บทเรียนการดำเนินงานสภาวัฒนธรรม - page 40
๑๙
๓. ยุ
ทธศาสตร
การดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม
ประเวศ
วะสี
(๒๕๓๗, หน
า๒๓-๒๖)
ได
เสนอยุ
ทธศาสตร
เพื่
อเป
นแนวทางใหญ
ๆ
สํ
าหรั
บ
ส
งเสริ
มเรื่
องวั
ฒนธรรมกั
บการพั
ฒนาไว
๗ประการดั
งนี้
๑)
การสร
างความเข
าใจที่
ถู
กต
อง
ให
ทั่
วทั้
งสั
งคมว
าวั
ฒนธรรมคื
ออะไร
และ
วั
ฒนธรรมสํ
าคั
ญสํ
าหรั
บการพั
ฒนาอย
างไร
เป
นยุ
ทธศาสตร
ที่
สํ
าคั
ญที่
สุ
ด
เพราะเมื่
อเกิ
ดความเข
าใจที่
ถู
กต
องแล
วสั
งคมก็
จะปฏิ
บั
ติ
ถู
กต
องได
เอง
๒) การสนั
บสนุ
นเวที
ทางวั
ฒนธรรมในชุ
มชนท
องถิ่
น
ควรสนั
บสนุ
นเวที
วั
ฒนธรรมใน
รู
ปแบบที่
หลากหลายในชุ
มชนท
องถิ่
นต
าง ๆที่
ริ
เริ่
มโดยชุ
มชนท
องถิ่
น
๓)
ส
งเสริ
มสถาบั
นครอบครั
ว
ไทยเคยมี
วั
ฒนธรรมครอบครั
วที่
อบอุ
น
แต
บั
ดนี้
สถาบั
นครอบครั
วได
รั
บผลกระทบอย
างหนั
กจากการพั
ฒนาแบบทั
นสมั
ย
๔)
ส
งเสริ
มองค
กรชุ
มชนและกระบวนการเรี
ยนรู
ของประชาชน
ชุ
มชนที่
เข
มแข็
ง
คื
อ
ผู
ปฏิ
บั
ติ
วั
ฒนธรรมและชุ
มชนที่
เข
มแข็
งจะก
อให
เกิ
ดการพั
ฒนาทุ
กด
าน
๕)
ปรั
บการศึ
กษาให
เชื่
อมโยงกั
บวั
ฒนธรรมไทย
การศึ
กษาของไทยในป
จจุ
บั
นตั
ดขาด
จากรากทางวั
ฒนธรรมของตนเอง
ซึ่
งเป
นเหตุ
สํ
าคั
ญของความเสื่
อมสู
ญทางวั
ฒนธรรมและเกิ
ดป
ญหา
ต
างๆ
จากความขาดแคลนทางวั
ฒนธรรม
ควรปรั
บการศึ
กษาให
เชื่
อมโยงกั
บวั
ฒนธรรมไทย
เพราะ
วั
ฒนธรรมเป
นเรื่
องของการปฏิ
บั
ติ
และการซึ
มซั
บถ
าการศึ
กษาเอาความเป
นจริ
งเป
นตั
วตั้
ง
การศึ
กษาก็
จะสั
มผั
สกั
บวั
ฒนธรรม
๖)
วั
ฒนธรรมกั
บเศรษฐกิ
จ
เนื่
องจากวั
ฒนธรรมมี
ความสํ
าคั
ญต
อการสร
างความ
เข
มแข็
งทางเศรษฐกิ
จ
การกระจายรายได
และการรั
กษาสภาพแวดล
อมดั
งกล
าวแล
ว
ควรร
วมมื
อกั
น
สร
างความเข
าใจเรื่
องนี้
ให
ชั
ดเจน
และกํ
าหนดยุ
ทธศาสตร
ในการนํ
ามิ
ติ
ทางวั
ฒนธรรมเข
ามาพั
ฒนา
เศรษฐกิ
จ
๗)
กองทุ
นและการบริ
หารงานวั
ฒนธรรม
ในการส
งเสริ
มวั
ฒนธรรมกั
บการพั
ฒนา
ต
องการเงิ
นทุ
นและการบริ
หารจั
ดการที่
คล
องตั
วและมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ
ควรมี
การเพิ่
มเงิ
นกองทุ
น
วั
ฒนธรรมให
มี
จํ
านวนมากพอ
๔. “สิ
ทธิ
” และ “หน
าที่
” ของประชาชนในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม
รั
ฐธรรมนู
ญแห
งราชอาณาจั
กรไทย พุ
ทธศั
กราช ๒๕๕๐ ได
กํ
าหนดไว
ในหมวด ๔ หน
าที่
ของชนชาวไทย มาตรา ๗๓ ว
า
“บุ
คคลมี
หน
าที่
... พิ
ทั
กษ
ปกป
อง และสื
บสานศิ
ลปวั
ฒนธรรมของชาติ
และภู
มิ
ป
ญญาท
องถิ่
น และสิ่
งแวดล
อม ทั้
งนี้
ตามที่
กฎหมายบั
ญญั
ติ
”
และหมวด ๓ สิ
ทธิ
และเสรี
ภาพ
ของชนชาวไทย ส
วนที่
๑๒ สิ
ทธิ
ชุ
มชน มาตรา ๖๖ ว
า
“บุ
คคลซึ่
งรวมตั
วกั
นเป
นชุ
มชน ชุ
มชนท
องถิ่
น
หรื
อชุ
ม ชนท
องถิ่
นดั้
งเดิ
ม ย
อมมี
สิ
ทธิ
อนุ
รั
กษ
หรื
อฟ
นฟู
จารี
ตประเพณี
ภู
มิ
ป
ญญาท
องถิ่
น
ศิ
ลปวั
ฒนธรรมอั
นดี
ของท
องถิ่
น และของชาติ
”
ซึ่
งแสดงให
เห็
นว
าการดํ
าเนิ
นงานด
านวั
ฒนธรรมนั้
น
เป
นทั้
ง “สิ
ทธิ
” และ “หน
าที
่
” ของประชาชน ทั้
งที่
เป
น “บุ
คคล” “ครอบครั
ว” และ “ชุ
มชน” ที่
เป
น
“เจ
าของวั
ฒนธรรม” ที่
จะต
องเรี
ยนรู
ทํ
าความเข
าใจ และดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม (ทั้
งในด
านการศึ
กษา
ค
นคว
าวิ
จั
ย การอนุ
รั
กษ
การฟ
นฟู
การส
งเสริ
ม การเผยแพร
การสื
บทอด และการพั
ฒนา ) ด
วยการ
“ระเบิ
ดจากข
างใน” ซึ่
งจะส
งผลให
เกิ
ดการพึ่
งตนเอง พั
ฒนาตนเองได
อย
างต
อเนื่
อง และยั่
งยื
น ซึ่
งจะ
1...,30,31,32,33,34,35,36,37,38,39
41,42,43,44,45,46,47,48,49,50,...385