๑๙
ป
จจุ
บั
นกลุ
มผลิ
ตภั
ณฑ
กลึ
งไม
ตาลมี
สมาชิ
กรวม ๗๒ ราย (ครั
วเรื
อน) ตั้
งอยู
ในเขต
ตํ
าบลหนองปรง อํ
าเภอเขาย
อย มี
คณะกรรมการบริ
หารกลุ
ม ๔ คน โดยคุ
ณอนงค
อ
อนยิ่
งเป
นประธาน
กลุ
มในป
จจุ
บั
น
การดํ
าเนิ
นงานของกลุ
มประธานกลุ
มเป
นผู
รั
บงานจากลู
กค
าโดยตรงและจะผลิ
ตตาม
ความต
องการของลู
กค
า เงิ
นทุ
นส
วนหนึ่
งลู
กค
าจะจ
ายล
วงหน
าเป
นค
าประกั
นการรั
บซื้
อจากนั้
นประธาน
กลุ
มจะจั
ดสรรแบ
งงานให
กั
บสมาชิ
กกลุ
มตามความถนั
ดของสมาชิ
ก กลุ
มมี
รายได
เฉลี่
ยจากงานกลึ
งไม
ตาล (ยั
งไม
หั
กค
าใช
จ
าย) ประมาณ๑๐,๐๐๐บาท/เดื
อน
สิ
นค
าที่
กลุ
มผลิ
ต ส
วนมากได
แก
ครก ตะเกี
ยบ จานรองแก
ว แก
วแชมเปญ ตลั
บแมน
ดาริ
น และถาดรอง เป
นต
น
เครื่
องมื
อและอุ
ปกรณ
ในการผลิ
ต เป
นเครื่
องมื
ออุ
ปกรณ
ในการทํ
าเฟอร
นิ
เจอร
เช
น
เครื่
องกลึ
ง เลื่
อย มี
ด ตะไบ เครื่
องเจาะ เครื่
องตั
ด กระดาษทราย แลคเกอร
ฯลฯ
ความสํ
าคั
ญของตาลโตนดกั
บเศรษฐกิ
จของชาวเมื
องเพชร
๑)
พื้
นที่
ปลู
กตาลโตนด
ต
นตาลโตนดที่
มี
ขึ้
นอยู
ทั่
วไปในจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
เป
นต
นตาลที่
มี
การขยายพั
นธุ
ตาม
ธรรมชาติ
ซึ่
งหมายถึ
งผลตาลที่
แก
จั
ดและสุ
กเมื
่
อหล
นจากต
น บางส
วนจะงอกขึ้
นเป
นต
นตาลใหม
ต
อไป
ซึ่
งลั
กษณะเช
นนี้
จะทํ
าให
ต
นตาลขึ้
นอยู
อย
างกระจุ
กตั
ว และหนาแน
นในบางพื้
นที่
บางส
วนของผลตาลสุ
ก
จะถู
กน้ํ
าพั
ดพาไปยั
งบริ
เวณที่
ไกลจากต
นแม
แล
วงอกขึ้
นเป
นต
นใหม
เนื่
องจากในอดี
ตครั้
งที่
จั
งหวั
ด
เพชรบุ
รี
ยั
งไม
มี
การสร
างเขื่
อนแก
งกระจาน เมื่
อถึ
งฤดู
ฝนจะมี
น้ํ
าท
วมในเขตจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
แทบทุ
กป
และบางส
วนเกิ
ดจากอิ
ทธิ
พลของคนและสั
ตว
เช
น วั
วเป
นผู
พาไป ซึ่
งวั
วในท
องถิ่
นในอดี
ตของจั
งหวั
ด
เพชรบุ
รี
มี
การเลี้
ยงกั
นมากเพื่
อใช
ไถนา และผลตาลสุ
กเป
นอาหารที่
วั
วชอบกิ
น แต
จะไม
กิ
นส
วนที่
เป
น
เมล็
ดตาล ซึ
่
งมี
เปลื
อกแข็
ง
สํ
าหรั
บการปลู
กตาลของชาวบ
าน มั
กจะนิ
ยมปลู
กตามบริ
เวณคั
นนาและที่
ว
างเปล
าที่
ไม
ได
ทํ
าประโยชน
ส
วนการปลู
กแบบเป
นแปลงใหญ
ๆ ในเชิ
งการลงทุ
นโดยเฉพาะ (Plantation) มี
อยู
๑
สวนอยู
ในตํ
าบลถ้ํ
ารงค
อํ
าเภอบ
านลาด จั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
ทั้
งนี้
ในป
จจุ
บั
นความเจริ
ญเติ
บโตของท
องถิ่
นแบบสั
งคมเมื
องได
คื
บคลานเข
าสู
ชุ
มชน วิ
ถี
ชี
วิ
ตแบบใหม
ทํ
าให
ความผู
กพั
นอั
นแน
นแฟ
นระหว
างคนกั
บตาลโตนดเปลี่
ยนไป มี
การตั
ดโค
นและปล
อย
ทิ้
งให
ตายลงเป
นจํ
านวนมาก จึ
งทํ
าให
ปริ
มาณต
นตาลโตนดที่
สํ
ารวจได
ในป
พ.ศ. ๒๕๓๙มี
ประมาณ๖-๗
แสนต
น ลดลงเหลื
อประมาณ๔ แสนต
นในป
๒๕๔๕ ดั
งตารางที่
๒.๑