๓๐
๑. ทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการของ ออกุ
สท
คอมท
ออกุ
สท
คอมท
(ค.ศ. ๑๗๙๘- ๑๘๕๗) นั
กสั
งคมวิ
ทยาชาวฝรั่
งเศสเป
นคนแรกที่
นํ
าทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการมาใช
อธิ
บายการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม โดยเชื่
อว
าสั
งคมมี
โครงสร
างที่
สํ
าคั
ญ ๒ ส
วน คื
อ
ส
วนที่
ไม
เปลี่
ยนแปลงหรื
อสถิ
ต (Social Statics) กั
บส
วนที่
เปลี่
ยนแปลงหรื
อพลวั
ต (Social Dynamics)
ส
วนที่
เปลี่
ยนแปลงนี้
เองทํ
าให
สั
งคมต
องเปลี่
ยนแปลงอยู
ตลอดเวลา (สุ
เทพ สุ
นทรเภสั
ช. ๒๕๔๐ : ๑๔)
สั
งคมได
วิ
วั
ฒนาการจากการมี
โครงสร
างง
าย ๆ ไปสู
โครงสร
างที่
เพิ่
มความสลั
บซั
บซ
อนขึ้
นเสมอ เป
นการ
เปลี่
ยนแปลงแบบราบเรี
ยบต
อเนื่
องกั
นอย
างเป
นระบบ จากครอบครั
วขยายเป
นชุ
มชนและสั
งคม ซึ่
งมี
ความซั
บซ
อนมากขึ้
นเป
นลํ
าดั
บ สั
งคมมนุ
ษย
มี
การเปลี่
ยนแปลงมาแล
ว ๓ ยุ
คสมั
ย คื
อ
๑.๑ ยุ
คแห
งเทววิ
ทยา (Theological Stage) เกิ
ดขึ้
นตั้
งแต
แรกมี
สั
งคมมนุ
ษย
จนถึ
ง ค.ศ.
๑๓๐๐ อั
นเป
นยุ
คแรกสุ
ดของมนุ
ษย
ที่
ใช
ความเชื่
อถื
อในอํ
านาจเหนื
อธรรมชาติ
เช
น เทพเจ
าต
าง ๆ และ
ผู
ที่
มี
พละกํ
าลั
งเข
มแข็
งเป
นผู
ปกครองสั
งคม หรื
อเป
นยุ
คแห
งอํ
านาจทหาร และความเชื่
อใน
เทพเจ
านั่
นเอง
๑.๒ ยุ
คแห
งอภิ
ปรั
ชญา (Metaphysical Stage) เกิ
ดขึ้
นในระหว
าง ค.ศ. ๑๓๐๐-๑๘๐๐
เป
นยุ
คสมั
ยที่
มนุ
ษย
เชื่
อในพลั
งของสิ่
งต
าง ๆ ที่
เป
นนามธรรม เช
น ธรรมชาติ
มากกว
าเทพเจ
าซึ่
งเป
น
บุ
คคล เป
นยุ
คแห
งปรั
ชญาและกระบวนการทางกฎหมาย มนุ
ษย
เริ่
มรู
จั
กใช
ป
ญญาและมี
เหตุ
ผลมากขึ้
น
ไม
เชื่
อในพละกํ
าลั
งและอํ
านาจเหนื
อธรรมชาติ
ว
าเหนื
อกว
ามนุ
ษย
๑.๓ ยุ
คแห
งวิ
ทยาศาสตร
และอุ
ตสาหกรรม (Science and Industry Stage) เกิ
ดขึ้
นตั้
งแต
มี
ค.ศ. ๑๘๐๐ เป
นต
นมา เป
นยุ
คสมั
ยที่
มนุ
ษย
นํ
าวิ
ธี
การทางวิ
ทยาศาสตร
มาใช
ทํ
าให
เกิ
ดความ
เจริ
ญก
าวหน
าทางวิ
ทยาศาสตร
ต
าง ๆ และระบบอุ
ตสาหกรรมขึ้
นสั
งคมยุ
คนี้
แตกต
างไปจากยุ
คที่
ผ
านมา
โดยสิ้
นเชิ
ง เช
น เกิ
ดอาชี
พใหม
ๆ มากขึ้
น มี
สถาบั
นใหม
ๆ มากขึ้
น มี
การจั
ดช
วงชั้
นทางสั
งคมชั
ดเจนขึ้
น
มี
ป
ญหาและความขั
ดแย
งมากขึ้
น เป
นต
น
๒. ทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการของ เลวิ
ส เฮนรี่
มอร
แกน
เลวิ
ส เฮนรี่
มอร
แกน (ค.ศ. ๑๘๑๘-๑๘๘๑) นั
กมานุ
ษยวิ
ทยาชาวอเมริ
กั
นมี
ความเชื่
อในเรื่
อง
วิ
วั
ฒนาการของวั
ฒนธรรม เขาเสนอว
าวั
ฒนธรรมมี
วิ
วั
ฒนาการมาตั้
งแต
แรกเริ่
มมี
มนุ
ษย
เรื่
อยมาจนถึ
งยุ
ค
ที่
เขามี
ชี
วิ
ตอยู
โดยจะเปลี่
ยนแปลงจากวั
ฒนธรรมที่
มี
โครงสร
างง
าย ๆ ไม
ซั
บซ
อนมาสู
ความซั
บซ
อนมาก
ขึ้
นเสมอ จะเห็
นได
จากการเปลี่
ยนแปลงทางวั
ฒนธรรมที่
ผ
านมานั้
นมี
๓ ยุ
คสมั
ย คื
อ
๒.๑ ยุ
คเหี้
ยมโหด (Savagery) เป
นยุ
คแรกสุ
ดที่
วิ
วั
ฒนาการของมนุ
ษย
เป
นแบบง
าย ๆ ไม
สลั
บซั
บซ
อน มี
วิ
วั
ฒนาการมา ๓ ระดั
บ คื
อ
๒.๑.๑ ยุ
คเหี้
ยมโหดขั้
นต่ํ
า (Lower Savagery) เป
นวั
ฒนธรรมที่
มนุ
ษย
ยั
งไม
รู
จั
กใช
ภาษา ไม
รู
จั
กใช
ไฟ มี
ภาวะทางสั
งคมเช
นเดี
ยวกั
บพวกลิ
งบาบู
นหรื
อ ซิ
มแปนซี