แนวทางการสืบสานวัฒนธรรมตาลที่เมืองเพชรที่เอื้อต่อวิธีชีวิตของชุมชนบ้านลาด - page 45

๓๓
เดี
ยวกั
น เช
น หอก ธนู
ลู
กดอก และกั
บดั
กสั
ตว
อาจมี
แบบแผนทางวั
ฒนธรรมที่
เกี่
ยวกั
บการล
าสั
ตว
แตกต
างกั
นได
เมื่
ออยู
ในสภาวะแวดล
อมแตกต
างกั
นมากในเรื่
องของภู
มิ
ประเทศ จํ
านวนและชนิ
ดของ
สั
ตว
ที่
มี
กล
าวคื
อ ถ
าสั
ตว
ที่
มี
ให
ล
า เป
นสั
ตว
อยู
อย
างกระจั
ดกระจายทั่
วไป การตั้
งบ
านเรื
อนก็
อาจอยู
ห
าง
กั
น และต
างคนต
างล
า แต
ถ
าสั
ตว
ที่
ต
องล
าเป
นประจํ
าเป
นสั
ตว
ใหญ
และอยู
รวมกั
นเป
นฝู
ง เช
น ควายป
เป
นต
น วิ
ธี
การล
าก็
อาจจะต
องเป
นแบบร
วมมื
อกั
นระหว
างครอบครั
วในสั
งคม การตั้
งบ
านเรื
อนก็
อาจจะ
อยู
รวมกั
นหรื
อใกล
กั
น เป
นต
สรุ
ปได
ว
า ทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมมี
ความเชื่
อว
าการเปลี่
ยนแปลงทาง
สั
งคมและวั
ฒนธรรมจะเป
นแบบช
า ๆ ในเวลายาวนานเช
นเดี
ยวกั
บวิ
วั
ฒนาการของสิ่
งมี
ชี
วิ
ตโดยจะ
เปลี่
ยนแปลงจากสั
งคมที่
มี
โครงสร
างง
าย ๆ ไม
สลั
บซั
บซ
อนไปสู
โครงสร
างที่
มี
ความหลากหลายซั
บซ
อน
ขึ้
นเรื่
อย ๆ ส
วนที่
ไม
สามารถปรั
บตั
วได
ก็
จะสู
ญหายไปส
วนที่
ปรั
บตั
วได
ก็
จะวิ
วั
ฒนาการสื
บต
อกั
นไปและ
ยิ่
งเพิ่
มความหลากหลายและความซั
บซ
อนมากขึ้
นเป
นลํ
าดั
การนํ
าทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมไปใช
ในการพั
ฒนาชุ
มชน
ทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมสามารถนํ
ามาใช
เป
นแนวทางในการพั
ฒนาชุ
มชนได
หลายประการ ดั
งนี้
๑. การศึ
กษาประวั
ติ
ความเป
นมาของสั
งคมและวั
ฒนธรรมในชุ
มชน เป
นวิ
ธี
การหนึ่
งของการ
พั
ฒนาชุ
มชนทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม อธิ
บายถึ
งการเปลี่
ยนแปลงของชุ
มชนตั้
งแต
อดี
ตมาจนถึ
งป
จจุ
บั
น ซึ่
งเกิ
ดขึ้
นในระยะเวลายาวนาน สามารถนํ
าข
อมู
ลมาใช
ประโยชน
ในการพั
ฒนา
ชุ
มชนได
๒. ทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม มุ
งศึ
กษาป
จจั
ยสํ
าคั
ญที่
ทํ
าให
เกิ
ดการ
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม ป
จจั
ยสํ
าคั
ญที่
ทํ
าให
สั
งคมและวั
ฒนธรรมดํ
ารงอยู
ได
ซึ่
งเป
แนวทางในการนํ
ามาใช
วางแผนและโครงการพั
ฒนาชุ
มชนได
เป
นอย
างดี
๓. ทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมทํ
าให
ทราบว
าการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและ
วั
ฒนธรรมต
องเกิ
ดขึ้
นในโครงสร
างหรื
อระบบของสั
งคมและวั
ฒนธรรมอย
างกว
างขวาง มี
ขั้
นตอนของ
การเปลี่
ยนแปลงและใช
เวลายาวนาน เมื่
อจะดํ
าเนิ
นงานพั
ฒนาชุ
มชนก็
ต
องคํ
านึ
งถึ
งลั
กษณะดั
งกล
าวนี้
คื
อ ต
องดํ
าเนิ
นงานให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงในโครงสร
างและระบบที่
สํ
าคั
ญของชุ
มชน อั
นได
แก
คน กลุ
และองค
กรชุ
มชน ซึ่
งมี
ขั้
นตอนในการพั
ฒนาและต
องใช
ระยะเวลาเช
นเดี
ยวกั
น แต
การพั
ฒนาชุ
มชนเป
การเปลี่
ยนแปลงที่
มี
การเตรี
ยมการไว
ล
วงหน
า ในรู
ปของแผนและโครงการ จึ
งสามารถกํ
าหนด
ระยะเวลาได
ไม
ต
องยาวนานเหมื
อนทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
๔. ทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม มี
ข
อจํ
ากั
ดบางประการ เช
น ไม
มี
การวางแผน
และโครงการ เป
นการเปลี่
ยนแปลงตามธรรมชาติ
บางกลุ
มมี
ความเจริ
ญเติ
บโต บางกลุ
มไม
สามารถ
ดํ
ารงชี
วิ
ตอยู
ได
นั
กทฤษฎี
มี
หลายคน แต
ละคนอธิ
บายสาเหตุ
ของการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและ
1...,35,36,37,38,39,40,41,42,43,44 46,47,48,49,50,51,52,53,54,55,...176
Powered by FlippingBook