๓๑
๒.๑.๒ ยุ
คเหี้
ยมโหดขั้
นกลาง (Middle Savagery) เป
นยุ
คที่
มนุ
ษย
รู
จั
กใช
ไฟและรู
จั
ก
กิ
นปลาเป
นอาหาร เช
นพวกอบอริ
จิ
นส
(Aborigines) ซึ่
งเป
นชาวพื้
นเมื
องในออสเตรเลี
ย เป
นต
น
๒.๑.๓ ยุ
คเหี้
ยมโหดขั้
นสู
ง (Higher Savagery) เป
นยุ
คที่
มนุ
ษย
รู
จั
กใช
ธนู
และลู
กศร
เป
นอาวุ
ธ เช
นพวกโปลี
นี
เชี
ยนส
(Polynesians) ในหมู
เกาะในมหาสมุ
ทรแปซิ
ฟ
ค เป
นต
น
๒.๒ ยุ
คป
าเถื่
อน (Barbarism) เป
นยุ
คที่
วิ
วั
ฒนาการต
อเนื่
องจากยุ
คเหี้
ยมโหด แบ
งออกเป
น
๓ ระดั
บ คื
อ
๒.๒.๑ยุ
คป
าเถื่
อนขั้
นต่ํ
า (Lower Barbarism) เป
นยุ
คถั
ดจากสั
งคมยุ
คเหี้
ยมโหดขั้
นสู
ง
มนุ
ษย
รู
จั
กประดิ
ษฐ
เครื่
องป
นดิ
นเผาขึ้
นใช
เช
นพวกชาวอิ
นเดี
ยนแดง เผ
าอี
โรกอยส
(Iroguois) เป
นต
น
๒.๒.๒ ยุ
คป
าเถื่
อนขั้
นกลาง (Middle Barbarism) เป
นยุ
คที่
มนุ
ษย
รู
จั
กปลู
กพื
ชและ
เลี้
ยงสั
ตว
เช
น ชาวอิ
นเดี
ยนแดงเผ
าซู
นี
(Zuni) และโฮป
(Hopi) เป
นต
น
๒.๒.๓ ยุ
คป
าเถื่
อนขั้
นสู
ง (Higher Barbarism) เป
นยุ
คที่
มนุ
ษย
รู
จั
กใช
เหล็
กเป
น
เครื่
องมื
อต
าง ๆ เช
น ชาวกรี
กโบราณ เป
นต
น
๒.๓ ยุ
คอารยธรรม (Civilization) เป
นยุ
คที่
มนุ
ษย
ผ
านพ
นความป
าเถื่
อนเริ่
มขึ้
นเมื่
อรู
จั
ก
ประดิ
ษฐ
ภาษาเขี
ยนขึ้
นใช
สื
บต
อมาจนถึ
งป
จจุ
บั
น มอร
แกน เป
นคนแรกที่
นํ
าคํ
าว
า “อารยธรรม” มาใช
และเป
นที่
ยอมรั
บโดยทั่
วไป นอกจากนี้
เขายั
งได
ยกตั
วอย
างวิ
วั
ฒนาการวั
ฒนธรรมของมนุ
ษย
เพิ่
มเติ
มว
า
ระบบการแต
งงานและเครื
อญาติ
ของมนุ
ษย
ก็
มี
ลั
กษณะเช
นเดี
ยวกั
น คื
อ ในยุ
คเริ่
มแรกของมนุ
ษย
นั้
นจะ
สมสู
กั
นอย
างสํ
าส
อน (Promiscuity) มี
การแต
งงานกลุ
ม (GroupMarriage) ซึ่
งทั้
งชายและหญิ
งในแต
ละกลุ
มต
างก็
เป
นสามี
และภรรยากั
นทั้
งหมด เช
น ในสั
งคมของพวกอิ
นเดี
ยนแดง เผ
าอี
โรกอยส
(Iroguois) เป
นต
นหลั
งจากนั้
นจึ
งวิ
วั
ฒนาการมาเป
นการแต
งงานแบบพหุ
คู
ครอง (Polygamy) แล
วจึ
ง
วิ
วั
ฒนาการมาเป
นการแต
งงานแบบผั
วเดี
ยวเมี
ยเดี
ยว (Monogamy) ในป
จจุ
บั
น (สนิ
ท สมั
ครการ.
๒๕๒๕; อ
างถึ
งใน สนธยา พลศรี
. ๒๕๔๕ : ๑๕๔)
๓. ทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการของ เฮอร
เบิ
ร
ท สเปนเซอร
เฮอร
เบิ
ร
ท สเปนเซอร
(ค.ศ. ๑๘๒๐-๑๙๐๓) นั
กสั
งคมวิ
ทยาชาวอั
งกฤษเสนอว
าสั
งคมจะ
วิ
วั
ฒนาการแบบเจริ
ญก
าวหน
าขึ้
นเสมอ จึ
งควรปล
อยให
มี
การเปลี่
ยนแปลงแบบเป
นไปเอง โดยไม
มี
การ
แทรกแซงจากภายนอก การเปลี่
ยนแปลงแบบนี้
สมาชิ
กที่
ปรั
บตั
วได
อย
างเหมาะสมเท
านั้
นจึ
งจะอยู
รอด
และเจริ
ญรุ
งเรื
อง ส
วนผู
ที่
ไม
เหมาะสมก็
จะสู
ญหายไป จํ
านวนสมาชิ
กในสั
งคมจะเพิ่
มมากขึ้
น สั
งคมจะมี
ลั
กษณะเหมื
อนอิ
นทรี
ย
(Organism) ของสิ่
งมี
ชี
วิ
ตที่
ประกอบด
วยโครงสร
าง ซึ่
งมี
ความสลั
บซั
บซ
อนและ
วิ
วั
ฒนาการไปสู
ความแตกต
างกั
นมากขึ้
น มี
ความหลากหลายในสั
งคมขึ้
น (สุ
เทพ สุ
นทรเภสั
ช. ๒๕๔๐ :
๔๒-๔๓)