๓๔
วั
ฒนธรรมไว
แตกต
างกั
นออกไปทํ
าให
เป
นข
อมู
ลสํ
าคั
ญในการพั
ฒนาชุ
มชนและสามารถดํ
าเนิ
นงานโดย
ป
องกั
นไม
ให
ข
อบกพร
องเกิ
ดขึ้
นได
ทฤษฎี
ความล
าหลั
งทางวั
ฒนธรรม
ทฤษฎี
ความล
าหลั
งทางวั
ฒนธรรม (Cultural Lag Theory) เจ
าของทฤษฎี
คื
อ วิ
ลเลี่
ยม เอฟ.
ออกเบิ
ร
น (William F. Ogbum) นั
กทฤษฎี
ชาวอเมริ
กั
นทฤษฎี
นี้
มี
สาระสํ
าคั
ญ ดั
งรายละเอี
ยดต
อไปนี้
(สั
ญญา สั
ญญาวิ
วั
ฒน
. ๒๕๔๐ : ๒๙)
๑. ประเภทของวั
ฒนธรรม
วั
ฒนธรรมโดยรู
ปลั
กษณ
มี
๒ประเภท ดั
งนี้
๑.๑ วั
ฒนธรรมทางวั
ตถุ
(Material Cultural) ได
แก
วั
ฒนธรรมที
่
เป
นแบบอย
างทางวั
ตถุ
เช
น สิ่
งประดิ
ษฐ
สิ่
งของเครื่
องใช
ต
าง ๆ เป
นต
น
๑.๒ วั
ฒนธรรมที่
ไม
ใช
วั
ตถุ
(Non-Material Cultural) ได
แก
แบบอย
างทางพฤติ
กรรม
และแบบอย
างทางความคิ
ดความเชื่
อต
าง ๆ เช
นบรรทั
ดฐานทางสั
งคม ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ต
าง ๆ
ค
านิ
ยม อุ
ดมการณ
ต
าง ๆ เป
นต
น
สั
งคมแต
ละสั
งคมมี
วั
ฒนธรรมทั้
งสองประเภทนี้
เป
นของตนเองแตกต
างกั
นออกไปหรื
อมี
ความเป
นตั
วของตั
วเองทางวั
ฒนธรรม (Cultural Autonomy)
๒. การเกิ
ดความล
าหลั
งทางวั
ฒนธรรม
ความล
าหลั
งทางวั
ฒนธรรม เกิ
ดจากความสั
มพั
นธ
ระหว
างการเปลี่
ยนแปลงทางวั
ฒนธรรม
กั
บการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม กล
าวคื
อ การเปลี่
ยนแปลงทางวั
ฒนธรรมเป
นตั
วการสํ
าคั
ญที่
ทํ
าให
เกิ
ด
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม เมื่
อสั
งคมรั
บวั
ฒนธรรมจากสั
งคมอื่
นเข
ามานั้
น จะรั
บวั
ฒนธรรมทางวั
ตถุ
ได
เร็
วกว
าวั
ฒนธรรมที่
ไม
ใช
วั
ตถุ
ทํ
าให
เกิ
ดภาวะปรั
บตั
วไม
ทั
นกั
นระหว
างวั
ฒนธรรมทางวั
ตถุ
กั
บวั
ฒนธรรมที่
ไม
ใช
วั
ตถุ
ขึ้
นเสมอ โดยวั
ฒนธรรมทางวั
ตถุ
จะเปลี่
ยนแปลงได
เร็
วกว
าวั
ฒนธรรมที่
ไม
ใช
วั
ตถุ
เพราะสาเหตุ
สํ
าคั
ญ คื
อ ผลประโยชน
ที่
มี
อยู
กั
บวั
ฒนธรรมเดิ
ม ความกลั
วการเปลี่
ยนแปลงของคนในสั
งคม ความไม
กล
าเปลี่
ยนนิ
สั
ย ขาดการศึ
กษา ความกลั
วถู
กกดดั
นทางสั
งคม และการหลี
กเลี่
ยงความไม
สบายใจที่
จะ
ตามมา เป
นต
น วั
ฒนธรรมทางวั
ตถุ
จึ
งเป
นที่
ยอมรั
บของสั
งคมก
อนวั
ฒนธรรมที่
ไม
ใช
วั
ตถุ
เสมอ ทํ
าให
เกิ
ด
ความสั
บสนวุ
นวายขึ้
นในสั
งคม
กล
าวโดยสรุ
ป คื
อ การเปลี่
ยนแปลงทางวั
ตถุ
ซึ่
งเป
นสิ่
งที่
ไม
มี
ชี
วิ
ตจิ
ตใจหรื
อไม
ต
องยึ
ดติ
ดกั
บ
วั
ตถุ
หรื
อไม
ต
องยึ
ดติ
ดกั
บความเคยชิ
นหรื
อขนมธรรมเนี
ยมประเพณี
ใดย
อมเปลี่
ยนแปลงได
ง
ายกว
าการ
เปลี่
ยนแปลงคนหรื
อกฎระเบี
ยบที่
คนยึ
ดถื
อ หรื
อกล
าวได
ว
าเปลี่
ยนแปลงคนได
ยาก เปลี่
ยนแปลงวั
ตถุ
ได
ง
ายกว
า
การนํ
าทฤษฎี
ไปใช
ในการพั
ฒนาชุ
มชน
ทฤษฎี
ความล
าสมั
ยทางวั
ฒนธรรมสามารถนํ
ามาใช
เป
นแนวทางในการพั
ฒนาชุ
มชนได
ดั
งนี้
(สนธยา พลศรี
. ๒๕๔๐ : ๑๕๗-๑๕๘)