๓๖
ความสั
มพั
นธ
ในทุ
กด
านที่
บุ
คคลทั้
งหมดในเครื
อข
ายทางสั
งคมมี
ต
อกั
น เครื
อข
ายสั
งคมของบุ
คคลจึ
ง
เปรี
ยบเสมื
อนสิ่
งแวดล
อมทางสั
งคมที่
มี
อิ
ทธิ
พลต
อพฤติ
กรรมของบุ
คคลนั้
นๆ ในขณะเดี
ยวกั
นบุ
คคล
นั้
นๆ ก็
เปรี
ยบเสมื
อนส
วนหนึ่
งของสิ่
งแวดล
อมทางสั
งคมของบุ
คคลอื่
นๆ ในเครื
อข
ายสั
งคม
เครื
อข
าย เป
นส
วนหนึ่
งของการบรรยายโครงสร
างทางสั
งคม ที่
คนมี
ความสั
มพั
นธ
กั
นด
วย
บางสิ่
งบางอย
างที่
เป
นลั
กษณะทางสั
งคมวั
ฒนธรรม ไม
ได
มี
ความผู
กพั
นกั
นเพื่
อจะไปสร
างองค
กรเพื่
อไป
ต
อรอง แต
ผู
กพั
นกั
นทางสั
งคมวั
ฒนธรรม เรื่
องการแลกเปลี่
ยน การพึ่
งพาอาศั
ยกั
นและกั
น อาจจะเป
น
ทางข
อมู
ลข
าวสารและทรั
พยากรบางอย
างที่
เขาสามารถพึ่
งพิ
งกั
นได
(จํ
านง แรกพิ
นิ
จ, ๒๕๔๐, หน
า
๓) การศึ
กษาเครื
อข
ายจึ
งต
องศึ
กษาความสั
มพั
นธ
ที่
เชื่
อมโยงกั
นของประชากร การวิ
เคราะห
โครงสร
าง
นั้
น สิ่
งแรกที่
จะค
นหาเพื่
ออธิ
บายอยู
ในหลั
กเกณฑ
ของคน เป
นอย
างไร และการรวมเป
นหมู
คณะตาม
สภาพที่
เป
นจริ
ง ซึ่
งเป
นกระบวนการเรี
ยนรู
ที
่
ต
องอาศั
ยวิ
ธี
การและขั้
นตอนต
างๆ ประกอบกั
น ก
อน
หน
านี้
เอนก นาคะบุ
ตร (๒๕๓๒, หน
า ๑๐) ได
ให
ความหมายไว
ว
า เครื
อข
ายที่
อาศั
ยชุ
มชนเป
นพื้
นฐาน
ในการเรี
ยนรู
ประชาชนต
องเรี
ยนรู
จากกั
นและกั
น และจากความรู
ที่
ได
จากที่
อื่
นแล
วขยายความรู
ให
ผู
อื่
นทราบด
วย จะช
วยให
เกิ
ดการศึ
กษาที่
หลากหลายสอดคล
องความต
องการของบุ
คคล
๒. องค
ประกอบของเครื
อข
าย
องค
ประกอบของการประสานสั
มพั
นธ
ที่
เป
นเครื
อข
ายในการดํ
าเนิ
นงาน มี
หลั
กสํ
าคั
ญ ๔
ประการ ดั
งนี้
๑) การถ
ายทอด แลกเปลี่
ยน และกระจายความรู
ทั้
งในส
วนของวิ
ทยาการสากล และภู
มิ
ป
ญญาท
องถิ่
น เพื่
อประยุ
กต
และสร
างองค
ความรู
ใหม
ๆ โดยเฉพาะที่
เกี่
ยวกั
บชุ
มชนเพื่
อสนั
บสนุ
นการ
เรี
ยนรู
ทั้
งของบุ
คคลและชุ
มชน
๒) การกระตุ
นความคิ
ด ความใฝ
แสวงหาความรู
จิ
ตสํ
านึ
กในการพั
ฒนาชุ
มชนและการมี
ส
วนร
วมในการพั
ฒนาเพื่
อเพิ่
มพู
นขี
ดความสามารถของบุ
คคลในการตั
ดสิ
นใจหาทางเลื
อกที่
เหมาะสม
สํ
าหรั
บการแก
ไขป
ญหาของตนเองและชุ
มชนบนพื้
นฐานของการวิ
เคราะห
สภาพความต
องการและ
เงื่
อนไขของตนเองและของชุ
มชน
๓) การแลกเปลี่
ยนข
อมู
ลข
าวสารเกี่
ยวกั
บโครงการพั
ฒนาชุ
มชนของหน
วยงานต
างๆทั้
ง
ภาครั
ฐและเอกชน เพื่
อให
หน
วยงานต
างๆ สามารถทราบความเคลื่
อนไหวของกั
นและกั
น
๔) การระดมและประสานการใช
ทรั
พยากรบุ
คคล วั
สดุ
อุ
ปกรณ
อาคารสถานที่
และเงิ
น
งบประมาณเพื่
อให
หน
วยงานต
างๆ สามารถใช
ทรั
พยากรร
วมกั
น (คณะอนุ
กรรมการการ ดํ
าเนิ
นงาน
ด
านโครงสร
างของระบบการศึ
กษาและเครื
อข
ายการเรี
ยนรู
, 2533, หน
า 6)
๓. กระบวนการพั
ฒนาเครื
อข
าย
วิ
มลลั
กษณ
ชู
ชาติ
(๒๕๔๐, หน
า ๑๐–๒๐) ได
วิ
เคราะห
กระบวนการสร
างและพั
ฒนา
เครื
อข
าย พบว
ามี
๔ ขั้
นตอน ประกอบด
วย
๑) การเกิ
ดเครื
อข
าย
การเกิ
ดเครื
อข
ายเกิ
ดจากภายในองค
กรโดยบุ
คคลในองค
กรได
เรี
ยนรู
ประสบการณ
ใหม
ๆ จากบุ
คคลภายนอก แล
วรวมตั
วสร
างเครื
อข
ายขึ้
นประการหนึ่
ง และเครื
อข
ายที่
เกิ
ดจาก
บุ
คคลภายนอกองค
กร เข
าไปสํ
ารวจข
อมู
ล จั
ดเวที
แลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
ตามสภาพป
ญหาและความ
ต
องการของชุ
มชนแล
วเกิ
ดเป
นองค
กรเครื
อข
ายขึ้
น