แนวทางการสืบสานวัฒนธรรมตาลที่เมืองเพชรที่เอื้อต่อวิธีชีวิตของชุมชนบ้านลาด - page 53

๔๑
๓.
ทฤษฎี
ว
าด
วยศั
กยภาพของวิ
วั
ฒนาการเชื่
อว
าสั
งคมที่
เจริ
ญก
าวหน
าจะครอบงํ
าสั
งคมที่
เจริ
ญก
าวหน
าน
อยกว
า และสั
งคมที่
เจริ
ญก
าวหน
าน
อยกว
าจะปรั
บปรุ
งสั
งคมของตนให
เหมาะสมมาก
ยิ่
งขึ้
น ในการพั
ฒนาชุ
มชนพึ
งระมั
ดระวั
งไม
ให
เกิ
ดการครอบงํ
าทั้
งในระดั
บบุ
คคล กลุ
ม และชุ
มชนขึ้
น แต
ควรให
การตั
ดสิ
นใจในเรื่
องต
าง ๆ แบบประชาธิ
ปไตย คื
อ แสวงหาข
อยุ
ติ
ที่
เหมาะสมที่
สุ
ดร
วมกั
น ความ
คิ
ดเห็
นแต
ละคนเป
นเพี
ยงทางเลื
อกหนึ่
งที่
ต
องช
วยกั
นพิ
จารณาคั
ดเลื
อกนํ
ามาใช
ความสํ
าเร็
จของการ
พั
ฒนาในชุ
มชนอื่
น ๆ เป
นแบบอย
างในการดํ
าเนิ
นงานได
แต
ต
องปรั
บปรุ
งเปลี่
ยนแปลงให
เหมาะสมกั
ชุ
มชนของตน ไม
ใช
ลอกเลี
ยนแบบมาทั้
งหมดเพราะชุ
มชนแต
ละแห
งมี
ศั
กยภาพในการพั
ฒนาแตกต
างกั
๔.
ทฤษฎี
ว
าด
วยศั
กยภาพของวิ
วั
ฒนาการเชื่
อว
าวิ
วั
ฒนาการของแต
ละสั
งคมไม
จํ
าเป
นต
อง
เจริ
ญก
าวหน
าตลอดไป เมื่
อวิ
วั
ฒนาการถึ
งขี
ดสุ
ดแล
ว จะถึ
งจุ
ดอิ่
มตั
วและเสื่
อมถอยลง สั
งคมที่
ล
าหลั
งจะ
เจริ
ญก
าวหน
าขึ้
นแทนที่
เสมอ ในการพั
ฒนาชุ
มชนจึ
งไม
จํ
าเป
นที่
จะต
องนํ
าตั
วแบบของชุ
มชนที่
ประสบ
ความสํ
าเร็
จในการพั
ฒนาไปใช
ทั้
งหมด แต
ควรแสวงหาตั
วแบบการพั
ฒนาที่
เหมาะสมกั
บชุ
มชนของตน
ทั้
งในป
จจุ
บั
นและอนาคต เพื่
อให
เกิ
ดการพั
ฒนาแบบยั่
งยื
นต
อไป
ทฤษฎี
การแพร
กระจายทางวั
ฒนธรรม
ทฤษฎี
การแพร
กระจายทางวั
ฒนธรรม (The Diffusion Theory of Cultural) เจ
าของทฤษฎี
คื
อ ราล
ฟ ลิ
นตั
น (Ralph Linton ค.ศ. ๑๘๙๓-๑๙๕๓) นั
กมานุ
ษยวิ
ทยาชาวอเมริ
กั
น ซึ่
งทฤษฎี
นี้
มี
รายละเอี
ยดดั
งนี้
๑.สาระสํ
าคั
ญของทฤษฎี
ทฤษฎี
การแพร
กระจายทางวั
ฒนธรรมเชื่
อว
าการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมเกิ
ดจากการ
แพร
กระจายทางวั
ฒนธรรม โดยเกิ
ดจากการติ
ดต
อสื่
อสารกั
นระหว
างสั
งคมที่
ต
างวั
ฒนธรรมรวมกั
นและ
ต
างแพร
กระจายวั
ฒนธรรมไปสู
กั
นและกั
น เมื่
อเกิ
ดการแพร
กระจายวั
ฒนธรรมขึ้
นแล
วสั
งคมที่
เจริ
ญกว
อาจจะไม
รั
บวั
ฒนธรรมของสั
งคมที่
ด
อยกว
าก็
ได
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมส
วนใหญ
แล
วเกิ
ดจากการ
แพร
กระจายของวั
ฒนธรรมจากภายนอกเข
ามามากกว
าเกิ
ดจากการประดิ
ษฐ
คิ
ดค
นใหม
ขึ้
นเองในสั
งคม
หรื
อถ
ามี
ก็
มั
กจะเกิ
ดจากการนํ
าสิ่
งใหม
ๆ จากภายนอกเข
ามาผสมผสานกั
บของที่
มี
อยู
ก
อนแล
วเป
ของใหม
ที่
ไม
เคยมี
มาก
อนจะเห็
นได
จากในสั
งคมอเมริ
กั
นซึ่
งมี
ศั
กยภาพในด
านการประดิ
ษฐ
คิ
ดค
นสู
ง แต
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมเกิ
ดขึ้
นจากการแพร
กระจายถึ
งร
อยละ ๙๐ เกิ
ดจากการประดิ
ษฐ
คิ
ดค
นใน
สั
งคมเพี
ยงร
อยละ๑๐ เท
านั้
น (สั
ญญา สั
ญญาวิ
วั
ฒน
. ๒๕๒๖; อ
างถึ
งในสนธยา พลศรี
. ๒๕๔๕ : ๑๖๕)
การนํ
าทฤษฎี
การแพร
กระจายทางวั
ฒนธรรมไปใช
ในการพั
ฒนาชุ
มชน
ทฤษฎี
การแพร
กระจายทางวั
ฒนธรรมสามารถนํ
าไปใช
เป
นแนวทางในการพั
ฒนาชุ
มชนได
ดั
งนี้
๑.
ทฤษฎี
การแพร
กระจายทางวั
ฒนธรรมพบว
า การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมเกิ
จากสาเหตุ
สํ
าคั
ญ คื
อ การแพร
กระจายทางวั
ฒนธรรมจากภายนอกสั
งคม ถ
าหากจะนํ
ามาใช
เป
แนวทางในการพั
ฒนาชุ
มชน ก็
คื
อ การขยายผลของชุ
มชนที่
ประสบความสํ
าเร็
จโดยใช
ชุ
มชนที่
ประสบ
1...,43,44,45,46,47,48,49,50,51,52 54,55,56,57,58,59,60,61,62,63,...176
Powered by FlippingBook