๓๘
การนํ
าทฤษฎี
ความก
าวหน
าทางวั
ฒนธรรมไปใช
ในการพั
ฒนาชุ
มชน
ทฤษฎี
ความก
าวหน
าทางวั
ฒนธรรมสามารถนํ
ามาใช
เป
นแนวทางในการพั
ฒนาชุ
มชนได
ดั
งนี้
๑. ทฤษฎี
ความก
าวหน
าทางวั
ฒนธรรม ทํ
าให
ทราบว
าองค
ประกอบที่
สํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรม
คื
อ ระบบเทคโนโลยี
ระบบสั
งคมวิ
ทยา และระบบอุ
ดมการณ
การพั
ฒนาชุ
มชนต
องเกี่
ยวข
องกั
บ
วั
ฒนธรรมของชุ
มชนเช
นเดี
ยวกั
น จึ
งสามารถนํ
ามาใช
เป
นแนวทางในการดํ
าเนิ
นงานพั
ฒนาชุ
มชนได
๒. ทฤษฎี
ความก
าวหน
าทางวั
ฒนธรรมได
จั
ดความสํ
าคั
ญขององค
ประกอบของวั
ฒนธรรมไว
เป
นลํ
าดั
บ คื
อ ระบบเทคโนโลยี
ระบบอุ
ดมการณ
และระบบสั
งคมวิ
ทยา นั
บว
าเป
นประโยชน
ต
อการ
พั
ฒนาชุ
มชนมาก เพราะเป
นแนวทางในการกํ
าหนดแผนงานและโครงการพั
ฒนา ซึ่
งมี
ลั
กษณะเป
น
กระบวนการ คื
อ เป
นขั้
นตอนตามลํ
าดั
บเช
นเดี
ยวกั
น ช
วยให
การพั
ฒนาชุ
มชนดํ
าเนิ
นไปอย
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ
๓. สามารถนํ
ามาประยุ
กต
ใช
ในการพั
ฒนาชุ
มชนได
เพราะทฤษฎี
ความก
าวหน
าทาง
วั
ฒนธรรมเชื่
อว
าการเปลี่
ยนแปลงวั
ฒนธรรมให
มี
ความก
าวหน
านั้
น ป
จจั
ยสํ
าคั
ญประการหนึ่
ง คื
อ
ปริ
มาณของพลั
งงานที่
สมาชิ
กสั
งคมแต
ละคนนํ
ามาใช
ในแต
ละป
ในการพั
ฒนาชุ
มชนจึ
งต
องระดม
พลั
งงานที่
มี
อยู
ในชุ
มชนทั้
งคน กลุ
ม องค
กร และทรั
พยากรต
าง ๆ มาใช
ร
วมกั
น เพื่
อสร
างพลั
งให
การ
พั
ฒนาชุ
มชนประสบความสํ
าเร็
จ
๔. ทฤษฎี
ความก
าวหน
าทางวั
ฒนธรรมเชื่
อว
าระบบเทคโนโลยี
เป
นป
จจั
ยสํ
าคั
ญที่
สุ
ดในการ
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม เพราะเป
นเครื่
องมื
อที่
นํ
าพลั
งงานมาใช
ในสั
งคมเทคโนโลยี
มี
ทั้
งสิ่
ง
ที่
เป
นวั
ตถุ
เช
น เครื่
องมื
อเครื่
องใช
ต
าง ๆ และเทคโนโลยี
ที่
ไม
ใช
วั
ตถุ
เช
น เทคนิ
ค วิ
ธี
การต
าง ๆ ซึ่
งมนุ
ษย
นํ
ามาใช
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
น ในการพั
ฒนาชุ
มชนจึ
งต
องให
ความสํ
าคั
ญเทคโนโลยี
ทั้
งที่
เป
นวั
ตถุ
และไม
ใช
วั
ตถุ
ที่
กล
าวมาแล
ว แต
ต
องเลื
อกใช
ให
เหมาะสมกั
บชุ
มชน และในสั
ดส
วนที่
สมดุ
ลกั
น
ทฤษฎี
การขึ้
นและลงของสั
งคม
ทฤษฎี
การขึ้
นและลงของสั
งคม (Rise and Fall Theory) เป
นทฤษฎี
ที่
อธิ
บายถึ
งการ
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมที่
แตกต
างออกไปจากทฤษฎี
ต
าง ๆ ที่
กล
าวมาแล
ว โดยเฉพาะ
ทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม และทฤษฎี
ความก
าวหน
าทางวั
ฒนธรรมที่
เชื่
อว
าสั
งคมและ
วั
ฒนธรรมจะเปลี่
ยนแปลงจากสภาพที่
ล
าหลั
งไปสู
ความก
าวหน
าเสมอ ผู
เสนอทฤษฎี
นี้
คื
อ ออสวอลด
สเปนเจลอร
(Oswald Spengler) ซึ
่
งทฤษฎี
นี้
มี
รายละเอี
ยดดั
งนี้
๑.
สาระสํ
าคั
ญของทฤษฎี
ทฤษฎี
การขึ้
นและลงของสั
งคม มี
สาระสํ
าคั
ญ คื
อ สั
งคมและวั
ฒนธรรมมี
จุ
ดเริ่
มต
นแล
ว
ค
อยๆ เจริ
ญก
าวหน
าขึ้
นเรื่
อย ๆ จนถึ
งที่
สุ
ดก็
จะเสื่
อมหายไปเหมื
อนกั
บการเจริ
ญเติ
บโตของมนุ
ษย
ที่
เริ่
มต
นจากทารก เด็
ก วั
ยรุ
น ผู
ใหญ
วั
ยชรา แล
วตายไปในที่
สุ
ด หรื
อเช
นเดี
ยวกั
บเวลาในวั
นหนึ่
ง ๆ ที่