๔๗
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมเหล
านี้
ต
างล
วนมี
ประโยชน
ต
อการพั
ฒนาชุ
มชนทั้
งสิ้
น เพราะ
สามารถนํ
าไปใช
เป
นแนวทางในการวางแผน โครงการ และดํ
าเนิ
นงานพั
ฒนาชุ
มชนได
ทํ
าให
การ
ดํ
าเนิ
นงานพั
ฒนาชุ
มชนมี
ประสิ
ทธิ
ภาพและประสิ
ทธิ
ผลมากขึ้
น
แนวคิ
ดประวั
ติ
ศาสตร
ท
องถิ่
น
ประวั
ติ
ศาสตร
ท
องถิ่
น (Local History) เป
นแนวคิ
ดที่
ให
ความสํ
าคั
ญกั
บเหตุ
การณ
หรื
อเรื่
องราว
ของท
องถิ่
น เป
นเรื่
องราวเกี่
ยวกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ต การประกอบอาชี
พ สภาพแวดล
อม สั
งคมและวั
ฒนธรรมของ
ชุ
มชน ให
ความสํ
าคั
ญกั
บหลั
กฐานประเภทต
าง ๆ ในท
องถิ่
นไม
ว
าจะเป
นตํ
านานนิ
ทาน เพลงพื้
นบ
าน
การละเล
นประเพณี
พิ
ธี
กรรม ความเชื่
อ โดยเฉพาะอย
างยิ่
งการสั
มภาษณ
พู
ดคุ
ยกั
บสมาชิ
กผู
อาวุ
โสและ
ทรงความรู
ของชุ
มชน
ทฤษฎี
มานุ
ษยวิ
ทยานิ
เวศ
ทฤษฎี
มานุ
ษยวิ
ทยานิ
เวศ (Ecological Anthropology) เป
นทฤษฎี
ที่
เสนอแนวทางการ
พิ
จารณาความสั
มพั
นธ
ระหว
างมนุ
ษย
สิ่
งแวดล
อม และวั
ฒนธรรม ว
าต
างก็
มี
แนวโน
มที่
จะปรั
บตั
วเข
าหา
กั
นอยู
ตลอดเวลา ซึ่
งแต
ละแนวทางให
น้ํ
าหนั
กกั
บตั
วแปรทั้
งสามนี้
ต
างกั
นออกไป ดั
งนี้
๑.แนวทางวั
ฒนธรรมนิ
เวศ (Cultural Ecology) ให
ความสํ
าคั
ญกั
บการวิ
เคราะห
แกน
วั
ฒนธรรม (Culture Core) อั
นเป
นผลมาจากการที่
สั
งคมปรั
บตั
วให
เข
ากั
บสภาพแวดล
อมที่
เปลี่
ยนแปลงอยู
ตลอดเวลา กล
าวอี
กนั
ยหนึ่
ง แนวทางวั
ฒนธรรมนิ
เวศเน
นว
าสภาพแวดล
อมตาม
ธรรมชาติ
รวมทั้
งลั
กษณะและแบบแผนการใช
ทรั
พยากรมี
ส
วนกํ
าหนดการจั
ดระเบี
ยบองค
กรทางสั
งคม
รู
ปแบบครอบครั
ว ค
านิ
ยม พิ
ธี
กรรม ความเชื่
อ ตลอดจนเทคโนโลยี
อย
างสํ
าคั
ญ
๒. แนวทางชาติ
พั
นธุ
นิ
เวศ (Ethnoecology) เน
นการทํ
าความเข
าใจระบบคิ
ดเกี่
ยวกั
บ
สิ่
งแวดล
อมในแต
ละวั
ฒนธรรมในฐานะที่
เป
นตั
วกํ
าหนดความสั
มพั
นธ
ระหว
างมนุ
ษย
กั
บสิ่
งแวดล
อม
๓. แนวทางยุ
ทธวิ
ธี
การปรั
บตั
ว (Adaptive Strategy) ให
ความสํ
าคั
ญกั
บกระบวนการคิ
ดและ
ตั
ดสิ
นใจเลื
อกใช
ทรั
พยากรของป
จเจกบุ
คคลที่
แตกต
างหลากหลายภายในกรอบวั
ฒนธรรม โดยพิ
จารณา
ว
าตั
วแปรใดจะถู
กตั
ดสิ
นใจเลื
อกด
วยเหตุ
ผลใด และสอดคล
องกั
บหลั
กคิ
ดทางวั
ฒนธรรมหรื
อไม
อย
างไร
แนวคิ
ดการวิ
เคราะห
วาทกรรมและแนวคิ
ดเรื่
องเล
า
แนวคิ
ดวิ
เคราะห
วาทกรรม (Discourse Analysis) และแนวคิ
ดเรื่
องเล
า (Narrative) โดยการ
วิ
เคราะห
วาทกรรม หมายถึ
ง การพยายามศึ
กษาและสื
บค
นกระบวนการ ขั้
นตอน ลํ
าดั
บเหตุ
การณ
และ
รายละเอี
ยดปลี
กย
อยต
าง ๆ ในการสร
างเอกลั
กษณ
และความหมายให
กั
บสรรพสิ่
งในรู
ปของวาทกรรม
และภาคปฏิ
บั
ติ
การของวาทกรรมว
าด
วยเรื่
องนั้
น ๆ ว
ามี
ความเป
นมาอย
างไร มี
การต
อสู
เพื่
อช
วงชิ
งการ