๓๙
เริ่
มต
นจากเช
ามื
ด และค
อย ๆ เปลี่
ยนเป
นสว
างในเวลาเช
า สาย และแสงแผดกล
าเต็
มที่
ในตอนเที่
ยง
แล
วค
อย ๆ อ
อนแสงลงในเวลาบ
าย เวลาเย็
น และมื
ด เป
นลํ
าดั
บ การเสื่
อมหายของวั
ฒนธรรมไม
ได
สู
ญ
หายไปเลยที
เดี
ยว แต
จะมี
การพยายามปรั
บปรุ
งจนกลายเป
นวั
ฒนธรรมใหม
ขึ้
นมา และแตกต
างไปจาก
วั
ฒนธรรมเดิ
ม (ผจงจิ
ตต
อธิ
คมนั
นทะ. ๒๕๒๑; สนธยา พลศรี
. ๒๕๔๕ : ๑๖๒)
การนํ
าทฤษฎี
การขึ้
นและลงของสั
งคมไปใช
ในการพั
ฒนาชุ
มชน
ทฤษฎี
การขึ้
นและลงของสั
งคมสามารถนํ
ามาใช
เป
นแนวทางในการพั
ฒนาชุ
มชนได
ดั
งนี้
๑. ทํ
าให
ทราบว
าสั
งคมและวั
ฒนธรรมมี
การเริ่
มต
น มี
การเจริ
ญก
าวหน
า และมี
ความเสื่
อมจน
อาจจะสิ้
นสุ
ดไป การจะดํ
าเนิ
นงานพั
ฒนาชุ
มชนจึ
งต
องรู
ว
าชุ
มชนมี
สภาพทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมใน
ลั
กษณะใดกํ
าลั
งเจริ
ญก
าวหน
าหรื
อเสื่
อมโทรมควรเริ่
มต
นอย
างไร ควรจั
ดทํ
าแผน โครงการและส
วนอื่
น ๆ
ที่
เกี่
ยวข
องกั
บการพั
ฒนาชุ
มชนอย
างไร จึ
งจะเหมาะสมและประสบความสํ
าเร็
จ
๒. ทฤษฎี
การขึ้
นและลงของสั
งคม เชื่
อว
าสั
งคมและวั
ฒนธรรมมี
ลํ
าดั
บขั้
นตอนของความ
เจริ
ญก
าวหน
า และมี
ขั้
นตอนของการเสื่
อมถอยเช
นเดี
ยวกั
บกระบวนการพั
ฒนาชุ
มชนที่
มี
ขั้
นตอนในการ
ดํ
าเนิ
นงานเช
นเดี
ยวกั
น ซึ่
งต
องป
องกั
นไม
ให
เสื่
อมถอยลง ไม
เช
นนั้
นแล
วจะปรากฏผลเช
นเดี
ยวกั
บการ
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
๓. ทฤษฎี
การขึ้
นและลงของสั
งคม เชื่
อว
าสั
งคมและวั
ฒนธรรมมี
โอกาสที่
จะเสื่
อมลงและสู
ญ
หายไป ดั
งนั้
น นอกจากจะต
องเข
าไปดํ
าเนิ
นงานพั
ฒนาชุ
มชนให
เหมาะสมกั
บช
วงเวลาแล
ว ยั
งต
อง
ดํ
าเนิ
นการให
เป
นการพั
ฒนาแบบยั่
งยื
น ไม
ให
สู
ญหายไปจากชุ
มชนอี
กด
วย
๔. ทฤษฎี
การขึ้
นและลงของสั
งคม เชื่
อว
าความเสื่
อมของสั
งคมและวั
ฒนธรรม ไม
ถึ
งกั
บสู
ญ
หายไปเลยที
เดี
ยว แต
จะมี
การปรั
บปรุ
งใหม
และนํ
ามาใช
ในสั
งคมอี
ก ในการดํ
าเนิ
นงานพั
ฒนาชุ
มชนก็
เช
นเดี
ยวกั
นแม
อาจจะยั
งไม
ประสบความสํ
าเร็
จแต
ถ
าหากได
มี
การทบทวนป
ญหาและอุ
ปสรรคที่
เกิ
ดขึ้
น
แล
วนํ
าไปปรั
บปรุ
งแก
ไขให
เหมาะสม ก็
มี
โอกาสที่
จะประสบความสํ
าเร็
จได
ทฤษฎี
ว
าด
วยศั
กยภาพของวิ
วั
ฒนาการ
ทฤษฎี
ว
าด
วยศั
กยภาพของวิ
วั
ฒนาการ (Theory of Evolutionary Potential) เจ
าของทฤษฎี
คื
อ เอลมั
น อาร
. เซอร
วิ
ส (Elman R. Service) นั
กมานุ
ษยวิ
ทยายุ
คป
จจุ
บั
นเป
นชาวอเมริ
กั
น ซึ่
งทฤษฎี
นี้
มี
รายละเอี
ยดดั
งนี้
๑.สาระสํ
าคั
ญของทฤษฎี
ทฤษฎี
ว
าด
วยศั
กยภาพของวิ
วั
ฒนาการ มี
สาระสํ
าคั
ญ ดั
งนี้
๑.๑ กระบวนวิ
วั
ฒนาการ มี
๒ ประเภท คื
อ วิ
วั
ฒนาการทั่
วไปกั
บวิ
วั
ฒนาการเฉพาะ ซึ่
ง
วิ
วั
ฒนาการทั่
วไป (General Evolution) เป
นวิ
วั
ฒนาการทางวั
ฒนธรรมของมนุ
ษยชาติ
มี
ลั
กษณะ
เช
นเดี
ยวกั
บวิ
วั
ฒนาการของสิ่
งมี
ชี
วิ
ตที่
นั
กทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการคนก
อน ๆ เสนอไว
กล
าวคื
อ วั
ฒนธรรมของ
มนุ
ษย
เริ่
มต
นจากวั
ฒนธรรมดั้
งเดิ
ม ยุ
คก
อนอารยธรรม (Primitive Cultural) มาสู
ยุ
คอารยธรรม