แนวทางการสืบสานวัฒนธรรมตาลที่เมืองเพชรที่เอื้อต่อวิธีชีวิตของชุมชนบ้านลาด - page 38
๒๖
อุ
ตสาหกรรมการเกษตร มหาวิ
ทยาลั
ยสงขลานคริ
นทร
จั
งหวั
ดสงขลา และกลุ
มเตาตาลบ
านหม
ออํ
าเภอ
เมื
องเพชรบุ
รี
จั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
ร
วมกั
บเอกชนชาวญี่
ปุ
นซึ่
งทั้
งสองรายการนี้
มี
กรรมวิ
ธี
การผลิ
ตตาลโตนดผง
ดั
งนี้
เริ่
มต
นด
วยการเคี่
ยวน้ํ
าตาลสดให
เข
มข
น ใช
ไฟแรงมาก เคี่
ยวน้ํ
าตาลเข
มข
นจนน้ํ
าตาลเข
มข
นมาก
ใกล
ตกผลึ
กและมี
การจั
บตั
วเข
าด
วยกั
นจากนั้
นจึ
งเติ
มน้ํ
าตาลทรายแดงในสั
ดส
วนน้ํ
าตาลโตนด๗๐ ส
วน
ต
อน้ํ
าตาลทรายแดง ๓๐ ส
วน แล
วใช
ไม
ตี
หรื
อกวนเพื่
อเร
งการตกผลึ
ก เมื่
อจั
บตั
วกั
นเป
นก
อนให
ใช
ไม
บด
หรื
อตี
จนก
อนน้ํ
าตาลแตกละเอี
ยด สุ
ดท
าย คื
อใช
ตะแกรงพื้
นบ
านร
อนหรื
อกรองให
ได
ขนาดน้ํ
าตาลซึ่
งมี
ลั
กษณะเป
นผงทรายละเอี
ยดตามความต
องการ แล
วจึ
งบรรจุ
น้ํ
าตาลโตนดผงลงในภาชนะ เช
น กล
อง
พลาสติ
กตามขนาดและน้
ํ
าหนั
กที่
ต
องการเพื่
อจํ
าหน
ายต
อไป ซึ่
งน้ํ
าตาลโตนดผงที่
ผลิ
ตได
นี้
จะสามารถ
เก็
บรั
กษาไว
ได
ตามสภาพปกติ
เช
น ในตู
เย็
น เป
นระยะเวลามากกว
า ๖ เดื
อนขึ้
นไป ทั้
งนี้
กรรมวิ
ธี
การ
ผลิ
ตน้ํ
าตาลโตนดผงของกลุ
มเตาตาลบ
านหม
อร
วมกั
บเอกชนชาวญี่
ปุ
น จั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
มี
การใช
อุ
ปกรณ
เครื่
องมื
อที่
ทั
นสมั
ยร
วมด
วย ดั
งนี้
เริ่
มต
นด
วยการเคี่
ยวน้ํ
าตาลสดให
เข
มข
นจนได
ผลิ
ตภั
ณฑ
น้ํ
าตาลป
ก ซึ่
ง
มี
ความชื้
นประมาณร
อยละ ๒๐ – ๓๐ จากนั้
นนํ
าไปอบแห
งด
วยเครื่
องอบแห
งแบบสู
ญญากาศ ซึ่
งจะได
น้ํ
าตาลโตนดผง มี
ลั
กษณะคล
ายทรายละเอี
ยด แล
วจึ
งนํ
าผลิ
ตภั
ณฑ
ตาลโตนดผงบรรจุ
ภาชนะเพื่
อทํ
าการ
จํ
าหน
ายตามที่
ตลาดต
องการต
อไปทั้
งนี้
ในขั้
นตอนของการเคี่
ยวน้ํ
าตาลป
กนั้
น ต
องใส
น้ํ
าตาลทรายแดง
ผสมลงไปด
วยเช
นกั
นกั
บกรรมวิ
ธี
การผลิ
ตของกลุ
มเกษตรกรบ
านคลองฉนวน ตํ
าบลชุ
มพล อํ
าเภอเมื
อง
จั
งหวั
ดสงขลา ร
วมกั
บคณะอุ
ตสาหกรรมเกษตร มหาวิ
ทยาลั
ยสงขลานคริ
นทร
ผลิ
ตภั
ณฑ
งานสานจากกาบตาล
ใบตาลที่
แก
จะใช
ประโยชน
เฉพาะส
วนที่
เรี
ยกว
า “ทางตาล” (ส
วนของก
านใบ) โดยการนํ
าทาง
ตาลมาตี
ให
แตกด
วยไม
แข็
ง ซึ่
งจะได
วั
สดุ
เป
นเส
น ๆ นํ
ามาต
มด
วยสารส
ม เพื่
อทํ
าให
สี
ของเส
นตาลมี
สี
ขาว
(หรื
ออาจใช
ตู
อบกํ
ามะถั
นแทนการต
มก็
ได
) จากนั้
นจึ
งนํ
าเส
นตาลมาสานเป
นผลิ
ตภั
ณฑ
ต
าง ๆ เช
นหมวก
รองเท
า กระเป
าถื
อ โคมไฟ กล
องกระดาษ ถาด ฝาชี
ฯลฯ ซึ่
งงานสานจะสานด
วยลายสอง ต
องใช
ความสามารถที่
ฝ
กฝนกั
นเอง
ลั
กษณะทางพฤกษศาสตร
ของตาลโตนด
ตาลโตนดเป
นพื
ชตระกู
ลปาล
มพั
ดชนิ
ดหนึ่
ง มี
ชื่
อวิ
ทยาศาสตร
ว
า
Borasas flabellifer L.
จั
ด
อยู
ในสกุ
ล Borassas ชื่
อสามั
ญ Palmyra Palm นั
กชี
ววิ
ทยาเชื่
อว
ามี
ถิ่
นกํ
าเนิ
ดในเอเชี
ยตอนใต
แถบฝ
ง
ตะวั
นออกของอิ
นเดี
ยและกระจายตั
วทั่
วภู
มิ
ภาคเอเชี
ย ได
แก
อิ
นเดี
ย ศรี
ลั
งกา สหภาพเมี
ยนมาร
กั
มพู
ชา มาเลเซี
ย อิ
นโดนี
เซี
ยและไทย สํ
าหรั
บไทยนั้
นตาลโตนดน
าจะมี
การปลู
กมาก
อนสมั
ยทวารวดี
เพราะจากหลั
กฐานทางประวั
ติ
ศาสตร
พบว
า เมื่
อประมาณพุ
ทธศตวรรษที่
11-16 ได
มี
ตราประทั
บรู
ป
คนป
นต
นตาล แสดงว
าในสมั
ยนั้
นได
รู
จั
กวิ
ธี
ใช
ประโยชน
จากต
นตาลแล
ว นอกจากนี้
ตาลยั
งถู
กบั
นทึ
กเป
น
1...,28,29,30,31,32,33,34,35,36,37
39,40,41,42,43,44,45,46,47,48,...176