แนวทางการสืบสานวัฒนธรรมตาลที่เมืองเพชรที่เอื้อต่อวิธีชีวิตของชุมชนบ้านลาด - page 58

๔๖
๕.
ทฤษฎี
การแพร
กระจายนวั
ตกรรมเชื่
อว
าระบบการสื่
อสารเป
นป
จจั
ยสํ
าคั
ญในการยอมรั
นวั
ตกรรม เพราะทํ
าให
คนในสั
งคมมี
ความรู
ความเข
าใจตระหนั
กถึ
งความสํ
าคั
ญและยอมรั
บไปใช
ในการ
ดํ
าเนิ
นงานพั
ฒนาชุ
มชนจึ
งควรจั
ดระบบการสื่
อสารกั
บบุ
คคล การสื่
อสารในกลุ
มองค
กรและชุ
มชนให
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพ เพราะนอกจากช
วยให
บุ
คคลและกลุ
มเป
าหมาย มี
ความรู
ความเข
าใจในกิ
จกรรมการ
พั
ฒนาชุ
มชนแล
ว ยั
งเป
นช
องทางในการระดมประชาชนเข
าร
วมในการพั
ฒนาชุ
มชนตามหลั
กการพั
ฒนา
ชุ
มชนได
อี
กด
วย
๖.
ทฤษฎี
การแพร
กระจายนวั
ตกรรม พบว
า ตั
วของนวั
ตกรรมที่
เผยแพร
และเป
นที่
ยอมรั
บนั้
ต
องมี
ความเหมาะสมกั
บผู
รั
บนวั
ตกรรม คื
อ มี
ประโยชน
มากกว
าสิ่
งที่
ใช
อยู
เดิ
ม สอดคล
องกั
บวั
ฒนธรรม
ในสั
งคม ไม
มี
ความสลั
บซั
บซ
อน สามารถทดลองหรื
อสาธิ
ตให
เห็
นได
มองเห็
นและเข
าใจได
ง
าย ในการ
ดํ
าเนิ
นงานพั
ฒนาชุ
มชนจึ
งควรเลื
อกวิ
ธี
การให
เหมาะสมเช
นเดี
ยวกั
น จึ
งจะประสบความสํ
าเร็
๗.
ทฤษฎี
การแพร
กระจายนวั
ตกรรม พบว
า กระบวนการรั
บนวั
ตกรรมนั้
น ต
องใช
เวลาเพื่
อให
บุ
คคลปรั
บตั
วและยอมรั
บในการดํ
าเนิ
นงานพั
ฒนาชุ
มชน ซึ่
งเป
นการเพิ่
มพู
นความรู
ความสามารถให
บุ
คคลมี
คุ
ณภาพ มี
คุ
ณธรรม และมี
ความสุ
ข จึ
งต
องใช
เวลาเช
นเดี
ยวกั
น ไม
ควรเร
งรั
ดหรื
อข
ามขั้
นตอน
เพื่
อให
เสร็
จสิ้
นโดยเร็
ว แต
ต
องใช
ความละเอี
ยดอ
อน ความรอบคอบอย
างเป
นขั้
นเป
นตอน จึ
งจะบรรลุ
เป
าหมายอย
างแท
จริ
อาจกล
าวโดยสรุ
ปได
ว
า ทฤษฎี
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมมี
หลายทฤษฎี
ทฤษฎี
เหล
านี้
มี
เนื้
อหาสาระทั้
งที่
เป
นไปในทํ
านองเดี
ยวกั
นและแตกต
างกั
นออกไป ทํ
าให
สามารถที่
จะ
เลื
อกนํ
าไปใช
ในการพั
ฒนาชุ
มชนได
หลายแนวทาง กล
าวคื
อ ทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการทางสั
งคมอธิ
บายว
าเป
การเปลี่
ยนแปลงจากโครงสร
างสั
งคมและวั
ฒนธรรมแบบง
าย ๆ ไปเป
นโครงสร
างที่
หลากหลาย
สลั
บซั
บซ
อนมากขึ้
น ทฤษฎี
ความล
าหลั
งทางวั
ฒนธรรมกล
าวถึ
งการรั
บวั
ฒนธรรมวั
ตถุ
ได
เร็
วกว
วั
ฒนธรรมที่
ไม
ใช
วั
ตถุ
ทํ
าให
เกิ
ดช
องว
างหรื
อป
ญหาขึ้
นทฤษฎี
ความก
าวหน
าทางวั
ฒนธรรมเชื่
อว
าป
จจั
สํ
าคั
ญที่
ทํ
าให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง คื
อ ปริ
มาณการนํ
าพลั
งงานมาใช
ในสั
งคมกั
บประสิ
ทธิ
ภาพของ
เทคโนโลยี
ที่
นํ
ามาใช
ทฤษฎี
การขึ้
นและลงของสั
งคม ได
เสนอทิ
ศทางของการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและ
วั
ฒนธรรมว
ามี
ทั้
งที่
เจริ
ญก
าวหน
และเสื่
อมถอยลงจนสิ้
นสุ
ดไปเหมื
อนกั
บวงจรของสิ
งมี
ชี
วิ
ตหรื
อมนุ
ษย
เองที่
มี
การเกิ
ด การเจริ
ญเติ
บโตตามวั
ย และสิ้
นอายุ
ขั
ยในที่
สุ
ด ทฤษฎี
ว
าด
วยศั
กยภาพของวิ
วั
ฒนาการมี
ความเชื่
อในทํ
านองเดี
ยวกั
นว
าสั
งคมและวั
ฒนธรรม เมื่
อเจริ
ญก
าวหน
าจนกระทั่
งถึ
งจุ
ดสู
งสุ
ดแล
ว ก็
จะ
เสื่
อมถอยลง สั
งคมที่
ด
อยกว
าจะเจริ
ญก
าวหน
าแทนที่
ทฤษฎี
การแพร
กระจายทางวั
ฒนธรรมเชื่
อว
าการ
เปลี่
ยนแปลงทางวั
ฒนธรรมเป
นผลของการแพร
กระจายวั
ฒนธรรมจากภายนอกมากกว
าการประดิ
ษฐ
คิ
ดค
นในสั
งคมเอง ทฤษฎี
การแพร
กระจายนวั
ตกรรมทํ
าให
ทราบถึ
งกระบวนการเผยแพร
และ
กระบวนการรั
บนวั
ตกรรมหรื
อวั
ฒนธรรมใหม
ซึ่
งมี
ป
จจั
ยที่
เกี่
ยวข
อง คื
อ บุ
คคลที่
จะรั
บระบบสั
งคม
ระบบการสื่
อสาร ตั
วของนวั
ตกรรมเอง ระยะเวลาและกระบวนการตั
ดสิ
นใจ ทฤษฎี
เกี่
ยวกั
บการ
1...,48,49,50,51,52,53,54,55,56,57 59,60,61,62,63,64,65,66,67,68,...176
Powered by FlippingBook