บทเรียนการดำเนินงานสภาวัฒนธรรม - page 47

๒๖
สภาวั
ฒนธรรม คื
อการร
วมกั
นดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมของท
องถิ่
น เพื่
อการพั
ฒนาที่
สมดุ
ลและยั่
งยื
ร
วมกั
นของชุ
มชน/ท
องถิ่
น ซึ
งเป
นไปตามลั
กษณะสั
งคมตามทฤษฎี
โครงสร
างหน
าที่
นิ
ยม (structural
functionalism) นั่
นเอง
การใช
แนวคิ
ดเรื่
องสภาวั
ฒนธรรมเป
นระบบกระทํ
าการนี้
ทํ
าให
สามารถศึ
กษา
วิ
เคราะห
สภาวั
ฒนธรรมตามหลั
กการใหญ
ๆ ของทฤษฎี
โครงสร
างหน
าที่
นิ
ยมได
ดั
งนี้
๑. สมาชิ
กของแต
ละเครื
อข
ายภาคี
ของสภาวั
ฒนรรมจะต
องมี
ลั
กษณะที่
รวมตั
วกั
นอย
าง
ถาวรพอประมาณที่
จะทํ
าให
แต
ละเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กนั้
นทํ
าหน
าที่
ในส
วนของตนได
เช
น กลุ
แม
บ
าน ซึ่
งเป
นเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กของสภาวั
ฒนธรรมนั้
น แม
บ
านต
างๆ ที่
มาเป
นสมาชิ
กของกลุ
แม
บ
านจะต
องรวมตั
วกั
นอย
างถาวรเพี
ยงพอที่
จะทํ
าให
กลุ
มแม
บ
านทํ
างานตามวั
ตถุ
ประสงค
ของกลุ
มได
๒. แต
ละเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กมี
ความโน
มเอี
ยงที่
จะเข
ามาเพื่
อรั
กษาสิ
ทธิ
ประโยชน
พร
อมๆ กั
บการป
องกั
นตนเองจากการแทรกแซง หรื
อทํ
าลายจากเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กอื่
นๆ
๓. ถ
ามี
การเปลี่
ยนแปลงบางประการเกิ
ดขึ้
นแก
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กย
อมเป
นไปเพื่
การอยู
รอด หรื
อเพื่
อให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กนั้
นทํ
าหน
าที่
ได
ดี
ยิ่
งขึ้
น เหมาะสมกั
บบริ
บทมากขึ้
กว
าเดิ
๔.
ตามปกติ
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กจะดํ
าเนิ
นการต
างๆ เพื่
อรั
กษาดุ
ลยภาพ
(equilibrium) ระหว
างสั
มพั
นธภาพของเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กต
างๆ ไว
เสมอ การเสี
ยดุ
ลยภาพในการ
ปฏิ
บั
ติ
งานของเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กในบางครั้
งถื
อว
าเป
นเหตุ
การณ
ผิ
ดปกติ
อาจอยู
ในภาวะปรั
บตั
วเข
ากั
บริ
บทใหม
หรื
ออาจถู
กแทรกแซงจากเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กอื่
นๆ
๕. เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กที่
ไม
สามารถรั
กษาดุ
ลยภาพไว
ได
ในที่
สุ
ดจะสลายตั
กลายเป
นส
วนหนึ่
งของเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กอื่
น หรื
อกลายสภาพเป
นเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กใหม
ก็
ได
และถ
าพิ
จารณาตามแนวคิ
ดของ พาร
สั
นส
(อ
างถึ
งในชนิ
ตา รั
กษ
พลเมื
อง , ๒๕๓๑,
หน
า ๗๓-๗๘) จะพบว
า สภาวั
ฒนธรรมจะต
องพยายามรั
กษา “ดุ
ลยภาพ” ด
วยเหตุ
นี้
จึ
งจํ
าเป
นต
อง
บู
รณาการให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กให
เข
ามาทํ
างานร
วมกั
นโดยใช
กลไกที่
ทํ
าหน
าที่
สร
างบู
รณาการที่
พาร
สั
นส
กํ
าหนดไว
๒ ประการ คื
อ “การขั
ดเกลาทางสั
งคม” และ “การควบคุ
มทางสั
งคม” ซึ่
งกลไกทั้
สองนี้
จะช
วยให
สภาวั
ฒนธรรมสามารถรั
กษาโครงสร
างและการทํ
าหน
าที่
ที่
กํ
าหนดไว
ได
และจะ
เสริ
มสร
างบู
รณาการของสมาชิ
กของเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
ก ซึ่
งเป
นผู
กระทํ
าในโครงสร
างของสถานภาพ
บทบาท (status-role structure) โดยการขั
ดเกลาทางสั
งคมจะทํ
าให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กได
ซึ
มซั
เข
าไปจนเป
นแรงจู
งใจให
ทํ
าตามบทบาทภาระหน
าที
ของตน ส
วนกลไกการควบคุ
มทางสั
งคมจะทํ
าให
เกิ
ดความมี
ระเบี
ยบขึ้
นใน ระหว
างสถานภาพและบทบาททํ
าให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กทํ
าตาม ธรรมนู
สภาวั
ฒนธรรม ซึ่
งเป
น ข
อตกลงและบรรทั
ดฐานของสภาวั
ฒนธรรม และศึ
กษาความสามารถในการ
รั
กษาดุ
ลยภาพ และบรรลุ
ข
อจํ
าเป
นเชิ
งหน
าที่
(functional requisite) โดยความสามารถในการ
แก
ป
ญหาสํ
าคั
ญอั
นจํ
าเป
น ๔ ประการ ซึ่
งพาร
สั
นส
เรี
ยกว
าข
อจํ
าเป
นแห
งหน
าที่
(The Functional
Imperatives) ดั
งนี้
คื
๑. ป
ญหาการบรรลุ
วั
ตถุ
ประสงค
ของสภาวั
ฒนธรรม
(goal attainment)
วั
ตถุ
ประสงค
ของสภาวั
ฒนธรรมจะสํ
าเร็
จได
อยู
ที่
การคงอยู
และการทํ
าหน
าที่
ของเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
ต
างๆ ดั
งนั้
นสภาวั
ฒนธรรมจะต
องจั
ดลํ
าดั
บความสํ
าคั
ญของวั
ตถุ
ประสงค
และหน
าที่
ต
างๆ รวมทั้
งสรร
1...,37,38,39,40,41,42,43,44,45,46 48,49,50,51,52,53,54,55,56,57,...385
Powered by FlippingBook