ
นที่
บ้
าน เมื่
โต๊
ะหมอทํ
าพิ
ธี
และญาติ
พี่
น้
องช่
วยกั
นกลบหลุ
มแล้
ว จะปลู
กมะพร้
าวอี
กลู
กที่
มี
หน่
อไว้
ปลายเท้
ศพและให้
ผู
ที่
หามศพ จั
บคู
กั
นที
ละ 2คน ยื
นหั
นหลั
งให้
กั
นคนละฟากของปากหลุ
มทํ
าพิ
ธี
เวี
ยน
ผ้
าขาวม้
า เป็
นอั
นเสร็
จพิ
ธี
ระหว่
างทางกลั
บบ้
านล้
างมื
อล้
างเท้
าด้
วยนํ
าผสมมะนาวและใบสะบ้
าที่
วางไว้
ริ
มทางตอนขาไปและเด็
ดใบไม้
หรื
อดอกไม้
ทั
ดหู
เพื่
อไม่
ให้
วิ
ญญาณผู
ตายจํ
าได้
และติ
ดตามกลั
บไป
บ้
านหลั
งจากนั
นอี
ก 3 วั
น จะเลี
ยงอาหาร ดั
บกองไฟ และทํ
าบุ
ญผู
ตายอี
กครั
งในพิ
ธี
แต่
งเปรวใน
เดื
อน 4หรื
อเดื
อน 5ปั
จจุ
บั
นมี
การวางรู
ปถ่
ายหน้
าโลงศพและหลั
งจากดั
บกองไฟแล้
ว นํ
ารู
ปถ่
าย
ไปวางบนหิ
งในบ้
านพร้
อมกั
บกระถางธู
ป ตามแบบอย่
างของชาวจี
นส่
วนการกํ
าหนดเวลาฝั
เหมื
อนของชาวมุ
สลิ
มคื
อหากตายตอนเช้
าจะนํ
าไปฝั
งตอนเย็
นหากตายหลั
งเที่
ยงวั
นเป็
นต้
นไปจะ
นํ
าไปฝั
งวั
นรุ่
งขึ
น (อาภรณ์
อุ
กฤษณ์
. 2532 : 107)
อั
ตลั
กษณ์
ด้
านภาษา
ในช่
วง150ปี
ที่
ผ่
านมาชาวเลบนเกาะลั
นตา ใช้
ภาษาอู
รั
กลาโว้
ยซึ
งจั
อยู
ในตระกู
ลออสโตเนเซี
ย เช่
นเดี
ยวกั
บภาษามลายู
และนั
บเป็
นภาษาถิ่
นหนึ
งของภาษามาเลย์
ซึ
งมี
แต่
ภาษาพู
ดไม่
มี
ภาษาเขี
ยน สํ
าหรั
บบทสวดในพิ
ธี
กรรมและบทขั
บในบทเพลงรํ
ามะนาของชาวเล
จะใช้
ภาษามลายู
กลางผสมมลายู
ท้
องถิ่
นและภาษาอู
รั
กลาโว้
จากการที่
ภาษาชาวเลมี
คํ
าศั
พท์
น้
อยในระยะหลั
งเมื่
อมี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บชาวมลายู
ชาวจี
และชาวไทยมากขึ
นจํ
าเป็
นต้
องสร้
างคํ
าใหม่
บางคํ
าอาจหยิ
บยื
มภาษาจี
นภาษามลายู
หรื
อภาษาไทย
มาผสมผสานกั
บภาษาของตนเองดั
งที่
อาภรณ์
อุ
กฤษณ์
(2532 : 20-21) บั
นทึ
กไว้
ว่
า ภาษาชาวเล
มี
การสร้
างคํ
าใหม่
เพื่
อใช้
เรี
ยกวั
ตถุ
สิ่
งของเครื่
องใช้
แปลกใหม่
ที่
รั
บมาจากสั
งคมภายนอกด้
วยวิ
ธี
การ
นํ
าศั
พท์
ดั
งเดิ
ม2-3คํ
ามารวมกั
นเพื่
อให้
เกิ
ดคํ
าใหม่
ในลั
กษณะคํ
าประสม เช่
ปิ
งี
เญฮฺ
(แปรง)+บาโซฮ (ล้
าง)+บายั
ก (เงา) = ปิ
งี
เญฮบาโซฮบายั
กหมายถึ
งฝอยขั
ดหม้
อู
บั๊
ย (ยา)+กี
แญะ (ขั
ด)+กี
กี
(ฟั
น) = อู
บั๊
ยกี
แญะกี
กี
หมายถึ
งยาสี
ฟั
สะโบด (สบู
)+กาสะ (ถู
)+ปาลอ (หั
ว) = สะโบดกาสะปาลอหมายถึ
งยาสระผม
จรึ
เมน (กระจก)+มาตา (ตา) = จรึ
เมนมาตาหมายถึ
งแว่
นตา
1...,205,206,207,208,209,210,211,212,213,214 216,217,218,219,220,221,222,223,224,225,...308
Powered by FlippingBook