๓๖
ทํ
าหน
าที่
ตามความถนั
ดเพิ่
มมากขึ้
น มี
ความสอดคล
องกลมกลื
นกั
นในระดั
บที่
สู
งขึ้
น และมี
การรวมพลั
ง
ในระดั
บที่
สู
งขึ้
นด
วย ทั้
งนี้
เพราะ “ชี
วิ
ตทั้
งปวง คื
อ การต
อสู
เพื่
อให
ได
มาซึ่
งพลั
งงานอิ
สระ” นั่
นเอง
ดั
งนั้
น ระบบเทคโนโลยี
จึ
งเป
นตั
วกํ
าหนดรู
ปแบบของระบบสั
งคม
๑.๒ ระบบสั
งคมวิ
ทยา (Sociological System) เป
นความสั
มพั
นธ
ระหว
างบุ
คคลซึ่
งแสดง
ออกมาในรู
ปของพฤติ
กรรมแบบแผนต
าง ๆ ไม
ว
าจะเป
นในเรื่
องของส
วนรวมหรื
อส
วนบุ
คคล รวมถึ
ง
ลั
กษณะทางสั
งคมต
าง ๆ เช
น ระบบเครื
อญาติ
เศรษฐกิ
จ จริ
ยธรรม การเมื
อง การทหาร การศาสนา
อาชี
พและนั
นทนาการ เป
นต
น ระบบสั
งคมวิ
ทยาเป
นส
วนประกอบของวั
ฒนธรรมที่
มี
ความสํ
าคั
ญ
รองลงมาจากระบบเทคโนโลยี
เป
นความพยายามของมนุ
ษย
ที่
จะจั
ดการใช
ประโยชน
จากเครื่
องมื
อ
เครื่
องใช
ต
าง ๆ เพื่
อการดํ
ารงชี
พนั่
นคื
อ ระบบเทคโนโลยี
เป
นตั
วแปรอิ
สระและระบบสั
งคมวิ
ทยาเป
นตั
ว
แปรตามนั่
นเอง
๑.๓ ระบบอุ
ดมการณ
(Ideological System) เป
นความรู
สึ
กนึ
กคิ
ดต
าง ๆ ความเชื่
อ ความรู
ซึ่
งแสดงออกมาในภาษาพู
ด และการใช
สั
ญลั
กษณ
ในรู
ปแบบอื่
น ๆ เช
นนิ
ยายลึ
กลั
บมหั
ศจรรย
วรรณคดี
ปรั
ชญา วิ
ทยาศาสตร
ความรู
พื้
นฐานต
าง ๆ เป
นต
น
๒. ความสั
มพั
นธ
ของระบบวั
ฒนธรรม
ระบบย
อยของวั
ฒนธรรม คื
อ ระบบเทคโนโลยี
ระบบสั
งคมวิ
ทยา และระบบอุ
ดมการณ
ที่
กล
าวมาแล
วจะมี
ความเกี่
ยวข
องสั
มพั
นธ
กั
นกล
าวคื
อถ
าแบ
งระบบทั้
งสามนี้
ออกเป
นระดั
บตามลํ
าดั
บต่ํ
า
สู
งแล
ว ระบบเทคโนโลยี
อยู
ในระดั
บต่ํ
าสุ
ด ระบบอุ
ดมการณ
จะอยู
เบื้
องบนหรื
อสู
งสุ
ด ส
วนระบบสั
งคม
วิ
ทยาจะอยู
ระหว
างกลาง ระบบสั
งคมวิ
ทยาจะช
วยให
การทํ
าหน
าที่
ของระบบเทคโนโลยี
เป
นไปด
วยดี
ระบบอุ
ดมการณ
นั้
น เป
นการแสดงออกของพลั
งงานด
านเทคโนโลยี
และสะท
อนสภาวะทางสั
งคมในแต
ละยุ
คแต
ละสมั
ย ระบบเทคโนโลยี
จึ
งมี
ความสํ
าคั
ญสู
งสุ
ด เป
นตั
วกํ
าหนดรู
ปแบบของระบบสั
งคมวิ
ทยา
ถ
าระบบเทคโนโลยี
เปลี่
ยนแปลงไป ระบบสั
งคมวิ
ทยาและระบบอุ
ดมการณ
ก็
จะเปลี่
ยนแปลงไปด
วย
๓. ระดั
บความก
าวหน
าของวั
ฒนธรรม
วั
ฒนธรรมเป
นเครื่
องมื
อในการดํ
ารงชี
พของมนุ
ษย
เป
นกลไกที่
ช
วยตอบสนองความต
องการ
ในด
านการครองชี
พ การป
องกั
นรั
กษาตนเอง การวางข
อกํ
าหนดทางสั
งคม การปรั
บตั
วให
เข
ากั
บสภาวะ
ของจั
กรวาล และการนั
นทนาการ หน
าที่
ของวั
ฒนธรรมโดยส
วนรวมจึ
งขึ้
นอยู
กั
บพลั
งงานที่
หามาได
กั
บ
วิ
ธี
การใช
ประโยชน
จากพลั
งงานเหล
านั้
นโดยตั
วของมั
นเอง พลั
งงานไม
มี
ความสํ
าคั
ญแต
อย
างใด จะต
อง
หาทางนํ
ามาใช
ประโยชน
รวมทั้
งการควบคุ
ม การกํ
าหนดทิ
ศทางได
ด
วยวิ
ธี
การทางเทคโนโลยี
นั่
นเอง
ประสิ
ทธิ
ภาพของเครื่
องมื
อเครื่
องใช
ที่
มี
อยู
ในสั
งคมต
าง ๆ แตกต
างกั
นออกไปด
วย การเปลี่
ยนแปลงทาง
วั
ฒนธรรมจะมากหรื
อน
อยขึ้
นอยู
กั
บปริ
มาณของพลั
งงานที่
สมาชิ
กแต
ละคนนํ
ามาใช
ในสั
งคม (Energy)
กั
บประสิ
ทธิ
ภาพของเทคโนโลยี
หรื
อเครื่
องมื
อที่
นํ
าพลั
งงานมาใช
ในระยะเวลาหนึ่
งป
(Technology) ซึ่
ง
อาจเขี
ยนเป
นสู
ตรได
ดั
งนี้