แนวทางการสืบสานวัฒนธรรมตาลที่เมืองเพชรที่เอื้อต่อวิธีชีวิตของชุมชนบ้านลาด - page 60

๔๘
นํ
าในการกํ
าหนดกฎเกณฑ
ว
าด
วยเรื่
องนั้
น ๆ อย
างไร เกี่
ยวข
องสั
มพั
นธ
กั
บบุ
คคล สถาบั
น สถานที่
และ
เหตุ
การณ
อะไร นอกจากนี้
กระบวนการดั
งกล
าวส
งผลกระทบอะไร และวาทกรรมนั้
น ๆ ได
“เก็
บกด
หรื
อป
ดกั้
น” สิ่
งใดบ
าง (ไชยรั
ตน
เจริ
ญสิ
นโอฬาร. ๒๕๔๒ : ๑๐-๑๑) ขณะที่
แนวคิ
ดเรื่
องเล
ามี
๒ นั
นั
ยแรกมี
ความหมายในทํ
านองที่
ต
องการชี้
ให
เห็
น “วิ
กฤตของภาพแทน” ขณะเดี
ยวกั
นก็
ท
าทายสถานะ
และการอวดอ
างความจริ
งของ “อภิ
นิ
ยายที่
สู
ญเสี
ยความน
าเชื่
อถื
อไปแล
ว” โดยการเสนอ “เรื่
องเล
น
อย ๆ” (Little Narrative) ขึ้
นมาแทนที่
นั
ยนี้
เป
นทั
ศนะของนั
กคิ
ดสกุ
ลหลั
งยุ
คสมั
ยใหม
ส
วนอี
กนั
หมายถึ
งปริ
มณฑลอั
นสลั
บซั
บซ
อนของความหมาย (Munby. ๑๙๙๓ : ๑๐๖-๑๐๗)
การวิ
จั
ยเชิ
งปฏิ
บั
ติ
การแบบมี
ส
วนร
วม
การวิ
จั
ยเชิ
งปฏิ
บั
ติ
การแบบมี
ส
วนร
วม มี
หลั
กการสํ
าคั
ญ๕ประการ คื
อ ๑) ให
ความสํ
าคั
ญและ
เคารพต
อภู
มิ
ความรู
ของชาวบ
าน โดยยอมรั
บว
าความรู
พื้
นบ
าน ตลอดจนระบบการสร
างความรู
และ
กํ
าเนิ
ดความรู
ในวิ
ธี
อื่
นที่
แตกต
างไปจากของนั
กวิ
ชาการ ๒) ปรั
บปรุ
งความสามารถและศั
กยภาพของ
ชาวบ
านด
วยการส
งเสริ
ม ยกระดั
บและพั
ฒนาความเชื่
อมั่
นในตั
วเองของเขา ให
สามารถวิ
เคราะห
และ
สั
งเคราะห
สถานการณ
ป
ญหาของเขาเอง ๓) ให
ความรู
ที่
เหมาะสมกั
บชาวบ
านและคนยากจน โดยให
สามารถได
รั
บความรู
ที่
เกิ
ดขึ้
นในระบบสั
งคมของเขา และสามารถที่
จะทํ
าความเข
าใจ แปลความหมาย
ตลอดจนนํ
าไปใช
ได
อย
างเหมาะสม ๔) สนในปริ
ทั
ศน
ของชาวบ
าน โดยการวิ
จั
ยเชิ
งปฏิ
บั
ติ
การอย
างมี
ส
วนร
วมจะช
วยเป
ดเผยให
เห็
นคํ
าถามที่
ตรงกั
บป
ญหาของชาวบ
านและ๕) ปลดปล
อยความคิ
ดการวิ
จั
เชิ
งปฏิ
บั
ติ
การแบบมี
ส
วนร
วมจะช
วยให
ชาวบ
านและคนยากจนสามารถใช
ความคิ
ดเห็
นของตนอย
างเสรี
ทั้
งนี้
การวิ
จั
ยครั้
งนี้
จะอาศั
ยแนวคิ
ดประวั
ติ
ศาสตร
ท
องถิ่
นในการกํ
าหนดประเด็
นในการศึ
กษา
โดยเฉพาะอย
างยิ่
ง คื
อ วิ
ธี
การศึ
กษาและหลั
กฐานที่
ใช
ในการศึ
กษา งานวิ
จั
ยนี้
อาศั
ยการสั
มภาษณ
ผู
ให
ข
อมู
ลหลั
ก การสั
มภาษณ
พู
ดคุ
ยอย
างไม
เป
นทางการ การสั
งเกตการณ
แบบมี
ส
วนร
วม ซึ่
งเป
นจารี
ตหรื
ประเพณี
ทางมานุ
ษยวิ
ทยา รวมทั้
งการประชุ
มกลุ
มในหั
วข
อต
าง ๆ เป
นวิ
ธี
การศึ
กษาหลั
กควบคู
ไปกั
บการ
ใช
หลั
กฐานประเภทเอกสารชั้
นต
น ซึ่
งเป
นจารี
ตหรื
อประเพณี
ของประวั
ติ
ศาสตร
ทั่
วไป จากนั้
นจึ
เชื่
อมโยงข
อมู
ลที่
ได
เข
ากั
บบริ
บททางเศรษฐกิ
จ การเมื
อง สั
งคม วั
ฒนธรรมและนิ
เวศวิ
ทยาใน
ระดั
บประเทศและภู
มิ
ภาคในแต
ละช
วงเวลา ซึ่
งข
อมู
ลส
วนใหญ
อยู
ในรู
ปเอกสาร ส
วนทฤษฎี
เกี่
ยวกั
บการ
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม และทฤษฎี
มานุ
ษยวิ
ทยานิ
เวศ งานวิ
จั
ยนี้
อาศั
ยเป
นแนวทางใน
การตี
ความและจั
ดระเบี
ยบความสั
มพั
นธ
ของข
อมู
ลชุ
ดต
าง ๆ โดยเฉพาะอย
างยิ
งคื
อในส
วนของ
กระบวนการปรั
บตั
วของท
องถิ่
นชุ
มชนชาวบ
านลาดต
อเงื่
อนไขทางนิ
เวศวิ
ทยา เศรษฐกิ
จ และการเมื
อง
ในแต
ละช
วงเวลา ซึ่
งส
งผลให
สภาพสั
งคม วั
ฒนธรรม เศรษฐกิ
จ และการเมื
องของย
านบ
านลาด มี
ความจํ
าเพาะโดยเปรี
ยบเที
ยบ ขณะที่
แนวคิ
ดการวิ
เคราะห
วาทกรรมและแนวคิ
ดเรื่
องเล
า งานวิ
จั
ยอาศั
1...,50,51,52,53,54,55,56,57,58,59 61,62,63,64,65,66,67,68,69,70,...176
Powered by FlippingBook