แนวทางการสืบสานวัฒนธรรมตาลที่เมืองเพชรที่เอื้อต่อวิธีชีวิตของชุมชนบ้านลาด - page 57

๔๕
๔.๒ เกิ
ดความสนใจในนวั
ตกรรมนั้
น (Interest) เป
นขั้
นตอนที่
ผู
สนใจจะแสวงหาข
อมู
ความรู
เกี่
ยวกั
บนวั
ตกรรมที่
ตนสนใจ เพื่
อศึ
กษารายละเอี
ยดต
าง ๆ มากขึ้
๔.๓ประเมิ
นค
านวั
ตกรรม (Evaluation) ถ
าเห็
นว
าดี
กว
าก็
จะยอมรั
บ ถ
าเห็
นว
าไม
ดี
กว
าก็
จะ
ไม
ยอมรั
บ เป
นขั้
นตอนเปรี
ยบเที
ยบนวั
ตกรรมใหม
กั
บสิ่
งที่
ใช
อยู
เดิ
๔.๔ทดลองใช
นวั
ตกรรม (Trial) เป
นขั้
นตอนที่
บุ
คคลประเมิ
นค
านวั
ตกรรมแล
ว ยั
งไม
มั่
นใจ
ในนวั
ตกรรม ต
องทดลองใช
ให
มั่
นใจก
อนจึ
งจะยอมรั
บ ถ
าทดลองแล
วไม
พึ
งพอใจก็
จะไม
ยอมรั
๔.๕การรั
บหรื
อไม
รั
บนวั
ตกรรม (Adoption or Rejection) เป
นขั้
นตอนที่
เป
นผลมาจากชั้
ที่
๔ กล
าวคื
อ ถ
าผลเป
นที่
น
าพอใจก็
จะยอมรั
บนวั
ตกรรมและนํ
าไปใช
ต
อไป
การนํ
าทฤษฎี
การแพร
กระจายนวั
ตกรรมไปใช
ในการพั
ฒนาชุ
มชน
ทฤษฎี
การแพร
กระจายนวั
ตกรรมสามารถนํ
ามาใช
เป
นแนวทางในการพั
ฒนาชุ
มชนได
ดั
งนี้
๑.
ทฤษฎี
การแพร
กระจายนวั
ตกรรมเชื่
อว
านวั
ตกรรมเป
นป
จจั
ยสํ
าคั
ญที่
สุ
ดในการเปลี่
ยนแปลง
ทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม วิ
ธี
การพั
ฒนาชุ
มชนซึ่
งริ
เริ่
มนํ
ามาใช
ในชุ
มชนก็
จั
ดเป
นนวั
ตกรรมอย
างหนึ่
ง ซึ่
เป
นที่
เชื่
อมั่
นในเบื้
องต
นได
ว
าการพั
ฒนาชุ
มชนนั้
นจะประสบความสํ
าเร็
จ ถ
าดํ
าเนิ
นการได
อย
างถู
กต
อง
และเหมาะสม
๒.
ทฤษฎี
การแพร
กระจายนวั
ตกรรมเสนอว
า กระบวนการแพร
กระจายนวั
ตกรรมดํ
าเนิ
นไป
อย
างเป
นขั้
นเป
นตอนนั
บตั้
งแต
เกิ
ดนวั
ตกรรมขึ้
น มี
ระบบการติ
ดต
อสื่
อสารไปสู
กลุ
มเป
าหมายที่
จะให
รั
ซึ่
งต
องใช
ระยะเวลาพอสมควร จึ
งจะยอมรั
บไปใช
ซึ่
งมี
ลั
กษณะเช
นเดี
ยวกั
บกระบวนการพั
ฒนาชุ
มชนที่
กว
าจะประสบความสํ
าเร็
จ ก็
ต
องผ
านขั้
นตอนหลายขั้
นตอน ขั้
นตอนการยอมรั
บนวั
ตกรรมนี้
สามารถ
นํ
าไปปรั
บใช
ในการพั
ฒนาชุ
มชนได
เช
น การติ
ดต
อสื่
อสารในกลุ
มและองค
กรต
าง ๆการกํ
าหนดช
วงเวลา
ในแต
ละขั้
นตอนของกระบวนการพั
ฒนาชุ
มชนได
เหมาะสม เป
นต
๓.
ทฤษฎี
การแพร
กระจายนวั
ตกรรมทํ
าให
ทราบว
าในการรั
บนวั
ตกรรมนั้
น บุ
คคลรั
บได
ไม
เท
ากั
นบางคนรั
บได
มากและเร็
ว บางคนรั
บได
น
อยและช
า และแบ
งบุ
คคลที่
รั
บนวั
ตกรรมตามระยะเวลา
ของการรั
บออกเป
น๕ กลุ
ม จากกลุ
มที่
รั
บเร็
วไปกลุ
มที่
รั
บช
า ลั
กษณะดั
งกล
าวนี้
สามารถนํ
ามาใช
ในการ
กํ
าหนดกลุ
มเป
าหมายในงานพั
ฒนาชุ
มชนได
แต
ต
องพิ
จารณาให
เหมาะสม เพราะกิ
จกรรมบางอย
างควร
ดํ
าเนิ
นงานกั
บกลุ
มที่
ยอมรั
บสิ่
งใหม
ๆ ได
เร็
ว กิ
จกรรมบางอย
างควรดํ
าเนิ
นงานกั
บกลุ
มคนที่
รั
บสิ่
งใหม
ได
ช
า กิ
จกรรมบางอย
างควรดํ
าเนิ
นงานไปพร
อมๆกั
น เป
นต
นอั
นเป
นการสนั
บสนุ
นงานพั
ฒนาชุ
มชนได
เป
นอย
างดี
๔.
ทฤษฎี
การแพร
กระจายนวั
ตกรรมทํ
าให
ทราบว
าคนในระบบสั
งคมสมั
ยใหม
ยอมรั
บนวั
ตกรรม
ได
เร็
วและมากกว
าคนในสั
งคมที่
ล
าหลั
งโบราณ เนื่
องจากมี
บรรทั
ดฐานและค
านิ
ยมแตกต
างกั
น การจะ
เข
าไปดํ
าเนิ
นงานพั
ฒนาชุ
มชนในสั
งคมดั
งกล
าว จึ
งต
องเตรี
ยมการให
มี
ความสอดคล
องและเหมาะสมกั
สภาพของระบบสั
งคมแห
งนั้
นด
วย
1...,47,48,49,50,51,52,53,54,55,56 58,59,60,61,62,63,64,65,66,67,...176
Powered by FlippingBook